[SSF] Rainbow Scale_08

posted on 16 Dec 2011 01:31 by zeazand in Fiction, SuperJunior, WonKyu

listen the music

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

      ประตูบานพับถูกปิดลงอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เท้าสองคู่ของคนสองคนจะค่อยๆ ก้าวทิ้งน้ำหนักลงพื้นให้เบาที่สุดเพื่อตรงไปเรื่อยๆ โดยมีคนตัวสูงกว่าเดินนำแล้วอีกคนคอยเดินตาม

 

      ตู้ล็อกเกอร์สีส้มถูกตั้งอย่างเป็นระเบียบอยู่ทั้งสองฝั่งของห้องเป็นภาพแรกที่เห็นได้ในทันทีที่ก้าวเท้าผ่านเข้ามาทางป้ายที่มีรูปสัญลักษณ์ผู้ชายอยู่เหนือประตู ซีวอนเอี้ยวหันไปมองคยูฮยอนที่เดินตามมาหน้าหวั่นๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดๆ แทนการถาม แต่คยูฮยอนกลับส่ายหน้า จนเมื่อมือใหญ่เอื้อมจับลูกบิดเท่านั้น...

 

      ดวงตาที่เริ่มจะเคยชินกับความมืดในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านักเรียนชายก็ต้องหรี่ตาลงจนแทบจะปิดตา

 

      แสงสว่างที่มาจากช่องกระเบื้องใสบนหลังคาที่มีไว้เพื่อให้แสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาให้ทั้งความสว่างและความอบอุ่นแก่ชั้นบนของโรงยิมที่เป็นสระว่ายน้ำนั่นเอง

 

      เท้าของคนตรงหน้าก้าวออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้ามาตั้งนานแล้ว ซีวอนยืดเส้นยืดสายเดินเล่นมองดูน้ำสีฟ้าใสน่าลงไปเล่นในสระว่ายน้ำที่เดินเลียบข้างๆ ไปเรื่อยๆ อย่างอารมณ์ดีและแสนจะสดชื่น

 

      อากาศข้างในค่อนข้างจะอุ่นกว่าข้างนอกมากพอสมควร คงด้วยเพราะเป็นสระปิด แม้จะมีช่องลมให้ลมเข้ามาบ้าง แต่ก็ยังมีหลังคาคลุมไว้อีกชั้น

 

      เดินเล่นมาจนถึงอีกฝากของสระถึงได้รู้สึกว่าคนที่เดินตามมาด้วยตั้งแต่แรกนั้นยังไม่ได้ขยับไปไหน ร่างสูงโปร่งที่ยืนเกาะขอบประตูห้องเปลี่ยนเสื้อไม่ยอมออกมาเสียที ความสงสัยคงอยู่ในใจซีวอนไม่ได้นานเกินสิบวินาทีหรอก เพราะตอนนี้..

 

       “เฮ้! คยูฮยอน นายมัวทำอะไรอยู่ตรงนั้นน่ะ ทำไมไม่ออกมาเดินเล่นด้วยกันล่ะ”  เจ้าของเสียงทุ้มตะโกนข้ามไปอีกฟาก

 

มีเพียงความเงียบที่คงอยู่.. คำตอบไม่ได้ลอยมาหา

 

      เด็กหนุ่มคิ้วเข้มเผลอยกมือขึ้นเกาศีรษะโดยไม่รู้ตัว เท้าเร่งพาเดินกลับไปตามทางเดิมตรงไปหาเพื่อนใหม่ที่เอาแต่ยืนเม้มปากไม่ยอมสบตาอยู่ในห้องไม่ยอมขยับ..ไม่ยอมเขยื้อนไปไหน

 

      “เฮ้~”  ซีวอนแตะปลายนิ้วที่ไหล่ของคยูฮยอนเบาๆ เรียกเจ้าของดวงตาสีนิลที่ตอนนี้ฉายประกายสับสนว้าวุ่นให้เงยขึ้นมาสบตา

 

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

 

      คยูฮยอนเม้มปากส่ายหน้า ดวงตาคู่สวยเลือกที่จะเสเบนหลบดวงตาสีเข้มคนตรงหน้าอีกครั้ง..

