[FIC] my [kid].. XVIII.II = end
posted on 31 Oct 2009 22:18 by zeazand in Fiction, SuJu, WonKyu
Title :: my [kid].. คนนี้ของผมนะ
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun
Chapter :: XVIII.II = end
Rate :: PG
Note
:: อีดิทแก้ไขแล้วล่ะคะ เพิ่มเนื้อหานิดๆ หน่อยๆ ด้วย ^^ ขอบคุณมากนะ ถ้าจะแวะมาอ่านกันอีกรอบ เพิ่มสเปด้วยค่ะ
เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยเพราะเสียงมือถือที่ตั้งไว้เพื่อปลุก เพราะจะมีเรียนเช้า ผมค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ยกมือยกไม้ลูบหน้าลูบตาลูบผม หลับตาไปอีกพักเมื่อเลื่อนมือลงมาแตะที่ตัว..พบว่าตัวเองไม่ได้เสื้อผ้าใดๆ ลืมตาขึ้นมา มองไปทางขวามือ ที่นอนข้างๆ กันนั้น แตะมือลูบที่เตียงก็รู้สึกถึงความอุ่นจางๆ เสียงน้ำดังออกมาจากห้องน้ำนั้นเองที่คือคำตอบ เผลอระบายยิ้มกว้าง...ค่ำคืนแสนหวานเมื่อวานนั้นเป็นเรื่องจริง..ไม่ใช่เพียงแค่ฝันเหมือนแต่ก่อน เลิกผ้าห่มออกจากตัวเดินหาผ้าเช็ดตัวที่จำได้ลางๆ ว่าทำตกไว้แถวๆ ปลายเตียง ก้มลงไปหยิบก่อนจะเดินจนแทบจะกระโดดตรงไปยังห้องน้ำ
เสียงน้ำไหล เสียงน้ำกระทบตัว.. อดจินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าที่ได้ครอบครองเมื่อคืนนั้นไม่ได้ และเป็นโชคดีที่ประตู..ไม่ได้ล็อค ต่อจากนั้นจะเป็นอะไรต่อ...ก็คงพอจะเดาล่ะนะใช่ไหมครับ?
อาบน้ำเสร็จ แต่งตัวเสร็จ หมายถึงผมน่ะ แต่ไอ้ตัวยุ่งน่ะ..ยัง ผมกำลังแกล้งมันอยู่ ยึดเสื้อตัวเก่าของมันไว้ ให้มันยืนหน้าดำหน้าแดงด่ากราดผมนี่แหละ น่ารักเป็นบ้า.. เจ้าหนูที่อยู่ในผ้าเช็ดตัวผืนสะอาด กับร่องรอยสีกุหลาบที่เมื่อวานผมเอาแต่ใจทำอะไรต่อมิอะไรไปกับเรือนร่างผอมบางนี้ รู้แหละ..พรุ่งนี้น้องน่ะมีเรียน ผมก็ด้วย เรียนเช้าเหมือนกันน่ะหล่ะ แต่จะโทษอะไรได้เนอะ? ก็เมื่อทุกอย่างมันเป็นใจ ความรักสมหวัง คนที่รัก..รักตอบ ผมเลยได้ใจ เอาแต่ใจกับน้องไปมาก ตักตวงความสุขใส่ตัวเองมากเสีย..จนเกินไปสักหน่อย จนลืมไปว่าพรุ่งนี้ เราสองคนต่างก็ต้องมีหลายๆ เรื่องที่ต้องไปทำ
แต่ก็ช่างอะไร..น้องตัวแสบไม่ได้ว่าผมสักนิด ก็แค่...บ่นนิดบ่นหน่อย บ่นแล้วบ่นอีก ก็เท่านั้น
“เอาเสื้อผ้ามาคืนมาซะทีสิ!!”
อ่ะ! จริงด้วย ลืมไปเลย แกล้งซะจนลืมคืนเสื้อให้มัน ตอนนี้ก็ใกล้เวลาต้องพาเจ้าหนูกลับบ้านไปเปลี่ยนเป็นชุดนักเรียนแล้วพาไปส่งโรงเรียนแล้ว เดี๋ยวสายกว่านี้ ได้เจอม๊าผมเทศน์แน่ๆ เรื่องพาลูกชาวบ้าน (แต่ลูกสะใภ้ม๊า) มานอนค้างที่บ้าน
“คุณแม่กับพี่ผม ยังไม่กลับมาเลย”
เจ้าหนูในตอนนี้แต่งตัวเสร็จแล้วครับ คยูฮยอนเดินหน้าติดจะกังวลหน่อยๆ ไปที่หน้าต่างบานเดิมที่ผมกับเจ้าตัวยุ่งใช้มองหากัน คยูฮยอนเดินไปหยุดอยู่บานหน้าต่าง เลื่อนม่านและเปิดกระจกออก ก่อนจะก้มหน้าลงมองที่สนามหน้าบ้านตัวเอง
ผมเองก็เพิ่งจะคิดได้ ลืมถามไปซะสนิทเลย เพราะเห็นว่าเจ้าตัวแสบอยู่ด้วยกันก็ลืมอะไรแม่งหมด ในหัวมีแต่ใบหน้าน่ารักๆ ตาใสๆ กับรอยยิ้มกวนๆ ร่างนิ่มๆ กับกลิ่นหอมคุ้นเคย ผมเดินไปวางคางเกยที่ไหล่แคบ วาดมือกอดเอวบางไว้หลวมๆ กระซิบบอกเบาๆ ก่อนจะจูงมือนิ่มให้ออกจากห้อง
“เดี๋ยวก็คงกลับแหละน่า ไม่ต้องคิดมากนะ..ป่ะ เดี๋ยวพี่พาไปส่งที่โรงเรียน”
ถือเป็นโชคดีของเมื่อวาน แม้จะเป็นโชคร้ายสำหรับผม
ไอ้ยุนโฮมันกลับมาเริงร่าสดใสเหมือนเก่าแล้วล่ะ มันยิ้ม..ยิ้มซะจนตาเล็กๆ คมๆ ของมันจะปิดให้ได้ เห็นมันเดินมาแบบนี้ ก็พอแน่ใจได้แล้วล่ะ..เมื่อคืน มันคงจะเคลียร์กับแจจุงกันเรียบร้อยแล้ว ก็แหงล่ะ วันนี้เขาสองคนควงคู่กันมาเข้าเรียนเซคเดียวกับผมอ่ะ แล้วก็เพราะไอ้แฟนเก่าแจจุงด้วยนั่นล่ะ ไม่รู้ว่าแต่ก่อนจะเป็นไงนะ แต่ที่เห็นเมื่อวาน....สภาพแบบนั้น เป็นผมเองก็คงไม่คิดจะคัมแบ็กไปหาหรอก
“ไง! ไอ้ยุนโฮ ยิ้มมาเลยนะมึง”
มันไม่ได้ตอบอะไรผม นอกจากเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ไอ้ผมน่ะก็พอจำได้ว่า ไม่เคยเจอแจจุงมาเรียนด้วยกันเลยในวิชาตัวนี้ พอหันไปเห็นไอ้ปาร์ค ก็พอเข้าใจอะไรบ้างล่ะ มันนั่งประกบเพื่อนคนนั้นที่มากับแจจุงเมื่อวาน เออ..ขอบใจพวกแกมาก ไม่จำเป็นต้องโทรมาเช็คเลยจริงๆ ครบคู่แล้วสิครับมึง!
นั่งเรียนกันจนจบคลาส กลับไปประชุมที่ภาคเรื่องที่ว่าอาทิตย์หน้าจะมีให้สมัครสอบเข้าคณะผมแล้ว ผมกับไอ้ยูชอนเลยอดดอดจ์ไปหาไรกินทั้งที่ท้องร้องประท้วงกันโครกครากๆ มานั่งฟังเพื่อนประธานชั้นปีแจกจ่ายงานให้รุ่นน้องปี1 ส่วนพวกปีสองจะไปเฝ้า จะไปส่องเด็กก็แล้วแต่ตามสบาย....เอ่อ มีหน้าที่แค่นี้? แล้วยังมีหน้าเรียกมาอีกนะ
พูดไปแล้ว.. ก็นึกอะไรได้ มันต้องกลับไปขอบคุณไอ้ซึงกินั่นสิถึงจะถูก ผมกระโดดผึงตรงเข้าไปหาเพื่อนประธานชั้นปี ถามเรื่องนี้น่ะแหละ จะเอาใบสมัครไปยัดให้ไอ้ตัวยุ่งสมัครด้วย แต่ที่ไหนได้ มันโบ๊ยให้ไปสมัครที่เว็บนู่น
โชคดีที่การประชุมที่มันเรียกมาคุยเนี่ย กินเวลาไม่มาก ผมกับไอ้ปาร์คเลยต้องลากคอกันไปกินข้าวสองคนก่อนจะตบท้ายด้วยเรียนคาบบ่าย ก่อนกลับก็ยังไม่วายถามผมเรื่องเดิมๆ ..ไอ้แสบผมมันต้องไปเรียนที่ออส..
