[SSF] Rainbow Scale_04

posted on 24 Nov 2011 18:41 by zeazand in Fiction, SuperJunior, WonKyu

listen the music

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมนายไม่ยอมพูดอะไรเลยนะ..หรือว่านายพูดไม่ได้น่ะ..”

 

        มันเป็นเพียงแค่คำพูดสั้นๆ เสียงทุ้มนุ่ม..ที่แทบจะคลอไปกับเสียงเพลง..หากถ้าไม่ใช่เนื้อหาที่ได้ฟังจะไปกระทบอะไรบางอย่างให้คยูฮยอนต้องหยุดเป่าฮาร์โมนิกา แล้วหันขวับพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง..ราวกับตกใจ

 

       “เฮ้.. อย่าจ้องกันแบบนี้สิ”  ซีวอนเปิดเปลือกตาขึ้นมาพร้อมกับหันหน้าไปหาคนข้างๆ กับปฏิกิริยาที่ค่อนข้างน่ากลัว หากเพียงครู่..ดวงตาคู่สีนิลแสนสวยที่มีประกายความตกใจก็ค่อยๆ สงบนิ่งลง พร้อมกับเสียงถอนหายใจหนักๆ แล้วเบือนหน้าหนี

 

       “เฮ้ย นายเมินกันเลยหรอ?”  คนฟังก็ยังคงเงียบ ดวงตาว่างเปล่าทอดมองท้องฟ้าราวกับเขาเป็นแค่ธาตุอากาศไร้ตัวตน

 

       แต่แล้วอะไรบางอย่างทำให้ต้องฉุกคิด.. หรือว่า.... “เฮ้ย! อย่าบอกนะว่านายพูดไม่ได้น่ะ!!!”  เด็กหนุ่มว่าเสียงหลงหน้าตาตื่นตกใจ แต่ก่อนจะอ้าปากพูดอะไรต่อ มือขาวซีดของคนนั่งข้างกันก็เลื่อนเข้ามาใกล้พร้อมกับปิดปากคนพูดพร้อมกับถลึงตาใส่

 

       เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูชั้นดาดฟ้าที่อยู่ข้างล่างพวกเขาถูกเปิดออกพร้อมกับนักเรียนท่าทางอันธพาลสี่ห้าคนที่เดินออกมาพร้อมกับส่งเสียงพูดคุยเสียงดัง แต่งตัวไม่เรียบร้อยและสูบบุหรี่กันทุกคน คยูฮยอนย่นหน้าอย่างขัดใจก่อนจะพยายามดันให้ซีวอนยืนขึ้นพร้อมกับเดินไปให้อยู่ไกลเกินกว่าสายตาคนที่อยู่ข้างล่างจะมองเห็น แต่แล้ว..

 

       “!!”  มันไม่เคยมีเสียงใด..และจะไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ข้อเท้าของคนไม่ระวังกำลังเกี่ยวกับเท้าของคนตัวสูงกว่าเข้าให้ ใบหน้าขาวซีดยิ่งซีดขึ้นไปอีก..แต่ก็ยังคงถือว่าเป็นโชคดีอยู่บ้างที่ไม่ได้ล้มลงไปทั้งสองคน จะมีก็แต่ความอบอุ่นที่แทบจะร้อนผ่าว..แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า..คนทั้งสองที่กำลังกอดประครองกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ!

 

       ซีวอนลอบกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ นึกขำกับท่าทีระแวดระวังของคนตรงหน้า แต่ไม่ทันจะได้ขำหรือแซวอะไร..มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงกับตาโต กรุ่นกลิ่นหอมคล้ายกำลังลอยอยู่ในสายลมกำลังทำให้สมองว่างเปล่า มือเลื่อนกอดกระชับเอวคอดเอาไว้อย่างลืมตัว เผลอตัวหลับตาสูดกลิ่นกายหอมละมุนที่ลอยอบอวลราวกับอยู่ในฝันอย่างไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเสียเลย หาก...

 

“เฮ้ย! รีบลงไปเถอะว่ะ ดูท่าวันนี้จะเข้าคาบเร็ว”

 

        “เร็วสิ! รีบไปเถอะ ขืนลงไปช้ามีหวัง..จารย์จางคงได้สั่งวิ่งเพิ่มอีกห้ารอบแน่ ไปเร็ว!”