 

...คนๆ นี้นี่..ดื้อจริงๆ นะ... ซีวอนคิดในใจ

 

      ไม่รู้และไม่เข้าใจ เพื่อนใหม่คนนี้น่าสนใจ บางครั้งก็น่าสงสัย และบางทีก็น่าค้นหา...คนที่มีแรงดึงดูดมากมายมหาศาล...คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า....ซีวอนเพิ่งจะมารู้สึกก็ตอนนี้ที่ว่า ตนเองไม่ได้รู้จักอะไรคยูฮยอนเลย!

 

      ตลอดเวลาที่คุยกันมา..ก็มีแต่เรื่องของเขาเอง ของครอบครัวเขา เพื่อนในห้อง หรือจะเรื่องสรรพเพเหระที่เขาชอบ...ก็แค่นั้น

 

      มีแต่เรื่องที่เขาประเคนให้คนตรงหน้าที่เป็น ‘ผู้ฟังที่ดี’ ให้เขาคอยรับฟัง..มาตลอด..น่ะ

 

“นี่.. คยูฮยอน นายมีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า?”

 

คยูฮยอนส่ายหน้าอีกครั้ง

 

      “ฉันอุตส่าห์แอบพานายเข้ามาถึงสระว่ายน้ำเลยนะ นายไม่คิดจะ..ออกมาเดินเล่นสักหน่อยหรอ?”

 

..และอีกครั้ง

 

ซีวอนอยากจะตบศีรษะตัวเองให้แตกตาย! เหลือเชื่อจริงๆ!!! คนบ้าอะไร!

 

“น่า.. ออกมาเดินด้วยกัน”

 

คยูฮยอนทำท่าถอยหลังคล้ายจะหนี เมื่อมือของซีวอนยื่นเข้าไปใกล้ จนเมื่อ...

 

‘หมับ!’

 

      ซีวอนคว้าข้อแขนเล็กนุ่มมือไว้ได้.. คยูฮยอนก็หน้าเบ้ จมูกพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างไม่ค่อยพอใจนัก ยิ่งพอเมื่อถูกดึงข้อมือให้ต้องก้าวเท้าเดินตาม แรงต้านก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

แต่..ก็ใช่ว่า คยูฮยอนจะมีแรงคนเดียวเสียเมื่อไหร่?

 

.

 

.

 

 

 

 

      ถ้าพูดได้..คยูฮยอนคงจะโวยวายให้เขาปล่อยมือออกแน่ๆ แต่ที่เห็นตอนนี้ก็คือหน้าโกรธๆ ปนหวาดผวาของคยูฮยอนที่ต้องถูกถูลู่ถูกังลากออกมาจนถึงริมขอบสระว่ายน้ำจนได้!

 

“นายชอบว่ายน้ำไม่ใช่หรือไง?”

 

      ซีวอนต้องยอมปล่อยมือออกจากข้อแขนเรียวในที่สุดเมื่อคยูฮยอนส่งสายตาเขียวๆ มาจนตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนมาเป็นดวงตาติดจะเศร้า..คล้ายจะเศร้าโศกเสียใจมากในที..แต่บางทีก็แลดูจะมองสายน้ำสีฟ้าใสนี้ด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ซึ่งมันยากเกินกว่าคนอย่างซีวอนจะเข้าใจได้

 

      รองเท้าผ้าใบถูกถอดออก ก่อนที่จะตามด้วยถุงเท้า จนตอนนี้ที่ยืนอยู่ก็ด้วยเพียงแค่เท้าเปล่า..

 

      ใบหน้าหล่อคมเข้มกันไปยักคิ้วให้เจ้าของใบหน้าขาวซีดที่ทำหน้าหวาดๆ พร้อมกับถอยเท้าไปข้างหลังช้าๆ แต่แล้ว...

 

      “มา! แค่ถอดรองเท้า เอาเท้าจุ่มน้ำ..แค่นั้นเอง”  ปากคนพูดวาดยิ้มกวนขึ้นมาประดับริมฝีปากส่งให้คนหน้าขาวที่แลดูตอนนี้จะขาวจนซีดคล้ายจะเป็นสีกระดาษเสียแล้ว!

 

      คยูฮยอนกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นซีวอนทำท่าจะกระโจนเข้ามาช่วยถอดรองเท้าให้

แต่แล้ว..!