ผมไม่ได้ตอบอะไรไปเท่าไรหรอก บอกว่าเดี๋ยวรอพ่อแม่น้องผมเขากลับมา จะลองคุยดู..เอ่อ.... ขอให้ถึงเวลานั้น ความกล้า ความบ้าบิ่นแบบวันก่อนจะกลับมาอีกนะ อย่าเพิ่งหายไปไหนเลยเหอะ! เพื่อตัวผมเอง และ..ตัวไอ้แสบ (ผมคิดว่างั้นนะ)
แต่ก่อนจะอะไรเลย ผมต้องรีบเหยียบพุ่งรถไปรับไอ้หนูล่ะ ไม่รู้ว่ามันจะบอกให้มารับไหมนะ แต่ขอเสนอหน้า..ไปนิดนึง ไปรับแล้วกะชวนไปหาไรกินกัน เดินเล่น พูดคุย ใช้เวลาด้วยกันอีกนิด..ไม่แน่พ่อแม่เจ้าหนูนี่ก็อาจจะกลับมาวันนี้แล้วก็ได้
ขับรถมาจอดที่ฟุตบาทด้านข้างขวาใกล้กับประตูโรงรถ ยกมือถือขึ้นต่อสายโทรหาเบอร์คุ้นเคย รอสายไม่นาน เจ้าหนูก็รับ กรอกเสียงใสกลับมา ก่อนที่จะรีบเดินออกมาหน้าโรงเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ โบกมือลา แล้วจึงเดินตรงมาหาผมที่ยืนรถข้างนอกรถ ก่อนจะไปเที่ยวเล่นด้วยกัน แวะร้านข้าวร้านที่เจ้าปาร์คมันชี้บอกว่าอร่อยขั้นเทพ อิ่มแล้วก็ไปเดินย่านการค้า แวะซื้อเสื้อซื้อกางเกง หาเรื่องเสียเงินไปนั่นแหละ..แล้วสุดท้ายก็ไม่วาย ต้องแวะร้านเกมส์ เสียค่าเกมส์ให้ไอ้หนูแผ่นนึง ส่วนอีกแผ่นมันออกตังค์ซื้อเอง แล้วจบท้ายด้วยร้านไอศกรีม กินกันคนละแก้ว แล้วจึงได้กลับมาบ้านนี่แหละ
กลับมาถึงบ้าน ผมจอดรถไว้ที่หน้าบ้าน ตะโกนเรียกให้คนในบ้านเอารถไปเก็บให้ที ก่อนจะพากันเดินเข้าไปบ้านไอ้หนู มันมีสีหน้าดีขึ้นมาอีกนิดเมื่อเห็นรถของแม่จอดอยู่ เดินเข้าไปถึงข้างในบ้าน เห็นแม่กับพี่สาวกำลังดูทีวีกัน พวกผมสองคนเลยเข้าไปกล่าวสวัสดีทักทาย คุยกันพักนึง แล้วค่อยพากันขึ้นไปเล่นข้างบนห้อง
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเด่นจนทำให้ผมนึกอะไรได้ เร่งไอ้หนูยิกๆ ให้ไปสมัครสอบเข้าคณะผม เพราะคุยกันในร้านไอศกรีมแล้ว ขอให้มันลองสอบดู..แล้วมันก็ตอบตกลงโอเค โดยที่ลงท้ายไว้สั้นๆ ก่อนจะเงียบกันตลอดทางกลับมาถึงบ้าน
“แล้วถ้าผมสอบไม่ได้ล่ะ ผมคงจะ..ต้องไปเรียนออสฯ สินะ”
ผมบอกให้มันลองดู ผมเองก็จะลองช่วยอีกแรง ติว แล้วก็ช่วยหาแนวๆ ข้อสอบมาให้ ดันกันเต็มที่ และที่ขาดไม่ได้ ก็คงจะ..ต้องไปคุยกับแม่คยูฮยอนมันก่อน บอกจะให้ลูกชายเขามาสอบ..หากถ้าสอบได้ จะขอให้เจ้าหนูเรียนที่เกาหลีต่อ
ขอเถอะ..ขอให้ได้...อย่างน้อย ก็แค่ผ่านแม่ของเจ้าตัวแสบสักคน
ระหว่างที่ผมกำลังนั่งดูไอ้หนูมันกำลังจิ้มคีย์บอร์ดรัวๆ อยู่ ก็มีสายเข้ามา หยิบมือถือขึ้นมาก็เผลอตกใจขึ้นมาหน่อยๆ ลืมไปเสียสนิท..ลืมไปเลยแหะ ไม่ได้คุยกับม๊าตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่วา
“ครับม๊า”
ผมยกมือถือขึ้นมารับ แล้วเดินผละออกมานั่งที่ขอบหน้าต่างบานใหญ่ที่ตรงกับห้องของผม คิดว่า..ที่ม๊าโทรมาหาแบบนี้ เพราะนอกจากที่ม๊าจะรู้ว่า ผมกลับมาจนเลยมาเล่นบ้านไอ้หนูนี่แล้ว ก็คงจะ..มีเรื่องสำคัญ อีกสินะ
“ม๊าได้คุยกับแม่ของตาคยูฮยอนเขาแล้วน่ะ”
ลมแทบจับ ไม่สิ! ดีแล้วต่างหาก.. หม่าม๊าของผมรู้แล้ว ก็ถือว่าดีล่ะนะ ผมคิดว่า ไม่แน่ม๊าผมเองก็คงจะรู้มานานแล้วน่ะแหละ ก็ผมออกจะแสดงออกมากซะขนาดนั้น เกินหน้าเกินตาไปก็หลายหน ประคบประหงม ตัวติดยังกับตังเม
เราคุยกันเงียบๆ ผมค่อยๆ เปิดใจเล่าเรื่องทุกเรื่องที่อยู่ในใจ บอกกับม๊าตั้งแต่แรกเริ่มที่เรารู้จักกัน ที่ผมเริ่มจะรู้สึกดีกับน้อง รู้สึกดี รู้สึกมากขึ้น..มากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยจนมารู้สึกเต็มหัวใจ..จนผมพูดกับม๊าได้เต็มปากว่าผมนั้นรักคยูฮยอน รัก..รักมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่มาจากความหลง ความชอบในความน่ารักในรูปลักษณ์ภายนอกจากตอนแรก เพราะตอนนี้ผมรู้จัก รู้ถึงนิสัย ความน่ารักในแบบฉบับของคยูฮยอน เพราะงั้น มันก็คงจะไม่ผิดเลยสักนิด หากผมจะบอกว่า ผมรัก..รักในทุกอย่าง รักในทุกเรื่อง รัก..รักในเด็กคนนี้
ผมวางสายไป พร้อมกับบอกม๊าว่าไม่ต้องเตรียมข้าวเย็นให้ เพราะทานมาแล้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตั้งใจจะลุกขึ้นเดินไปหาคยูฮยอนที่โต๊ะ แต่กลับเป็นคยูฮยอนที่มองผมมาก่อนแล้ว คยูฮยอนวันนี้ว่าง่ายกว่าปกติ ส่งยิ้มมาให้ พร้อมกับก้าวเท้าเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบหน้าต่างอีกฝั่ง
“พี่ชายเองก็..เพิ่งจะบอกคุณแม่ของพี่ไปเองเหรอครับ?”
“อื้อ.. พี่บอกไปแล้วล่ะ ม๊าพี่ไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็...”
ผมว่าออกมาเรียบๆ ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดยิ้มๆ พร้อมดึงมือนิ่มมากุมไว้
“..ดีใจด้วยล่ะนะ”
“ที่จริง.. คุณแม่ของผม ก็ถามผมเหมือนกันนะ ตอนไปเที่ยวกันน่ะ..ถามว่า พี่ชายเป็นคนยังไง ดีกับผมไหม แล้วก็รักผม..มากหรือเปล่า ในตอนนั้นผมตอบคำสองคำ เพราะ..ผม..อาย แต่ว่านะ...พี่ครับ”
“หืม?”
เจ้าคยูฮยอนเขยิบเข้ามานั่งบนตักผม พิงไหล่ไปที่อกผม แล้วดึงมือผมมาวางที่ตักตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดยิ้มๆ หน้าแดงๆ
“ตอนนี้...ผม..ผมรู้แล้วล่ะ ผมมีความสุข..มีความสุขมากเลยล่ะ”
“หืม? มีความสุข?”
“ใช่ ผมมีความสุข.. ผมรู้สึกดีมากจริงๆ ที่ได้บอก.....บอกรักพี่”
“พี่ก็เหมือนกัน..”
คยูฮยอนหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นผมยิ้ม พิงทิ้งน้ำหนักมาที่ผมแรงๆ ใบหน้าที่เงยมาหาผมกำลังส่งยิ้มหวานทำเอาผมตกอยู่ในภวังค์ ในกรอบสายตามีแต่ตาสวยๆ ปากจมูกเล็กน่ากัด แก้มนิ่มน่าหอม กับ..ริมฝีปากสีสดน่าลิ้มรส อย่าว่าอะไรเลยนะ ถ้าผมจะอดใจไม่ได้..น่ะ
“โอ๊ย!!!!”
คงเพราะจะกลัวเบาหวานขึ้นแหง! ไอ้ตัวแสบทำให้ผมเคลิ้มจะจูบมันอยู่รอมร่อ อยู่ในอารมณ์หวานๆ หัวใจเต้นโครมคราม บรรยากาศดีสุดๆ แล้วดูเข้าสิ! ผลักผมมานอน(เกือบ)จูบพื้นแล้วเนี่ย ดีที่ใช้มือยันพื้นไว้ทันนะ ไอ้ตัวแสบ!!
“ไอ้ตัวแสบเอ๊ย! ต้องจัดการซะหน่อยแล้ว!!”
ผมเด้งตัวลุกขึ้น วิ่งไล่ไอ้ตัวยุ่งที่เด้งตัววิ่งไล่จับกับผมไปทั่วห้อง ก็เอาสิ! ใครมันจะหมดแรงก่อนกัน!!
แหนะ! มีมาแลบลิ้นใส่อีกนะ ไอ้ตัวยุ่ง! อย่าหนีสิ!!
“อ่ะ! จับตัวได้แล้ว”
คิดว่า ใครจับใครได้?
“พี่ชายเนี่ย แก่แล้วหรือไงเนี่ย? ผมจับพี่ได้แล้วนะ”
นั่นแหละ พระเอกของคุณ! เจ้าหนูตัวแสบมันวิ่งอีท่าไหนไม่รู้ อยู่ๆ ก็กลายเป็นว่า ผมถูกแขนนิ่มๆ กอดล็อคไว้จากด้านหลังซะแล้ว! เอาเหอะ.. เหนื่อยแล้วล่ะผมน่ะ วิ่งไป วิ่งมา.. ทำยังกับเด็กล่ะ ทั้งที่อายุอานามก็เลยวัยที่จะมาเล่นแบบนี้แล้วแท้ๆ
“นี่.. พี่ชาย”
“หืม..?”
อยากเห็นหน้า อยากรู้..ที่มันเรียกผมเสียงแบบนี้เนี่ย กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ ผมเอียงคอไปนิดๆ เผื่อจะเห็นหน้า แต่เปล่าเลย หน้าขาวๆ นั่นซุกอยู่ที่หลังผม มันพูดเสียงอู้อี้ๆ ติดจะฟังยากเสียหน่อย แต่ไม่รู้ทำไม..ตอนนี้ ยิ้ม ยังกับคนบ้าเลยผม
“ผมจะลอง.. ลองไปบอกกับคุณแม่ผมครับ บอกว่า....ผมรักพี่ รักพี่ที่เป็นแบบนี้เนี่ยแหละ”
“เอ่อ.. ขอพี่ขัดจังหวะแป๊ปนึงได้ไหม?”
ผมกับไอ้หนูที่กำลังยืนกอดกันเงียบๆ เจอคุณพี่สะใภ้ เอ้ย พี่สาวแฟน เข้ามาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ จะให้ทำอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เด้งตัวออกจากกันแบบนี้น่ะ ไอ้หนูตัวแสบหน้าแดงนิดๆ แต่ก็ยังทำเก่ง มองหน้าพี่สาวตัวเองแล้วถามเสียงปกติ
“มีอะไรเหรอ พี่?”
พวกผมพากันลงไปข้างล่าง แม่เจ้าคยูฮยอนกับคุณพี่สาวเรียกกันไปกินคุกกี้ที่คุณแม่เขาอบไว้ให้กินกัน พี่สาวเจ้าคยูฮยอนแซวคยูฮยอนหลายหนมาก ผมเห็นมันหน้าแดงๆ หูแดงๆ แต่สีหน้านี่นิ่ง ไม่สะทกสะท้าน ตอบรับเออออ สงสัยจะขี้เกียจแล้วล่ะมั้ง..แต่นะ หน้าอ่ะ ช่วยปรับให้เป็นสีเดิมด้วยสิ จะได้แนบเนียนน่ะพ่อคุณ
“ซีวอนก็กินด้วยสิจ้ะ”
“ครับ..ขอบคุณครับ”
กินกันไป คุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนคุกกี้หมดไปเกินครึ่ง แม่คยูฮยอนถึงได้เริ่มพูดอะไรที่จริงจังขึ้นมา สีหน้าท่าทางสุขุมขึ้นมาอีกหน่อย เจอแบบนี้ ก็เลยพลอยเกร็งขึ้นมาเลย เลิกกินคุกกี้ หยิบน้ำขึ้นมาดื่มไปอึกใหญ่แล้วนั่งฟังเงียบๆ
“ซีวอน น้องเป็นยังไงบ้าง”
ผมก็ตอบไป มองหน้าไอ้ตัวแสบนั่นไป มันแย่งพูดบ้าง โม้อวดตัวเองบ้าง โดนพี่สาวน้องเขาแซวบ้าง คุยกันไปคุยกันมาจนบรรยากาศคลายลงหน่อยๆ ผมก็นึกอะไรได้ คิดว่าควรจะพูดเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย
“คุณน้าครับ.. ผมมีเรื่องอยากจะ....คุย ด้วย”
หายใจเริ่มจะติดขัดนิดๆ ควบคุมมือที่แอบสั่นหน่อยๆ นั่นด้วยการใช้มืออีกข้างบีบไว้หลายๆ ที หันไปมองเจ้าของประเด็นที่ทำหน้าสงสัยตาแป๋ว ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก เมื่อมองมาที่มือผมที่บีบเข้าหากัน หันหน้ากลับไปมองใบหน้าผู้ใหญ่สุดในบ้าน ปั้นยิ้มให้กำลังใจตัวเองก่อนจะเอ่ยออกไป
ขอเถอะ..ขอให้ได้เถอะ
“คุณน้าครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอครับ ให้คยูฮยอน..สอบเถอะนะครับ ให้คยูฮยอนลองสอบเข้ามหาลัยที่เกาหลีนะครับ”
ผมหัวใจเต้นระรัว ในดวงตาสะท้อนภาพริมฝีปากที่แต้มสีลิปสติกที่สวยที่เรียบเฉย นิ่งมองจนหัวใจแทบกระตุกวูบ.. หากเพราะมีมือเล็กที่ยื่นมาวางบนหลังมือผมที่บีบเข้าหากันนี่แหละ ผมถึงได้รู้สึกผ่อนลงมาหน่อย หันหน้าไปยิ้มบางๆ ส่งให้คยูฮยอนที่พยักหน้าน้อยๆ ส่งให้
“คุณแม่ครับ.. ให้ผมลองเถอะนะครับ”
.
.
“จ้ะ ลองดูก็ได้”
กลับมานอนหง่าว เอามือก่ายหน้าผาก ไฟในห้องไม่ได้เปิด ผมนองมองเพดาน..จะยิ้ม ก็ยิ้มออกหรอกนะ แต่อารมณ์จะยิ้มน่ะ..มันไม่มีนี่สิ คุยกับคุณแม่แฟนแล้วครับ เขาตกลงให้ลองสอบ ส่วนเรื่องสอบได้แล้วจะได้เรียนที่นี่ไหมนั้น คงต้องรอพ่อเจ้าหนูมันอย่างเดียว...แต่ผมว่านะ ไม่แน่ผู้หญิงบ้านนี้อาจจะใหญ่ก็ได้นะ ดูอย่างบ้านผมสิ ม๊าผมงี้ เป็นใหญ่กว่าป๊าซะอีก
นอนคิดไม่ตก แต่อย่างน้อยก็ดีล่ะนะ.. ยังให้โอกาสกันบ้าง เดาใจไม่ออกเลยครับ คุณน้าเขาคิดยังไง อยากให้ลูกชายอยู่ที่นี่ หรือไปอยู่นั่นกับพี่สาว กังวล กังวลจริงจัง.. ผมนี่นับวันยิ่งใกล้เคียงจะเป็นโรคประสาทแล้วจริงๆ รีบๆ นอนเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องเข้าเรียนอีก คลาสที่จารย์ไม่เข้าเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่น จารย์ดันคึกอยากจะสอนเพิ่ม เลยลำบากพวกผมต้องถ่อมาเรียนกันตอนเช้าอีก
เช้านี้ตื่นขึ้นมาเอง ไม่ต้องอาศัยนาฬิกาปลุกหรืออะไรมันทั้งนั้น ควานไปที่ข้างๆ ตำแหน่งเดิม หากเจอแต่ความว่างเปล่า... ถอนหายใจหนักๆ แล้วปรือเปลือกตา ลืมตาขึ้นมาตื่นเต็มตา ส่ายหน้าตัวเองน้อยๆ กับความคิดที่เกิดขึ้นมาวูบหนึ่งที่แตะไปยังที่นอนว่างเปล่าข้างตัว
ถ้าเกิดว่า..คยูฮยอนจะไม่อยู่ที่นี่อีกแล้วล่ะ
“ไม่เอาน่า..”
เลิกผ้าห่มออกจากตัว ก่อนจะเดินไปอาบน้ำ ชำระล้างร่างกายตามปกติ แล้วจึงออกมาแต่งตัว หวนนึกถึงเจ้าตัวยุ่งที่มักใช้ช่วงเวลาด้วยกันตั้งแต่ตอนเย็นเรื่อยมาจนตื่นขึ้นมาไปส่งถึงโรงเรียน...ทุกวัน คิดถึงตรงนี้..ก็ต้องสลัดตัวออกความคิดเดิมๆ ไม่เอา.. ต้องได้สิ! คยูฮยอนต้องอยู่กับผม เราต้องอยู่ด้วยกันต่อไปเรื่อยๆ สิ!
โทรหามันสักหน่อย ไม่รู้เช้านี้ จะไปโรงเรียนยังไง.. แต่ก่อนน่ะ มันน่ะ ขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเอง พอมาสนิทกับผม มันก็มีบ้าง..มาค้างกันที่บ้าน มาเล่นกัน มาสอนการบ้านกัน พอเช้ามา ก็จะพาไปส่งบ้างอะไรบ้าง..ในบางครั้ง จนมาตอนนี้ กลายเป็นว่า ไปรับไปส่งมันทุกวันเสียแล้ว
“คยูฮยอน.. ไปโรงเรียนยังเนี่ย?”
นี่ก็ปาเข้าไปจะครบอาทิตย์แล้ว ผมกับคยูฮยอน..เราสองคนช่วยกันฟิตครับ ฟิตอ่านหนังสือ ติวหนังสือกัน..กะดันมันเต็มที่ล่ะ พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสอบเข้าคณะผม มหาลัยผมแล้ว เพราะงั้น..ต่อให้มีเวลาเหลือเพียงนาทีเดียว ก็ยังจะต้องทำครับ คืนนี้คยูฮยอนมานอนค้างที่บ้านผม หอบหนังสือมาอ่านกัน ส่วนแม่คยูฮยอนกับพี่สาวก็ยังอยู่ที่แหละ คงอยู่รอคุณพ่อคยูฮยอนที่จะกลับมาเกาหลีในช่วงอาทิตย์นี้ด้วย ไม่รู้กำหนดกลับแน่นอน...แต่มีลางสังหรณ์แปลกๆ ว่าไม่แน่อาจจะเป็นพรุ่งนี้!
“โอเคแล้วป่ะ? แน่นป่ะ??”
ผมถามเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากที่คยูฮยอนของผมทำทั้งข้อสอบ อ่านช็อตโน้ตจบหมดแล้ว เห็นมือขาวปิดสมุดแล้วเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้ายิ้มๆ แล้ว ก็ค่อยเบาใจหน่อย.. ไม่ใช่หนักใจอะไร เด็กคนนี้เรียนเก่งอยู่แล้ว...ยิ่งกับสอบคณะนี้แล้วด้วย เจ้าตัวเขาก็ออกจะเก่งด้วยซ้ำ ผมมั่นใจ!! ผมมั่นใจว่าต้องผ่านไปได้ครับ!
“จะนอนยัง? ง่วงแล้ว”
มือขาวๆ ยื่นมาเกี่ยวนิ้วสอดเข้ามาในอุ้งมือผม ออกแรงดึงให้ผมลุกขึ้นยืนจากพื้น เดินตามมาที่ห้องน้ำ ไม่ใช่อะไร.. แปรงฟันน่ะ อ่านหนังสือไป กินขนมไปเนี่ย อันตรายจริงๆ ยิ่งดึกๆ กินแบบนี้บ่อยๆ นะ ได้ฟันผุแหงๆ เลย ทั้งผมทั้งไอ้แสบเนี่ย เพราะงั้น ป้องกันไว้ก่อนครับ!!
แปรงฟัน ล้างปากเสร็จ ก็ใจดีนิด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หน้าใสๆ เจ้าคยูฮยอนทำหน้างง มองผมพร้อมกับเลิกคิ้วสูง..ก่อนจะเข้าใจว่าผมจะทำอะไร ก็รีบยกมือยกไม้ปิดปากตัวเองเสียยกใหญ่ มองหน้าคาดโทษ ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากยื่นหน้าเข้าไปจูบที่หลังมือข้างที่ปิดปากนี่แหละ
“ขี้หวงจังนะ..ไอ้แสบเอ้ย!”
ผมเดินออกมา ตรงไปเปิดไฟหัวเตียง กวาดของเก็บเรียบร้อยก็เดินไปปิดไฟห้อง พอเดินกลับมาที่เตียงก็เจอเจ้าตัวยุ่งนั่งตีขาส่งยิ้มอ้อนๆ มาให้ ก่อนจะกระโดดแผล็วลงมาจากเตียง ตรงเข้ามากอดแขนลากผมไปนอน
“วันนี้.. อ้อ ไม่สิ หลายๆ วันที่ผ่านมา ขอบคุณมากนะครับ พรุ่งนี้...ผม.....”
“ตั้งใจล่ะ พรุ่งนี้น่ะ”
“อื้ม!”
คนตอบรับ พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้าง ดึงมือให้ผมลงมานอนสักที นาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่งกว่าๆ ผมหันหลังกลับไปอีกที เตียงผม..มุมเดิมก็ถูกครอบครองด้วยเจ้าของคนเดิมแล้ว เดินอ้อมไม่อีกฝั่ง ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม ถอนหายใจหนักๆ ตั้งใจกับพรุ่งนี้ หวังเอาไว้มาก..แม้จะรู้ในความสามารถของคยูฮยอนแล้ว ผมก็ยังงี้..ใกล้จะเป็นโรคประสาทขึ้นทุกวัน อยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ ไม่สิ...อยากให้ผลสอบออกเลยต่างหาก อย่างน้อยน่ะนะ ก็ยังพอเป็นเหตุผลต่อรองได้บ้าง...แม้จะไม่มีน้ำหนักเทียบเท่าได้กับน้ำหนักของการที่พ่อแม่จะพาลูกไปอยู่กับสิ่งๆ ดี สิ่งแวดล้อมดีๆ ในการดูแลของพี่สาว ในสายตาของพ่อแม่
“คิดไรน่ะ?”
ผมหลงนึกว่าเจ้าหนูนอนไปซะแล้วน่ะ คงเพราะผมยังไม่ยอมปิดไฟหัวเตียงสินะ ผมยันศอกหันหน้าไปหาคยูฮยอนที่มองผมน่าติดกังวล ประกายตาห่วงๆ ที่มองแล้วก็เผลอยิ้ม ดีใจกับประกายตาที่แสดงออกแม้ไม่ได้แสดงกิริยาท่าทางใดๆ เลย
“คิดว่า พรุ่งนี้..จะเป็นยังไง”
“กังวลอะไรล่ะ? ระดับผมแล้วนะ..ลูกศิษย์พี่ทั้งคนนะ”
ได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะขยับยิ้มกว้างขึ้น มองประกายวิ้งวับในดวงตา รอยยิ้มกวนๆ ปนความมั่นใจเต็มที่ของเจ้าตัว คยูฮยอนหัวเราะคิกคัก ก่อนจะพยักเพยิดให้ผมปิดไฟ
ผมเอี้ยวตัวไปปิดไฟที่โคมไฟบนหัวเตียง ก่อนจะหันกลับมานอนท่าเดิม ปิดเปลือกตาลงช้าๆ หากเพราะมีสัมผัสอบอุ่นที่กอดรัด พร้อมกับหมอนใบเดียวกันที่ยุบลงไป ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความมืด พอมองเห็นอะไรได้เลือนลาง ดวงตาสุกใสที่มองมาก่อนแล้วทำให้ผมต้องหยุดสายตาไว้แบบนั้น เอื้อมมือพาดไหล่เล็ก ลูบเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงอย่างเก่า..
“ฝันดีนะ”
แปลกที่ทุกเช้าที่มีคยูฮยอนอยู่ข้างกาย ผมจะลุกขึ้นตื่นด้วยตัวเองไม่ได้เสียเลย อยากจะนอนอยากจะอยู่กับความอบอุ่นหอมหวานแบบนี้ไปอีกนานแสนนาน แต่..ก็ได้แต่คิด ผมลุกขึ้นนั่ง ปลุกคยูฮยอนที่ยังนอนหลับตาไม่รู้เวล่ำเวลา หยิบมือถือมาดูเวลา ก่อนจะรีบเลิกผ้าห่มออกจากตัว เด้งตัวขึ้นนั่งยื่นแขนไปเขย่าปลุกคยูฮยอน ก่อนจะพากันไปอาบน้ำแต่งตัว เช้านี้..ไม่มีเวลาแล้ว!!
“พี่ชาย.. คุณแม่ผมโทรมาน่ะ”
“หืม?”