 

      มือขาวซีดทั้งสองถูกยกขึ้นมาอย่างคนยอมแพ้ คยูฮยอนลอบถอนหายใจก่อนจะหยิบเอาสมุดโน้ตในกระเป๋าเสื้อออกมาใช้งานอีกครั้ง และคราวนี้..ดูเหมือนว่าคยูฮยอนจะเขียนยาวเป็นพิเศษเลยด้วย

 

 

 

‘มันเป็นเรื่องจริงที่ฉันชอบกีฬาว่ายน้ำ

 

แต่ฉันในตอนนี้..คงจะไม่สามารถเข้าไปใกล้ที่ๆ มีน้ำขนาดนี้ได้อีก

 

ฉันขอโทษที่บอกนายช้าไป..

 

ครอบครัวของฉันรวมทั้งฉันด้วย เรา..ประสบอุบัติเหตุรถถูกเฉี่ยวตกไหล่ถนนพลิกคว่ำลงไปยังทะเล

 

และมีเพียงแค่ฉันคนเดียวที่รอดชีวิต

 

 

 

ฉันอายมากจริงๆ ที่ต้องบอกนายนะ..ซีวอน

 

เพราะว่าฉันในตอนนี้นั้น..กลัวที่ๆ มีน้ำเช่นนี้..กลัวเกินกว่าจะเข้าไปใกล้ได้อีก

 

 

 

นายอย่าแกล้งฉันเลยนะ! ขอร้องล่ะ!!’

 

 

      ใบหน้าหล่อแลดูเหยเกจนเกือบจะหมดหล่อหลังจากได้อ่านข้อความในสองหน้ากระดาษนั้นถึงสองรอบครึ่ง ความรู้สึกผิดเริ่มคืบคลานแผ่ขยายจนเกาะกุมไปทั้งใจ ซีวอนไม่รอช้าที่จะยื่นมือไปแตะบ่าคนตัวสูงใกล้เคียงกันแล้วกล่าวคำพูดที่สมควรพูด

 

      “ฉันเสียใจด้วยนะคยูฮยอน.. แล้วฉันก็ต้องขอโทษนายจริงๆ ฉันก็แค่คิดว่า..จะพานายมาดูสระว่ายน้ำ มาสัมผัสน้ำอุ่นๆ ที่นี่ให้ร่างกายเราอุ่นขึ้นมาบ้าง..ฉันขอโทษจริงๆ”

 

 

‘ขอบใจนายมากนะ..ที่เข้าใจฉัน’

 

 

      หัวใจกำลังถูกโจมตีอีกครั้ง.. รอยยิ้มหวานติดจะเศร้าของคยูฮยอนกำลังทำให้ซีวอนแทบจะล้มทั้งยืน

 

      อาการเริ่มรุนแรงเข้าไปอีกเมื่อได้รับรู้เรื่องของคนน่ารัก โจคยูฮยอน..คนที่น่าสงสารเหลือเกิน

 

      หนึ่งในความคิดที่ผลุดขึ้นมาในหัวกำลังสั่งให้ซีวอนทำอะไรบางอย่าง.. อะไรที่ซีวอนไม่กล้าทำ แต่ลึกๆ ในใจก็แอบนึกปรารถนายิ่ง

 

      มือหนาไล้จากไหล่บางไปยังแผ่นหลัง ก่อนที่มืออีกข้างจะยื่นเข้าไปวางเช่นนั้นเหมือนกัน ออกแรงเพียงน้อยนิด..ร่างผอมบางของคนน่ารักก็เข้ามาอยู่ใกล้แค่เอื้อม มือทั้งสองค่อยๆ รัดกอดคนตัวบางเบาๆ ก่อนที่จะแน่นขึ้นเมื่อคยูฮยอนยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาวางบนแผ่นหลังเขาแล้วฝังใบหน้าขาวราวไข่มุกลงที่บ่ากว้างของตนเอง

 

      “เราเป็นเพื่อนกัน อย่าลืมสิ! มีอะไรก็บอกกันได้ ฉันยินดีช่วยเหลือนายได้ทุกอย่าง..”

 

      มือขาวอีกข้างที่วางอยู่ข้างตัวถูกเลื่อนขึ้นมาวางบนแผ่นหลังกว้าง โอบกอดตอบแทนคำขอบคุณ

 

.

 

.

 

และเสียงทุ้มละมุนกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู

 

“ขอเพียงแค่นายบอกฉัน”

 

 

 

 

 

รู้หรือเปล่า?

 

..ใครบางคนกำลังอมยิ้มอยู่.