“คุณแม่บอกว่า..คุณพ่อผมกลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
..ใกล้แล้ว..ใกล้จะถึงเวลาแล้ว
หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ แต่ต้องทำใจแข็ง เข้มแข็งให้มาก..ให้ผ่านวันนี้ไปก่อน ขอเถอะ! อย่าให้เกิดอะไรกับคยูฮยอนและผมเลย
“อ..เอ่อ เดี๋ยวเช้านี้ผมไปกินข้าวกับคุณพ่อคุณแม่นะ”
คยูฮยอนเห็นผมนิ่งไป ก็เลยสะกิดที่ไหล่ บอกผมพร้อมกับพยักหน้า เก็บข้าวของใส่กระเป๋า ก่อนจะลากผมลงบันไดไปด้วยกัน ผมเดินไปส่งคยูฮยอนที่หน้าประตูบ้านผม ก่อนจะบอกคยูฮยอนไว้สั้นๆ แล้วจึงหันหลังกลับเข้าบ้าน
“ถ้าจะกินข้าวเสร็จแล้วโทรบอกพี่นะ ไป ม. ด้วยกัน”
แยกกันไปคนละทาง ผมไปกินข้าวกับป๊าม๊า กินไปก็พะวงกับเวลา นี่ก็เหลือเวลาอีก 40 กว่าๆ นาทีก่อนสอบ ไอ้เจ้าตัวแสบมันมัวทำอะไรอยู่นะ..จะถึงเวลาแล้วแท้ๆ
“ซีวอนลูก เป็นไรน่ะ? ต้องรีบไปเรียนเหรอไงลูก”
เลิกมองนาฬิกา หยิบเอาแก้วน้ำข้างจานด้านขวาขึ้นดื่มอึกใหญ่ก่อนจะวางลงแล้วหันตอบม๊า พร้อมกับเอ่ยลาทั้งป๊าม๊าคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกมา
“เดี๋ยวผมต้องพาคยูฮยอนไปสอบที่คณะผมน่ะ ผม..ไปก่อนนะครับ”
ผมหยิบกระเป๋าสะพายที่เบาแทบจะไม่มีอะไรข้างในพาดบ่า เดินก้าวยาวๆ ตรงไปประตูบ้าน คว้ารองเท้าผ้าใบคู่โปรดมาใส่ ในมือล้วงกุญแจรถขึ้นมาถือรอไว้แล้ว เดินออกมาจนกระทั่งไปถึงประตูรั้วหน้าบ้าน เลยไปยังประตูบ้านข้างๆ ยืนรอไปมองเวลาไป..อีกครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง ถ้าเป็นรถผมคงจะประมาณสิบนาทีกว่าๆ ส่วนถ้าเป็นรถเมล์ที่เจ้าหนูมันนั่งไปบ่อยๆ นั่นก็น่าจะ...ครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ กรณีรถไม่ติดด้วยนะ
เอาแล้วไง.. จะทำยังไงดี ผมโทรเข้าไปหาคยูฮยอน รอจนตัดสองสามสาย มันก็ไม่รับ.. เอาไง ผมหายใจเข้าออกหลายรอบมาก กว่าที่จะใจเย็นลงหน่อย พอดีกับที่คนในบ้านนั้นเห็นผมแล้วทักขึ้นมาพอดี ผมข่มความกังวลไว้แล้วยิ้มรับ บอกให้เขาเปิดประตูให้ ก่อนรีบก้าวเท้าเดินเข้าไปในบ้าน
ผมรู้ ถือวิสาสะ..อย่างมาก แต่วันนี้น่ะ รีบจริงๆ นาฬิกาข้อมือบอกเวลาว่าเหลืออีกยี่สิบนาที ผมเริ่มจะกังวลไปหมด ก้าวผ่านห้องนั่งเล่น มองแล้วไม่เห็นตัว เห็นแต่กระเป๋าสะพาย รีบก้าวเท้าตรงเข้าไปคว้ามาสะพายที่ไหล่อีกข้าง คิ้วกระตุกนิดหนึ่ง ได้ยินเสียงคุยดังมาจากห้องครัว สงบจิตสงบใจ เดินไปห้องครัวพร้อมกับก้มหัวกล่าวทักทายผู้ใหญ่ในบ้าน
“อ้าว ซีวอน..”
“สวัสดีครับ คุณพ่อคยูฮยอน”
ผมแอบเหล่ตาไปมองคยูฮยอนที่เห็นผมปุ้ปก็รีบโกยอาหารในจานยัดลงคอ ยัดๆ ใส่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะปิดท้ายด้วยนมอีกแก้ว กับน้ำอีกอึก ทำท่าจะลุกขึ้น พ่อมันก็ร้องทัก
“คยูฮยอนจะไปแล้วเหรอลูก?”
“ครับคุณพ่อ ผมรีบน่ะครับ..เดี๋ยวจะไม่ทัน”
ไม่รู้ว่า.. พ่อคยูฮยอนเขาจะรู้หรือเปล่า เรื่องนี้ จะรู้หรือต่อให้ไม่รู้.....ไว้ขอให้ผ่านช่วงนี้ก่อนเถอะ ผมส่งสายตาเร่งคยูฮยอนตัวยุ่ง ที่วันนี้อืดอาดแบบแปลกๆ เมื่อคยูฮยอนเดินมาถึงตัวผม ยื่นมือไปแตะหลังมือนุ่มเบาๆ กำลังจะอ้าปากทัก พ่อเจ้าตัวแสบก็ถามขึ้นมาอีก
“ได้ยินจากแม่มาว่า...ลูกจะไปสอบเข้ามหาลัยใช่ไหม?”
ผมมองท่าทีอึกอักของคยูฮยอน แล้วรู้เลยว่า เรื่องนี้น่ะ ยังไม่ได้บอกพ่อมัน เอาเถอะ..ไม่มีเวลาแล้ว
“คุณน้าครับ เดี๋ยวผมขอพาคยูฮยอนไปก่อนนะครับ จะถึงเวลาแล้ว...ลาล่ะนะครับ”
ก้มหัวลงลาอย่างพยายามให้มันดูนอบน้อมที่สุด ก่อนจะออกแรงดึงแขนเรียวนั่นลากติดมือมาจนถึงรถคู่ใจผมที่ให้คนขับรถเอาออกมาให้เรียบร้อย เปิดประตูรถโยนไอ้เจ้าตัวแสบใส่ทางด้านคนขับ ดันตัวบางๆ นั่นให้ไปอยู่เบาะข้างคนขับ ก่อนจะรีบยัดตัวเองตามเข้าไปติดๆ เหยียบให้มิด! เพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบห้านาที!!!
แล้วก็ถือว่าเป็นโชคดีของชเวซีวอนคนนี้! ส่งโจคยูฮยอนตัวยุ่งที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่หน้าห้องสอบได้ทันเวลาเป๊ะ! บัตรนักเรียน เอกสารที่ปริ้นท์มาจากเน็ตครบถ้วน คุณคุมห้องสอบบอกว่าโอเคให้เข้าไปสอบได้ ก็เปิดทางให้เข้าไป.. แต่ก่อนที่คยูฮยอนจะส่งยิ้มเหนื่อยๆ มาให้ ผมก็เอื้อมมือคว้าข้อแขนเล็กไว้ ก้าวเท้าไปอีกก้าว กระซิบบอกเสียงเบาๆ แล้วจึงปล่อยแขนขาวให้เป็นอิสระ โบกมือลา ก้าวเท้าเดินออกมา
“ตั้งใจนะ พยายามเพื่อเราสองคน”
ไม่แปลกเลยสักนิด!
คยูฮยอนสอบเสร็จแล้ว ผมเรียนไม่ทันจะหมดคาบดี ก็ย่องโดดออกมาจากห้องเรียน อาศัยช่วงอาจารย์หันหลังสอนอยู่ ก็ย่อตัวก้าวเท้ายาวๆ เผ่นแนบออกพุ่งตัวไปหาคยูฮยอนที่นั่งอยู่ใต้ตึกที่พวกผมพาไปสอบ นั่งแกว่งเท้า มือกำโทรศัพท์ข้าง ส่วนมืออีกข้างนั้นกำเนคไทด์ที่ปลดออกมา มองนานๆ แล้วคิดอะไรๆ สนุกออก ก้าวเท้าลงน้ำหนักเบาๆ ย่องเข้าไปข้างหลัง จิ้มนิ้วเข้าที่สีข้าง
เจ้าตัวยุ่งสะดุ้งโหยง เกือบทำมือถือที่กำลังคุยจ้อหลุดมือ คยูฮยอนมองมองซ้ายมองขวา ก่อนจะหันขวับ! มาทางที่ผมอยู่ข้างหลัง ตาสีนิลส่งสายตาดุแกมโกรธนิดๆ มาให้ มือเรียวจัดการกดตัดสายโทรศัพท์แล้วยัดมือถือลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะก้าวเท้ามาหาผมที่ก้าวเท้าถอยหลังตาม
“พี่ชาย!!!”
ก้าวเท้าเตรียมวิ่งหนีแล้วนะ แต่เปล่าเลย.. คยูฮยอนน่ะ วิ่งเข้ามายืนหยุดอยู่ตรงหน้า ก้มหน้าเอาหัวชนไหล่ผม ยื่นมือข้างหนึ่งเข้ามา ซึ่งผมตอบรับไปด้วยการยื่นมือไปเกี่ยวนิ้วประสานกุมมือคยูฮยอนไว้ ส่วนอีกมือนั้นลูบเบาๆ ที่กลุ่มผมนุ่ม
“กลับบ้านกันนะ..”
“ไม่เอาอ่ะ พาไปเดินเล่นหน่อยสิ...อย่าเพิ่งกลับบ้านเลย..นะ”
“อื้ม..ไปกันเถอะ”
ไม่ได้ถามอะไร.. เดินเข้าไปรวบหยิบข้าวของของคยูฮยอนมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างนั้นถูกมือนิ่มเกี่ยวจับไว้ หันกลับไปมองหน้าคยูฮยอนที่เดินมาด้วยกันเงียบๆ เห็นสีหน้าติดจะไม่ดีแล้ว..เริ่มจะใจไม่ดีตาม ยิ่งโจคยูฮยอนคนนี้อยู่ๆ ก็หยุดเดินแล้วด้วยน่ะ
“เป็นอะไรไป?”
“ขึ้นรถก่อนเหอะนะ..เปิดประตูให้ผมที”
ผมเริ่มจะทำอะไรไม่ถูกแล้ว... ยอมเปิดกดสวิตซ์เปิดประตูตามที่คยูฮยอนบอก ก่อนจะเดินเข้ามานั่งในรถตามคยูฮยอน สตาร์ทรถเปิดแอร์ไว้ แต่ยังไม่ได้ออกรถไปไหน เวลานี้..ก็เที่ยงเกือบๆ ครึ่ง คนก็ไม่ค่อยจะพลุกพล่านเท่าไร ที่จอดรถที่ผมมาจอดนี่ ถึงจะจอดไว้หลังตึกคณะ แต่ก็ยังไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่...มั้ง มองไปรอบๆ เอ่อ..ก็เห็นยังมีพวกเด็กไฮสคูลเดินกันร่อน สงสัยจะทั้ง ม. ล่ะนะ เพราะมีสอบอยู่ด้วยกันหลายคณะด้วย
“เป็นอะไรน่ะ..เครียดเหรอไงเรา?”
“อื้อ.. เครียดครับ”
หน้ามันก็บอก เขียนคำว่า “เครียด” ไว้เต็มหน้าผากเลย เปิดวิทยุขึ้นมา..หวังจะช่วยให้เกิดบรรยากาศดีขึ้นมาสักหน่อย ดันมาเปิดเจอคลื่นเพลงปวดร้าวเข้าไปอีก ผมเห็นคยูฮยอนยู่หน้าก็เลยเปลี่นคลื่น เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็ไม่เจอคลื่นไหนถูกใจสักที ก็เลยปิดมันเหมือนเดิม คราวนี้คยูฮยอนหันหน้าออกไปทางกระจกด้านข้างนั่งถอนหายใจทิ้ง
“นี่..อย่าถอนหายใจทิ้งบ่อยๆ นักสิ แก่ขึ้นมากี่ปีแล้วเนี่ย..หา ไอ้แสบ”
“ผม......กลัว”
ผมที่กำลังจะคาดเข็มขัดเตรียมจะเหยียบคันเร่งขับพาไอ้ตัวยุ่งไปเดินเล่นอย่างที่ว่าจริงๆ เจอมันพูดแบบนี้เข้า! เลยปล่อยเข็มขัดกลับที่เดิม ยื่นทั้งหน้าทั้งตัวไปหาคยูฮยอนที่นั่งมองไปนอกหน้าต่าง เห็นหน้าเฉยๆ เบื่อๆ ที่สะท้อนมาจากกระจกใสตรงหน้า ผมยิ่งกังวลใหญ่ แตะไหล่เบาๆ ก่อนจะจับไหล่สองข้างให้หมุนกับมามองหน้ากัน คยูฮยอนถอนหายใจหนักๆ อีกที ช้อนตาขึ้นมองผม เม้มปากเล็กๆ นั่นจนแดงกว่าเก่า เห็นแล้ว..อดห่วงไม่ได้จริงๆ
“คยูฮยอน..”
คยูฮยอนของผมเขาอยู่ๆ ก็โผเข้ากอดผมไว้แน่น ใบหน้าเนียนถูไปมาที่ไหล่ผม ก่อนจะหยุดจ่อใบหน้าลงกับไหล่ผม ตัวบางๆ นั่นสั่นแบบแปลกๆ ผมเริ่มรู้สึกใจไม่ดี...กลัวจริงๆ คยูฮยอนของผมจะร้องไห้อีก ก็รู้แหละ คนๆ นี้เขาเก่งกล้าบ้าบอบิ่น แต่..ก็มีบ้างน่ะแหละ คยูฮยอนของผมน่ะ จริงๆ แล้วน่ะ ก็อ่อนแอเหมือนๆ กับคนอื่น ผมถึงได้อยากจะอยู่ข้างๆ คอยปกป้อง คอยดูแล มือขึ้นไล้ลูบแผ่นหลังบางเบาๆ เอ่ยเรียกชื่อมันหลายต่อหลายครั้ง ลนจนกระทั่งต้องผละคยูฮยอนออกมา แต่คยูฮยอนของผมน่ะดื้อ ไอ้ตัวแสบมันก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าสักที ผมห่วงแสนห่วง แต่ดูมันสิ!
“พี่ชายครับ....”
แล้วมันก็ค่อยๆ เงยหน้าขาวๆ ขึ้นมา ผมกลัวแทบตาย..ถ้าจะได้เห็นคยูฮยอนร้องไห้จริงๆ แต่เปล่าเลย!
“ขอบคุณนะ”
คยูฮยอนตัวแสบน่ะเงยหน้าขึ้นมายิ้มครับ ไม่มีทีท่าอะไรเลยที่จะตีความได้ว่าร้องไห้ มันทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ ยิ่งเห็นหน้าเอ๋อๆ ของผมแล้วยิ่งสะใจมั้ง เลยยื่นหน้ามาแตะจมูกหอมแก้มซ้ายผม แล้วรีบผละออกมามองหน้าร้อนๆ ของผม แล้วหัวเราะใหญ่
“ไปหาไรกินกันก่อนดีกว่านะ”
และก็ขอย้ำคำเดิมๆ ไม่แปลกเลยสักนิด!!!
ไปเดินเล่น กินเค้ก กินไอติม ชมวิว มองผู้คนที่เดินผ่านไปมา เวลาแล่นไปจนเข็มสั้นของนาฬิกาข้อมือที่ผูกไว้ บอกเวลาว่าใกล้ถึงเวลาแห่งความจริงเสียแล้ว... ไม่อาจหลบหนีได้อีกแล้ว ยิ่งหลบ ยิ่งยื้อไว้แบบนี้ ทำเป็นนิ่งนอนใจ สบายอารมณ์..เอื่อยๆ ไม่คิดอะไร แต่ลึกๆ น่ะ อยากจะให้มันจบๆ ไปเสียตั้งแต่เจอหน้าคุณพ่อของคยูฮยอนแล้วล่ะ
เพียงแต่ตอนนั้น.. แค่มองหน้า มือก็เริ่มสั่น ปากเองก็ด้วย เวลาก็ดี ทุกอย่าง..มันบีบจริงๆ
แต่หลังจากนี้ จะต้องกลับไปแล้วนะ กลับไปพูดจริงๆ จังๆ สักที บอกกับพ่อของคยูฮยอน บอกให้รู้..รู้ว่า ยังมีคนทางนี้ ที่ยังต้องการไม่ให้คยูฮยอนไป
“คิดอะไรน่ะ? หน้ายุ่งจริงเชียว”
ผมที่กำลังคิดอะไรไปต่างๆ นานา ตอนนี้รถจอดอยู่ที่ไฟแดง ผมหันไปมองหน้าไอ้ตัวยุ่งที่เพิ่งเอานิ้วจิ้มๆ ที่หว่างคิ้วมือครู่ ทำสายตาห่วงๆ เห็นแค่นี้...ก็พอแล้วล่ะ กำลังใจน่ะ แค่นี้ก็เพียงพอ
“คิดว่า.. เฮ้อ ไงดีล่ะ”
“แล้วไงอะไรของพี่? พูดมาดีๆ”
“พี่ถามอีกครั้งได้ไหม”
“หา?”
เลื่อนมือไปดึงมือนิ่มมากุม มองตาสวยๆ มองหน้าหวานๆ ไล้นิ้วไปทั่วมือนุ่ม บีบเบาๆ ก่อนจะเปิดปากพูด
“คยูฮยอน.. นายอยากจะอยู่เกาหลีต่อไปหรือเปล่า”
พูดไม่ทันจะอะไร สัญญาณไฟก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว ผมนิ่งรอคำตอบ จ้องนัยน์ตาใสประกายเศร้าหมองปะปนไปกับประกายกังวลที่ฉายชัด ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ยังตั้งใจที่จะฟัง
“ผม...”
เสียงแตรรถคันหลังดังขึ้นมา ผมพรูลมหายใจออก ข่มใจละสายตาออกจากกรอบหน้านวล ปล่อยมือจากที่จับมือนิ่มนั่นไว้ หันไปจ้องถนนข้างหน้า ออกรถเดินต่อไป แต่ก็ยังเหล่มองหน้าเครียดๆ ของคยูฮยอน
“ตอบพี่เถอะ..นะ”
“ผม...อยากอยู่กับพี่ชาย”
ผมยิ้ม ยิ้มมันให้โลกแตก พอแล้วล่ะ..พอแล้วจริงๆ คำตอบเพียงเท่านี้แหละ ที่ผมต้องการจะได้ยิน เท่านี้ความกล้า ความตั้งใจของผมก็พร้อมเต็มที่แล้ว เพียงแค่คยูฮยอนให้คำตอบที่น่าฟังแบบนี้แล้ว ผมเองก็ไม่ต้องมาทึกทักเอาเองแบบแต่ก่อน สามารถพูดออกมาได้เต็มปากได้อย่างสบายใจจริงๆ เสียที เร่งขับรถเร็วขึ้นกว่าเก่า จุดหมายปลายทางที่จะถึงนั่นคือที่เดิมๆ ไม่ใช่ที่อื่นไกล.. ก็บ้านของเราไง
“คุณน้าครับ ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”
“เรื่องของเจ้าคยูฮยอนน่ะหรือ?”
“ครับ.. เรื่องของคยูฮยอน แล้วก็เกี่ยวกับตัวผมเองด้วย”
ใบหน้าของชายวัยกลางคน ทอดสายตามองมาที่ผม ผมที่นั่งกำมือระงับอาการสั่นน้อยๆ นั่นไว้ หายใจเข้าออกลึกๆ หันไปมองหน้าคยูฮยอนเรียกกำลังใจ เมื่อเห็นว่าคยูฮยอนเองก็พยักหน้ารับด้วย ผมยิ่งรู้สึกมั่นใจพอที่จะเปิดปากพูดออกไปเสียที
“ให้คยูฮยอนเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เกาหลีต่อเถอะครับ”
คุณน้า พ่อเจ้าแสบเลิกคิ้วมองหน้าผมนิดๆ ใบหน้าที่มีเค้าโครงความหล่อเหลาที่ผ่านช่วงเวลามานับสิบปีกระตุกยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาสีเดียวกับคนที่ผมรักทอดมองมา จับจ้องหน้าผม..หน้าคยูฮยอน ก่อนจะลากสายตากลับมามองผมต่อ มอง..มอง..มองจนแทบจะหัวใจวายตาย ลุ้นกับคำตอบ..ลุ้นจริงๆ รู้สึกเหมือนกับว่า ช่วงเวลานี้มัน..ช่างยาวนานยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
“ทำไมล่ะ?”
เล่นเอาผมตอบไม่ถูก..
คยูฮยอนตบไหล่ผมเบาๆ เรียกให้หันหน้าไปมองหน้าหวานที่ติดจะแดงขึ้นหน่อยๆ ผมมองแล้วยิ่งสงสัย ก่อนที่สิ่งที่สงสัยจะคลี่คลายออกเมื่อคุณนายโจเป็นฝ่ายแย่งพูดขึ้นมา ทำเอาทั้งผมทั้งคยูฮยอนหน้าร้อนๆ กันเลยทั้งสองคน
“ก็ซีวอนเขามาขอสมัครเป็นลูกเขยบ้านเราน่ะสิ”
“แม่ว่าอะไรนะ? แม่จะบอกว่าซีวอนเขาชอบลูกเรา?”
“ใช่.. คยูฮยอนน่ะ”
แล้วพ่อของเจ้าคยูฮยอนก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ จากที่คนเดียวหัวเราะ เจอแม่คยูฮยอนเขาหัวเราะด้วย บรรยากาศเลยค่อยผ่อนคลายลงบ้าง ต้องขอบคุณคุณแม่ภรรยาจริงๆ ที่ช่วยเบิกทางให้ขนาดนี้แล้ว
“ซีวอนบอกพ่อเขาไปสิลูก”
ผมพยักหน้ารับ ทั้งขอบคุณ ทั้งดีใจ เบือนหน้าจากคุณนายโจ ไปหาคุณว่าที่พ่อตาที่มองมายิ้มๆ
“เพราะอย่างที่ว่านั่นแหละครับ ผมเลยอยากจะขอ...”
“ขอให้น้าอนุญาตให้ลูกชายน้าเรียนอยู่เกาหลีต่อ อยู่กับซีวอนด้วยงั้นสิ?”
คุณว่าที่พ่อตาต่อประโยคออกมาแบบนั้น ก็ใช่ ก็จริง ผมเองก็ต้องการจะบอกแบบนั้น หัวใจผมเต้นแรงรัว เริ่มจะหวั่นๆ ไปกับคำพูดของคุณน้าที่พูดออกมา แต่ก็ตอบรับเขาไปด้วยการพยักหน้ารับเบาๆ
“แล้วคิดว่าน้าจะให้ดีไหม?”
ไม่แน่ใจในประกายตาของคนตรงหน้าเลยจริงๆ ยากจะตีความ ยากจะเข้าใจ ..น่ากลัว..น่าหวั่นเกรง.. แต่เพราะผมมั่นใจกับตัวเองมากพอแล้ว มากพอแล้วจริงๆ ทั้งใจตัวเองที่แน่วแน่ ทั้งคยูฮยอนเองด้วย คิดว่าการที่เราต่างคนต่างเห็นพ้องกันแล้ว อย่างน้อย..ก็น่าจะพูดออกมาได้ หากคยูฮยอนกับเป็นฝ่ายแย่งพูดซะเอง
“ให้ผมอยู่ที่นี่เถอะนะคุณพ่อ”
ไม่รู้จะทำอะไรดี..
ผลการสอบออกมาแล้ว คยูฮยอนคนเก่งของผมสอบติดคณะผมจริงๆ ได้อันดับติดท็อปเท็นซะด้วย ผมจะยิ้มปลื้มใจ ดีใจด้วย..ก็ทำไม่ได้ ก็ในเมื่อเจ้าตัวเขา................ไม่อยู่แล้ว
สรุปแล้ว.. ตกลงแล้ว คำตอบที่ได้รับมา ทั้งๆ ที่มั่นใจออกจะขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่ที่ได้รับมานั้น.......
“คงจะ..ไม่ได้หรอกนะ น้าจัดการเรื่องที่นั่นไว้ให้น้องแล้ว”
ตั้งแต่วันนั้นที่ได้รับคำตอบ ผมหน้าเปลี่ยนสี ลมหายใจสั่นๆ หันไปมองหน้าติดจะซีดเช่นเดียวกันของเจ้าคยูฮยอน ยื่นมือเข้าจับวางทาบทับมือขาวๆ บีบเบาๆ ปลอบไม่เป็นไร ค่อยๆ เหยียดริมฝีปากออกจนกลายเป็นรอยยิ้มที่ค่อนข้างจะซีดเซียวส่งให้คยูฮยอนพร้อมพยักหน้า ก่อนจะหันไปก้มหัวลงให้กับพ่อของเจ้าคยูฮยอน แล้วขอตัวกลับมาก่อน
ไม่รู้ว่าหลังจากที่ผมกลับมานั่น..จะมีอะไรบ้าง กลับไปถึงบ้าน ตีสีหน้าปกติ ยิ้มให้ม๊ากับป๊าที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงาน เดินขึ้นไปถึงห้อง ทิ้งตัวอย่างหมดแรงลงบนเตียง..ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั้นใช้เวลาคิดไปกับเรื่องนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน นอนมองเพดานนานจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี คยูฮยอนโทรเข้ามาด้วยเสียงสั่นๆ ยิ่งฟังแล้ว....ครั้งนี้ ผมเองนั้นก็อยากจะร้องไห้ตาม ลุกขึ้นมาจากเตียงตรงไปยังบานหน้าต่างบานสำคัญ นั่งพิงกับไปกับกรอบหน้าต่าง มองคยูฮยอนที่ตาแดงช้ำพร่ำพูดไป ร้องไห้....เสียงของคยูฮยอนนั้น เหลือเชื่อที่ไม่ได้เข้าหูผมเลย ผมนั่งเอามือถือโทรศัพท์แนบหูปล่อยให้เสียงทุ้มหวานนั่นเข้าหูข้างหนึ่งทะลุหูอีกข้าง จะมีก็แต่ตาทั้งสองข้างเท่านั้นที่เอาแต่จับจ้องใบหน้าของคยูฮยอน มองอีกฝ่ายแต่เพียงอย่างเดียว
น้ำตาอุ่นๆ มันไหลลงมา..
ผมจำวินาทีนั้นได้ คยูฮยอนของผมนั้นเกือบจะตกจากหน้าต่างให้ได้ ใจผมกระตุกวูบ ตั้งสติตะโกนผ่านทางโทรศัพท์ทั้งตะโกนไปให้อีกฝ่ายได้ยิน โชคดีที่คยูฮยอนแค่ลื่นล้มลงไปเฉยๆ ไม่เป็นอะไรมาก มองแล้วค่อยผ่อนหัวใจที่บีบอัดเมื่อครู่ลงได้หน่อย เสียแต่ว่าคยูฮยอนร้องไห้หนักกว่าเก่า บอกว่าตนเองนั้นเป็นเหตุทำให้ผมนั้นร้องไห้
ยกปลายนิ้วขึ้นแตะที่หางตา ที่แก้ม ที่ใบหน้า.. ไม่เคยจะร้องไห้เลยจริงๆ ไม่เคยเลยสักครั้งกับเรื่องความรัก..หรือเรื่องใดๆ มันนานจนลืมไปแล้วว่าเคยร้องไห้ ไม่คิดว่า..การที่ร้องไห้ครั้งนี้ จะรู้สึกปวดใจเสียยิ่งกว่าอะไร มันคงจะมากมายเพราะหวังเอาไว้มาก เพราะรักมาก เพราะอะไรๆ ที่อยากให้สมหวังมัน..ไม่สมหวัง ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ สาบานได้..ถ้าเพื่อปกป้องคนที่รักแล้ว ผมต้องเข้มแข็งให้มากๆ ควรจะเร้นซ่อนความอ่อนแอ ความงี่เง่า แล้วก็น้ำตาบ้าๆ นี่ไม่ให้ใครเห็น
ขอโทษจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้สักหน่อยนะ..
ช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่วัน ผมใช้สอยมันไม่เพียงพอ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างติดพันในเรื่องของตัวเอง ต้องสอบ ต้องทำงาน ต้องปั่นโปรเจ็กต์ ต้องทำนั่นนี่ ยุ่งวุ่นวายเสียจนแทบไม่มีเวลาให้กัน...ก็ในเมื่อครอบครัวเขาเฝ้ากันขนาดนี้ และตัวผมเองก็มีแต่ปัญหาสารพัดสารเพที่ดาหน้าเข้ามาหา อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจเสียเลย
ล่วงเลยไปจนกระทั่งวันที่โรงเรียนของเจ้าคยูฮยอนนั้นปิดภาคเรียน คยูฮยอนเรียนจบมัธยมปลาย ส่วนผมนั้น..ยังสอบไม่เสร็จ สายที่โทรเข้ามาในคืนนั้น คืนก่อนสอบวันรองสุดท้ายของผม... คืนก่อนวันที่คยูฮยอนต้องจากผมไป ..คืนที่ทำให้ผมข่มตาลงนอนไม่หลับอีกเลย
ผมรับสายด้วยหัวใจที่กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกนิด คยูฮยอนโทรมาน้ำเสียงนิ่งๆ ไม่มีกระแสชีวิตชีวาใดๆ เลยที่ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย กลับมาตีหน้าระรื่นได้อย่างเก่า คยูฮยอนเรียกให้ผมออกไปนั่งริมหน้าต่างคุยโทรศัพท์กันเหมือนดั่งครั้งก่อนๆ เห็นยิ้มหวานๆ ที่ส่งมาให้พร้อมกับมือเล็กที่โบกไปมาร้องเรียกให้ส่งยิ้มตอบกลับไป หัวใจเริ่มกลับมาแช่มชื่น เหมือนมีน้ำทิพย์หลั่งลงมารดน้ำในหัวใจ เพราะวันนี้เรายังไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่เช้า
เราคุยกันแค่เรื่องทั่วๆ ไป ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ เรื่องที่โรงเรียนเจ้าหนู เรื่องที่มหาลัยผม เรื่องเพื่อน เรื่องอะไรสารพัดสารเพจนตังค์ในมือถือเจ้าหนูมันหมด ผมเลยโทรกลับไปคุยต่อ คุย..คุย..นั่งฟังเสียงทุ้มหวาน ฟังเสียงไพเราะน่าฟัง มองดวงหน้าหวานใส มองรอยยิ้มกระจ่างที่ชัดเจนในสายตาและในหัวสมองตอนนี้ มองคยูฮยอนเด็กน้อยของผมที่อยู่ห่างกันไม่ไกล หากแต่เอื้อมไปไม่ถึง ใช้เวลาด้วยกัน..จนสุดท้าย เรื่องที่จะคุย..มันเริ่มจะหมด จะโทษว่าเพราะเราคุยกันมากไป มีอะไรก็บอกกัน หรือเพราะมันเป็นช่วงแสนหนักใจของเราสองคนกันแน่ ถึงจะทำยิ้มแย้ม พยายามลืมว่าจะมีกันอย่างนี้ต่อไป...ไม่มีพรุ่งนี้ ไม่มีอนาคตที่ขีดเส้นแบ่งให้เราต้องห่างกัน ไม่มีเรื่องไม่สบายใจ ไม่มีใครมาทำให้พรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปของเราต้องไปจาก
แต่สุดท้าย..งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
“พี่ซีวอนครับ.. พรุ่งนี้น่ะ ไฟลต์ไปออสฯ จะออกตอนแปดโมงเช้า ผม....”
เสียงคยูฮยอนขาดห้วง ผมเอง..ก็ย่อมรู้แก่ใจดี หลับตาลงพยักหน้าช้าๆ กรอกเสียงกลับไปว่าเข้าใจ และขอโทษด้วย...ขอโทษอย่างสุดซึ้ง ผม..ผมไม่สามารถไปส่งคยูฮยอนของผมได้....จริงๆ
ไม่ใช่ผมเป็นบ้าอะไร ไม่ใช่ว่าพระเอกเรื่องนี้มันเพี้ยนจนโกรธนางเอกมากจนไม่ยอมไปส่ง ไม่ใช่อะไรเลยจริงๆ ...อยากไปส่ง..อยากไปหา อยากไปกอด อยากจูบ อยากสัมผัส อยากซึบซับ อยากมองตา อยากจับมือ อยากจะยื้อ..ยื้อให้อยู่ด้วยกัน ไม่ให้ไปไหน ไม่จากไปเลย
แต่เพราะอะไรนั่นน่ะ..อะไรบ้าๆ ที่ไม่ค่อยจะมีน้ำหนัก ไม่เคยปวดหัว ไม่เคยจะแคร์มากมายนี่แหละ
...พรุ่งนี้มีสอบแต่เช้า...
“พี่..ขอโทษ......พรุ่งนี้พี่มีสอบแปดโมงครึ่ง”
กั้นใจบอกออกไป เพราะรู้ว่าถ้าแม้จะมีเวลาอีกสักครึ่งชั่วโมง หรือจะแม้แต่ชั่วโมงเดียว ก็ไม่อยากจะหยุดอยู่กับตรงนั้น ไม่อยากจะจมอยู่กับบนพื้นสนามบินที่ว่างเปล่า..ร้างไร้คนที่รัก เพราะรู้อยู่แล้ว.....มันคงจะทำอะไรไม่ได้ ไม่อยากจะทำให้คยูฮยอนลำบากใจ ทั้งครอบครัวของมันด้วย ...นี่คือการตัดสินใจที่ดีแล้ว..ใช่ไหม?
“อ..เอ่อ ก็..ก็ได้ครับ ไม่ได้ไปส่งผม....ก็ได้”
รู้ว่าพูดจาแบบนี้ไป ยังไงก็ต้องทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดเสียใจอยู่แล้ว หากเพราะไม่อยากให้พรุ่งนี้จะต้องเจ็บปวดไปจนถึงขั้นไม่อาจทำอะไรอื่นได้อีกแล้วเลย ผมควรจะ..ทำแบบนี้ใช่ไหม? เพราะตอนนี้...ผมกลัว...กลัวจริงๆ กลัวตัวเอง..กลัวไปเสียหมด
กลัว..หรือว่าขี้ขลาดกันแน่
เสียงหนึ่งในใจของผมตะโกนกลับมา ถ้อยคำด่าทอนี้..จี้ใจดำผมมาก หากเพื่อตัวผมเองแล้ว..อย่างน้อย ก็แค่ต้องการสร้างเกราะป้องกันไว้อีกสักชั้น..กั้นหัวใจที่เต้นในอกไม่ให้เจ็บปวดเจียนตาย กั้นไม่ให้ใจ..มันร้าวรานหากได้เห็นภาพแผ่นหลังบางนั้นลาจากไป
“ผม..ผมขอไปกินข้าว ไปเดินเล่นกับพี่ได้ไหม? ...ตอนนี้”
“อื้ม..ไปสิ”
มีความสุขให้มาก กอบโกยช่วงเวลาอันน้อยนิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เดินเล่น กินข้าว จับมือ มีช่วงเวลาที่ดี ผมบอกรักคยูฮยอนเท่าที่จะบอกได้ ไม่รู้ว่าไอ้แสบมันจะเบื่อไหม ไม่รู้ว่ามันจะพร่ำเพรื่อเกินไปหรือเปล่า แต่ขอติดมัดจำไว้ก่อนนะ... ปิดเทอม ไม่สิ สอบเสร็จน่ะ ผมจะไปทวงคืนทบต้นทบดอกถึงออสเตรเลียเลย!!
เอาเข้าจริง ผมกลับมาท่องหนังสือต่อ ท่องมันไป..ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรในหัว มันว่างเปล่า เพราะมัวแต่คิดถึงแต่คนน่ารักที่เพิ่งจากกัน คิดแล้วก็..คิดไม่ตก จะโดดขึ้นเตียงไปนอน ก็ข่มตานอนไม่หลับ...กว่าจะรู้สึกตัวก็เมื่อตอนเช้าไอ้มิกกี้ยูชอนโทรเข้ามาเรียกไปติวกันที่ใต้ตึกคณะ ถึงได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนออกจากห้องก็ไม่ลืมที่จะชะโงกหน้ามองไปยังหน้าต่างอีกบานที่อยู่ตรงกัน ห้องสะอาดตาที่มองเห็นผ่านทางช่องหน้าต่างที่ผ้ามานพลิ้วไหวไปตามแรงลม จ้องมองอยู่นานจนมารู้สึกตัวได้ รีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องลงไปนั่งข้างในรถสตาร์ทเครื่องรอไว้..เหมือนมีอะไรบางอย่างที่ค้างคาในใจไม่หาย นาฬิกาตีบอกเวลาเจ็ดโมงกว่า ผมหันหลังกลับไปมองบ้านหลังเดิม หยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาเบอร์โทรออกล่าสุด..เบอร์เดิม..เบอร์คุ้นเคย
นั่งรอฟังเสียงรอสายไป..รอจน..ฮัมเพลงตามซะจน...เกือบจะตัดสายไปเอง
“พี่ชาย..”
“อื้ม..พี่เอง พี่โทรมาหานาย.. เก็บของเสร็จยังน่ะ”
“เรียบร้อยแล้วล่ะ เฮ้อ..แน่ใจนะ จะไม่ไปส่งผมน่ะ”
“ไม่ดีกว่า กลัวว่า..เดี๋ยวไปส่งนายจริงๆ แล้วอดใจไม่ได้ ลักพาตัวนายกลับมาแทนน่ะ”
ผมว่าอย่างติดตลก เราคุยกันอีกไม่เท่าไร ก็มีสายเรียกซ้อนเข้ามา ผมเลยต้องวางสายก่อน แล้วก่อนวางสายก็บอกให้โทรมาหาผมก่อนขึ้นเครื่องด้วย ผมรับโทรศัพท์ของเจ้าเดิม ก่อนจะรีบขับรถไปมหาวิทยาลัย จอดรถที่ด้านหลังตึกคณะ ก่อนจะรีบพาตัวกับกระเป๋าไปนั่งข้างๆ ไอ้ปาร์ค นั่งรอความรู้บรรจุลงสมอง..อย่างน้อย ก็ยังพอจะทำใจให้สงบลงได้บ้างล่ะนะ แค่ได้ยินน้ำเสียงน่ารักๆ ของเจ้าคยูฮยอนน่ะ
ใกล้ๆ แปดโมง คยูฮยอนส่งเมสเสจมาบอกผมว่า ‘มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศ เครื่องลงจอดไม่ได้ ดีเลย์ประมาณสองชั่วโมงได้’
ผมรู้ในทันที..หัวใจผมมันร่ำร้อง กู้ร้องก้องอก บอกกับตัวเองว่าอย่าฝืนอะไรอีกเลย.. แปดโมงครึ่งผมเข้าสอบไปพร้อมกับความรู้ก่อนเข้าห้องสอบที่ได้จากการติวของพวกเพื่อนร่วมคณะกันเอง นั่งทำข้อสอบ..ก็มัวแต่พะวงกับนาฬิกา แต่โชคดีที่วิชานี้ผมเข้าเรียนตลอด ไม่แปลก.. ที่ผมจะออกมาจากห้องสอบเมื่อเวลาผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ ได้
ออกมาไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ แล้ว ยัดตัวเข้าไปในรถได้ ก็เหยียบไม่คิดชีวิตตรงไปยังจุดหมายเดิมในตอนนี้ ต่อให้ต้องแลกอะไร..ก็ต้องรีบไปให้ทัน!!
....ไม่ทัน....
ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง.. ผมจอดรถทิ้งไว้ข้างทางได้ก็รีบวิ่งสุดชีวิตตรงเข้ามาในตัวสนามบิน ไล่สายตามองที่ชาร์ตข้างบนแล้ว..ไม่ทันใจ รีบก้าวเท้าตรงเข้าไปถามฝ่ายพนักงานที่อยู่ใกล้ที่สุด ถามถึงไฟลต์ไปออสเตรเลีย ปรากฏว่า ไม่ทันแล้ว..ไม่ทัน...แล้วจริงๆ เครื่องออกไปเมื่อราวๆ เกือบสิบนาทีได้
ผมนั้นแทบ..ล้มทั้งยืน
ไหล่สั่นเทิ้ม เผลอกำมือทั้งสองข้างแน่นระงับอารมณ์ หยิบมือถือขึ้นมา ปรากฏเมสเสจที่อยู่ในเครื่องกว่าสามสี่ฉบับที่ล้วนมาจากคนส่งคนเดียวกัน
‘พี่ชาย.. เครื่องมาถึงแล้ว รีบมานะ’
‘พี่ครับ ถึงไหนแล้ว..มาส่งผมนะ’
‘พี่ชาย...มาเร็วสิ!!’
‘พี่ซีวอน ผมต้องขึ้นเครื่องแล้วนะ..... ขอโทษนะ ผมรอพี่ไม่ได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ผมว่าผมแล้ว ขอโทษที่ไม่ได้โทรไปหานะ เงินหมด แต่เมสเสจผมส่งฟรี รับรองนะ..ถึงที่นั่นจะรีบโทรหา ผมรักพี่ชายนะ’
.
.
..พี่ก็รักนาย..
ไม่ทัน..แล้ว....จริงๆ
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก หันหลัง เดินกลับไปยังที่จอดรถ กดสวิตซ์ปลดล็อครถพร้อมกับเปิดประตูรถออกมาทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะอย่างหมดแรง มือนวดขมับสูดลมหายใจเข้าออก พยายามอย่างยิ่งยวด..อย่างสุดความสามารถ
เพราะสัญญาแล้ว...
“ถ้าพี่จะยังยืนยันที่จะปกป้องผมต่อ พี่ต้องห้ามร้องไห้นะ”
เพราะงั้น.. ผมต้องต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้...กับดวงตาทั้งสองข้าง ต่อสู้กับศัตรูตัวร้ายที่จะทำให้ผมผิดสัญญา ..น้ำตา.. คยูฮยอนไปแล้ว..ไปซะแล้ว
หัวใจผมปวดร้าวเกินกว่าจะทนได้.. ดวงตาแสบร้อนหากต้องเข้มแข็ง ปิดเปลือกตาลงสูดหายใจเอาออก ทั้งที่มือข้างหนึ่งนั้นกำโทรศัพท์ไว้แน่น ในขณะที่อีกมือก็กำเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่ได้มาจากคนที่รัก กำจนกลายเป็นขยำที่โค้ทบริเวณที่ปวดร้าวที่สุด..หัวใจของผม..
ผมจะ..ทำยังไงดี...
“ไอ้ซีวอนเฮ้ย! ส่งแก้วมาดิๆ ไวๆ เลย อีทึก คังอินมาแล้ว”
ปาร์ตี้ฉลองวันฮาโลวีนที่ร้านเดิม โต๊ะตัวเดิม มุมเดิม กับคนเดิมๆ ทุกคนแต่งตัวกันสุดฤทธิ์ เอาให้เข้ากับบรรยากาศของวันนี้และบรรยากาศร้าน ผมนั่งข้างขวดเหล้า เลยต้องเป็นฝ่ายชงเหล้าไปโดนปริยาย จัดการเสร็จก็ส่งให้เพื่อนสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม วันนี้พวกผมมากันครบ..ใช่ ครบ! ครบจนเลยไปเป็นพาแฟนมาด้วยน่ะ ไอ้ยุนโฮกับแจจุง ไอ้ปาร์คกับจุนซูน้องชายแจจุง ไอ้คังอินกับอีทึก เอ่อ...นี่ผมไร้คู่คนเดียวเหรอวะ
“เฮ้ย! ไหงแกมาคนเดียวได้วะ แม่ง..ไม่ครบคู่นะเนี่ยมึง”
ไอ้คังอินนั่งใกล้ๆ ยื่นมือมาตบแรงๆ ที่ไหล่ผม เอ่ยแซวยิ้มๆ เพราะทุกคนตอนนี้รู้แล้วล่ะ.. ผมกับคยูฮยอนคบกัน แล้วก็เลยไปจนคยูฮยอนไอ้แสบของผมไปเรียนต่อที่นู่นแล้วน่ะ แต่ให้ตายเหอะ! จะให้ยิ้ม ให้หัวเราะไปกับมันก็ไม่ไหวล่ะครับ มันก็ต้องมีกันบ้างแหละน่า ไอ้อาการเหมือนโดนลูกศรสีดำแทงเข้ากลางอกน่ะ..ปวดแปล๊บๆ เนี่ย
“ช่างกูเหอะน่า วันนี้กูอุตส่าห์ถ่อมาสนุกกับพวกมึงนะ ยังมาพูดให้เสียอารมณ์อีก”
ผมว่าพร้อมกับส่ายหน้า ยกแก้วของตัวเองขึ้นเทของเหลวสีสวยลงคอ ก่อนจะดึงแก้วออกมาถือค้างไว้ ไม่รู้ว่าเมา หรือเพี้ยนอะไร มองลอดผ่านความระยิบระยับของแก้วไปข้างหน้า เผลอคิดว่าเด็กวัยรุ่นหัวทองที่กำลังเต้นเย้วๆ กับกลุ่มเพื่อนขโยงใหญ่นั่นคุ้นตา รีบวางแก้วลงบนโต๊ะ ขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก จนไอ้ปาร์คยูชอนที่นั่งข้างๆ ตบแรงๆ ที่ไหล่เรียก ก่อนจะมองตามสายตาผมไปพร้อมกับหลุดหัวเราะลั่นพร้อมเอ่ยแซวผมเสียงดัง
“เฮ้ยๆ พวกมึงๆ ทั้งหลาย กูว่า..คืนนี้เพื่อนมึงได้คู่แล้วว่ะ”
ผมไม่สนใจอะไรแม่งละ ลุกขึ้นจากโต๊ะ ก้าวเท้าตรงไปข้างหน้า..ก้าวไปเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน..รู้แต่ว่าตอนนี้น่ะ....สมองมันสั่งให้เดิน เดินไปหาเด็กหนุ่มตัวบางคนนั้น..
ถึงแล้ว!! หัวใจผมร่ำร้อง.. มันเต้นรัวแรงเมื่อผมยืนอยู่ข้างหลังคนตัวบางผมทองคนนี้ มือผมสั่น ใช่! สั่นมาก.. ผมค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นมา กลั้นหายใจพร้อมกับพยักหน้ากับตัวเอง ไม่รู้ล่ะ...จากนี้จะเป็นอะไร รู้แต่ว่าแตะมือลงวางลงบนไหล่แคบในเสื้อยืดสีขาวตัวบางแล้วล่ะ
“อ้ะ! อ้าว...พี่ซีวอน!!!”
End!!
Special เล็กๆ (??)
เด็กหนุ่มผมทองค่อยๆ เบือนหน้าหันมามองคนที่วางมือทาบบนไหล่ตามเสียงเรียกของเพื่อน ดวงตาคู่โตสีดำสนิทคุ้นตานั่นเบิกกว้างทันทีที่มองคนตรงหน้าเพียงแค่แวบเดียว ริมฝีปากสีแดงจัดสั่นน้อยๆ ก่อนที่จะเหยียดออกกว้าง..จนริมฝีปากสีหวานนี้ประดับไปด้วยรอยยิ้มชวนมอง
คนมองหัวใจสั่นไหว..ทันทีที่เห็นก็ใจสั่น หันหน้ามาชัดๆ ใจมันสั่นยิ่งกว่า เต้นแรงเสียจนแทบจะล้มทั้งยืน ท่าทีเกร็งๆ ประหม่าเมื่อครู่ถูกพับเก็บหายวับไปราวกับไม่เคยได้แสดงออกมา คลี่ยิ้มกว้าง..กว้างจนตาเกือบจะปิด เข้าใจแล้วจริงๆ เข้าใจเสียยิ่งกว่าเข้าใจ..ที่เคยด่าเพื่อนแซวเพื่อนที่มันยิ้มหน้าบานคราวที่ได้เจอแฟน หรือง้อแฟน คืนดีกับแฟนได้น่ะ อาการ..มันคล้ายกัน...มาก หากแตกต่างกันที่ว่า ที่มาเจอกับตัวเองตอนนี้นั้นมันรุนแรงยิ่งกว่า..
มองหน้ามองตา มองคนคุ้นเคย มองรอยยิ้ม..มองจนคนถูกมองหน้าแดง ..คยูฮยอนของผม.. ไม่ได้เจอกันราวสองเดือนกว่า เปลี่ยนไปเยอะเลยจริงๆ ถึงจะยังตัวผอมๆ บางๆ อยู่ก็จริง แต่ถ้าได้ทาบมือสัมผัสก็จะพบว่ามีเนื้อมีหนังมากกว่าเก่า....กอดแล้วนุ่มนิ่มไม่เปลี่ยน ซ้ำยังหอมหวานน่าหลงใหลเสียจน...
“พี่ชาย! จู่ๆ ก็กอดผมทำไมเนี่ย.. อายคนอื่นเขา”
หัวเราะหึ แต่ก็ยังไม่ยอมคลายแขนออกจากร่างนุ่มนิ่มแสนรัก คยูฮยอนหัวทองๆ ชี้ๆ แบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบนะ แต่ถึงจะเปลี่ยนไปยังไง คยูฮยอน..ก็ยังเป็นไอ้แสบของผมยังวันยังค่ำ!! มันน่ะยังคงมาดกวน มาดเด็กตัวแสบ..แบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยน ยกมือข้างหนึ่งคลายกอดออกมาขยี้หัวทองๆ นิ่มมือนี่แรงๆ ก่อนจะโดนปรามด้วยสายตาดุๆ แต่ทำอะไรผมไม่เคยจะได้สักครั้ง
“ไอ้ตัวยุ่ง.. กลับมาเกาหลีวันไหนเนี่ย? ไหงพี่ไม่เห็นนายที่บ้านเลยวะ”
ทั้งเสียงสั่น ทั้งตื่นเต้นสุดๆ ไปเลยจริงๆ ได้คุยแบบตัวเป็นๆ สักที ไม่ได้คุยกันนาน..ติดต่อกันก็ด้วย ผมไม่ได้หนีนะ แต่เพราะโครงการไปทำงานร่วมหลายคณะเมื่อสมัยช่วงต้นเดือนก่อนปิดเทอมนั่นทำผมเซ็ง ต้องยกโขยงกันไปออกค่ายกันเป็นเดือนๆ เนี่ยแหละ โทรไปหาก็ไม่ค่อยได้คุย เวลาไม่ตรงกัน ซ้ำยังกลัวว่าจะไปรบกวน หรือทำให้รำคาญใจ จะเล่นคอมเผื่อคุยกันจะได้เห็นหน้า มองหน้าให้หายคิดถึง..ก็เป็นอันต้องกลายเป็นแค่ฝัน เมื่อโน้ตบุ้คที่พกไปมันเกิดพังเพราะไอ้พวกเพื่อนบ้ามันมานั่งทับ แล้วยังจะสารพัดสารเพเรื่องราวมากมายเป็นหมื่นเป็นพันที่เล่าก็คงเล่าไม่หมด หากแต่ใจก็ยังคิดถึงไม่เปลี่ยน
ตอนนี้ผมกอดคยูฮยอนแน่น มองดวงตาสุกใสที่ถึงแม้ในร้านจะจัดแสงให้มืดลงกว่าเดิม หากผมกลับรู้สึกว่ามันชัดเจน สุกสว่างยิ่งกว่าสิ่งใด ประกายตาตื้นตันมีความสุขระคนดีใจปนสุขใจที่ฉายชัดออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง คยูฮยอนแย้มยิ้มส่งให้ ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้จนหน้าผากเราชิดกัน รู้สึกถึงอุณหภูมิร่างกายที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แก้มร้อน หัวใจในอกก็ทำพิษ..ร้อนไปทั้งร่าง ยิ่งเจอสายตาหวานซึ้งที่ส่งมาด้วยแล้ว...
“โอ้ย!!”
“บ้านัก ก็ต้องเจอแบบนี้มั่งแหละ.. ผมจะตอบนะ อย่าจ้องให้เขินนักสิ”
เอ่อ..ไม่มองตัวเองมั่งเลยนะ ทำอะไรกับผมไว้บ้างน่ะ!
ตอนนี้ปล่อยตัวขาวๆ นี้แล้วล่ะ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงอย่างคนยอมแพ้ แต่หน้าน่ะ ยังยิ้มระรื่นแม้จะเจ็บหน้าผากจากการที่โดนหัวกลมๆ ที่กระแทกแรงๆ ใส่ก็เถอะ
“ผมกลับมาวันนี้ กลับมา..ก็โดนพวกเพื่อนที่ดักรออยู่ที่สนามบินลากตัวไปกินข้าวกัน แล้วก็เลยไป..ไอ้นี่ ก่อนจะมารวมพลกันที่นี่”
‘ไอ้นี่’ ที่ว่า.. ก็คือผมทองๆ ยุ่งๆ ที่โดนผมขยี้ซะจนยุ่งไปหมดนี่แหละ ผมพยักหน้ารับช้าๆ หากยังอดไม่ได้ที่จะทำหน้าตึงๆ ตาดุๆ ทำท่าทีโกรธใส่ เห็นไหล่บางงอลงพร้อมกับสีหน้าสำนึกผิดน้อยๆ นั่นแล้ว ก็เริ่มจะเข้าอีหรอบเดิม เริ่มจะใจอ่อน..โกรธใครโกรธได้ แต่โกรธคนนี้....ไม่ได้จริงๆ
“แล้วทำไมไม่บอกพี่ก่อนล่ะ”
น้ำเสียงผมแข็ง..มาก เก็กไว้ก่อน อยากจะให้เจ้าตัวขาวๆ นี่มันง้อผมบ้าง ผมทำอะไรเพื่อมันมาก็เยอะ ทั้งทุ่มเทใจให้ ทั้งประเคนข้าวของ ทั้งดูแลปกป้อง ทั้งเอาใจสารพัด แต่ดูเจ้าตัวเขาสิ ไม่เคยจะแคร์ผมเลยสักครั้ง เอ่อ..หลายครั้งจะดีว่า ช่วงก่อนจะไปออสฯ เจ้าคยูฮยอนเป็นเด็กว่าง่ายมาก แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่มาตอนนี้แล้ว..ไม่ได้จริงๆ โกรธนะ..โกรธได้ แต่ก็หายไวมาก แต่ที่ไม่หายไปเลยน่ะ....น้อยใจ
“ผม...กะจะเซอร์ไพรซ์พี่นี่นา กะจะโผล่ไปหาพี่ที่บ้านพี่ตอนเย็นๆ แต่...แต่ไม่คิดว่าจะโดนลากมาที่นี่ด้วย ก็เลย...”
ผมยังนิ่งไม่หาย ก็บอกแล้ว.. ไม่โกรธหรอก โกรธไม่เคยได้นานเลยจริงๆ เด็กคนนี้สำคัญสำหรับผมมาก ก็แค่..แค่อยากจะเอาแต่ใจบ้าง คิดถึงนะ..อยากเจอจนใจแทบขาด แต่กลับมาเจอในที่แบบนี้ ยิ่งเป็นที่ๆ ไม่น่าไว้ใจแบบนี้ด้วย ยิ่งห่วง..ยิ่งกังวล หากมีใครสักคนมาเอาตัวแสบของผมไปด้วยแล้วน่ะ จะฆ่าให้ตายเลย!
“ขอโทษนะ..พี่ชาย ผมขอโทษ”
คยูฮยอนพร่ำขอโทษไม่ยอมหยุด ทำหน้าน่าสงสาร ตาใสๆ นั่นลดประกายใสวับลงเกือบจะหมด มือขาวยื่นมือกุมมือทั้งสองข้างของผมไว้ ยิ่งพูดแล้วผมไม่ตอบรับใดๆ กลับด้วยแล้ว ตาใสนั่นยิ่งแดงขึ้นมาอีก.. อย่าบอกนะว่าจะ.... หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ ความยินดีที่ได้พบเจอ ได้กอด ได้พูดคุย ได้มองหน้ามองตา ได้แกล้ง ได้รับคำขอโทษนั่น...มันพลันทลายหายไปวับกับตา
“ซีวอน มึงจะแกล้งน้องเขาไปอีกนานไหม? ลีลาจริงๆ เดี๋ยวกูจีบแย่งเลย...ดีไหม?”
ไอ้เวรยูชอน!!
หันไปแยกเขี้ยว ถลึงตาใส่มัน พร้อมกับชี้หน้าด่ากราดทางสายตา ก่อนจะดึงดันให้ร่างเล็กๆ นี้มาอยู่ในอ้อมแขน ยกมือขึ้นโอบไหล่ไอ้แสบอย่างถือสิทธิ์ ยักคิ้วให้ แล้วตั้งใจแกล้งเล่นมันต่อ โดยการโบ๊ยหน้าไปหาแฟนมันที่นั่งอยู่บนโต๊ะสองคนกับแจจุง ส่วนนอกนั้น ไอ้ยุนโฮ ไอ้คังอิน อีทึก ยืนอยู่ตรงหน้าผมกันพรึ่บ! นี่กะทำให้ผมอายไปทั้งร้านเลยไหม? นี่ยังไม่นับรวมเพื่อนไอ้แสบอีกโขยง คนในร้านอีก..โอย.......ดูท่านะ
“ยกโทษให้ก็ได้ครับ..”
ทอดเสียงนุ่ม เอ่ยข้างใบหูเล็กเบาๆ คยูฮยอนหน้าร้อนในทันทีที่ผมยอมพูดด้วย ช้อนนัยน์ตาสุกใสที่กลับมาแวววาวแบบเก่ามองหน้ามองตาผมอีกครั้ง เจ้าแสบคลี่ยิ้มเต็มแก้มพยักหน้าขอบคุณเสียยกใหญ่ ก่อนจะขยับปากเข้าใกล้หูผม บอกผมเบาๆ ก่อนจะผละออกมามองหน้าด้วยท่าทียิ้มๆ ปนเขินอาย
“ผมกลับมาแล้วนะ ต่อจากนี้ไป..เราจะอยู่ด้วยกันนะ ผมจะเรียนต่อที่เกาหลี..อยู่กับผมนะพี่ชาย ผม....รักพี่นะ”
อะไร..ก็ฉุดไม่อยู่แล้วล่ะ ก็ในเมื่ออะไร อะไร มันก็กลับมาสุขสมบูรณ์แบบนี้แล้ว ความรักของผม..เป็นจริงเสียที! คยูฮยอนกลับมาอยู่ที่เกาหลีแล้ว มาอยู่กับผม..อยู่ข้างๆ ผมต่อไปแล้ว ไม่ต้องรอ ไม่ต้องไปหาอีกแล้ว....ขอบคุณ..ขอบคุณมากจริงๆ
“พี่ก็รักนาย..คยูฮยอน”
พี่รักนาย..พี่รักนาย..รักนายนะ..คยูฮยอน..
ผมบอกรักเสียงดัง ก่อนจะรวบกอดร่างนุ่มนิ่มนั่นกลับมาอีกครั้ง แนบริมฝีปากจรดกลีบปากบางสวย มอบรสจูบที่ทั้งสองเราต่างใฝ่หา จูบกลีบปากบนไล่มาจนกลีบปากล่าง ดูดซึมความหอมหวานอันยาว ส่งผ่านความคิดถึง ความห่วงใย บรรจงมอบคำว่า “รัก” ผ่านจูบแสบหวานจูบนี้..ที่อยากให้ยาวนานตราบเท่านิรันดร์
“อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ...”
“อื้ม..อยู่ด้วยกันนะพี่ชาย”
Real end !!
/zea
เสร็จแล้ว^^ เย้ดีใจมากมาย
ตอนนี้ ตอนจบแล้ว มีความสุข โล่ง หัวใจเต้นแรงเลยแหะ
ไม่คิดว่าจะรู้สึกแบบนี้ตามซีวอนนะ (ฮา)
ดีใจมากมาย ไม่ได้ไปลอยกระทง ลอยในเน็ตละกัน exteen ดีไหมหว่า
..เหงา.. ยังไงไม่รู้
วันนี้มาลงเพิ่มอีกนะคะ แก้คำผิดด้วย เติมเนื้อหานิดนึงด้วย
คิดว่าสเปน่าจะเติมเต็มได้ แต่....เน่าไปเปล่าอ่ะ?? อ่านแล้วขนลุกเอง55+
ขอขอบคุณทุกคอมเมนท์ ทุกกำลังใจ ทุกคำแนะนำ ทุกเสียงเรียกร้อง(?) ทุกสิ่งทุกอย่าง
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ
พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ที่ตามมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ขอบคุณมากๆ ไม่คิดว่าฟิคสดๆ เรื่องนี้จะได้ปิดตัวสักที
คงเพราะกำหนดตัวเองไว้แล้ว ขอ18ตอน (เหรอ?) เลยถึงได้จบลงตามที่ได้กำหนดลงสักที
ขอความกรุณาด้วยนะคะ
ถ้าว่างๆ ก็ติดตามฟิคเรื่องดองอื่นๆ ด้วย (ฮา)
ขอบพระคุณมาก
ปล1
มีสเปของคริสมาสต์ที่เขียนแต่ปีที่แล้วด้วย (ดองข้ามปี) คือกะเขียน
แต่เขียนไม่ออก เลยเขียนเป็นซีรีย์ snow man x snow angel แทน
ไว้เดี๋ยวคริสมาสต์เอามาลงนะ 5555 ของเก่าเล่าใหม่ ทุเรศตัวเองว่ะ
ปล2 ขอบคุณพี่รุ้งที่ยังห่วงเชอๆๆ บ่อยๆ นะ เรื่องฟิคเนี่ยยย
ปล3 ขอบคุณ คุณmhoomin นะคะ ที่ตลอดมาตามฟิคมาตลอดเลย ขอบคุณจริงๆ
อ้อ ซีไปคอนวันที่ 29 ค่ะ