 

“เออๆๆ จารย์แก่นี่น่ารำคาญจริงๆ”

 

       เสียงโวยวายอึกทึกผ่านไปในไม่ถึงห้านาทีตั้งแต่คนพวกนั้นเข้ามาและจากไป คนสองคนที่แอบหลบอยู่ชั้นด้านบนลอบถอนหายใจ ก่อนจะมารู้สึกตัวได้ คยูฮยอนก็หันหน้ากลับมาพร้อมกับจะถอนหายใจ แต่ไม่ทันจะได้ถอนหายใจ...ดูเหมือนว่า....ใจจะหายไปพร้อมกับลมหายใจเสียแล้วนี่!

 

“อ..เอ่อ...”

 

       เพราะทั้งสองต่างชะโงกหน้าไปมองกันจนลืมตัว พอหันกลับมาได้ ก็ต้องตกใจ! หน้าผากชนกัน..แถมยังไม่พอ.....ใบหน้ายังใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชิด เสียงลมหายใจดังชัดเจนพอๆ กับเสียงหัวใจที่ดังราวกับรัวกลองไม่ยอมหยุด!

 

       และเป็นคนที่อยู่ในอ้อมกอด(แบบไม่รู้ตัว)ที่ตั้งสติได้ มือขาวข้างที่กำเสื้อเชิร์ตของซีวอนไว้แน่นจนยับยู่ค่อยๆ คลายมือออก ก่อนที่จะดึงตัวถอยออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ก้มงุด..และใบหูที่แดงจนแทบไหม้

 

 

 

...สายลมในวันนี้ดูจะ..ไม่เหมือนกับวันไหน...

 

เพราะอะไร..ถึงได้มองคนตรงหน้าว่าแลดู...น่ารัก..น่ามอง...เสียจนใจสั่น...สั่นสะท้านไปทั้งอก

 

 

 

“ขอ..ขอโทษนะ”

 

       เป็นเพียงคำเดียวที่คิดได้ในตอนนี้ หัวสมองมันโล่งกลวง..แต่กลับโง่เง่าพูดคำนี้ออกมาได้ ทั้งๆ ที่..ตัวเขาเองก็ไม่ได้ผิด แถมยัง...กลับเป็นคนไปช่วยไม่ให้คยูฮยอนล้มด้วยนี่!

 

แล้วจะขอโทษทำไม....นะ

 

       ซีวอนเห็นแต่แผ่นหลังที่ในตอนนี้แลดูเล็กบางจนน่าแปลกใจ คนตรงหน้าที่หันหลังให้ในตอนนี้แลดูเหมือนกับไม่ใช่คนที่เพิ่งเจอในตอนเช้า คนที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมน่าปกป้อง....เป็นอะไรนะเรา คิดอะไรกับผู้ชายน่ะ..ตลก...มากไปแล้ว!

 

       หูได้ยินเสียงรองเท้าผ้าใบที่เหยียบลงบนพื้นเบาๆ ก่อนที่ร่างโปร่งจะก้าวเข้ามาหาหน้าแดงๆ มือขาวข้างหนึ่งกำสมุดโน้ตเล่มเล็กเท่าฝ่ามือเอาไว้แน่น แต่ก่อนจะได้อ้าปากพูดอะไรทำลายความเงียบเช่นนี้ หน้ากระดาษหน้าหนึ่งก็ถูกเปิดออกแล้วยื่นมาใกล้ๆ ตรงหน้า

 

‘เป็นความจริงที่ฉันพูดไม่ได้’

 

       ซีวอนเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ.. คนที่ดูดีราวกับเจ้าชายอย่างที่ลูกพี่ลูกน้องสาวของเขาว่า ไหงจะมีอะไรที่...ไม่น่าเชื่อ...อย่างนี้ได้กัน?

 

‘ฉันป่วย..’

 

       คยูฮยอนก้มหน้าลงเขียนตัวหนังสือที่อีกหน้ากระดาษก่อนจะยื่นส่งมาให้อีก.. อีก..และอีก...

 

‘หมอบอกว่า เพราะว่าฉันประสบอุบัติเหตุรุนแรงมาก’

 

‘ฉันตกใจสุดขีด...จนช็อคน่ะ’

 

‘ฉัน..น่าสมเพชดีไหม?’

 

       “ไม่! ไม่เลย.. ถึงนายจะพูดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรนี่.. อย่างน้อยนายก็อ่านออกเขียนได้ ใช้ชีวิตได้อย่างคนทั่วไปนี่..ไม่มีอะไรน่าสมเพชเลยสักนิด”  ซีวอนวาดยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างที่จริงใจที่สุด..อย่างที่ควรทำมากที่สุด

 

และเช่นกัน..ยิ้มที่สวยที่สุด..ก็ถูกส่งกลับมาให้...แทนคำขอบคุณ…

 

“นี่คยูฮยอน.. เรา..”

 

‘?’ 

 

       เครื่องหมายเควชชั่นมาร์คถูกเขียนขนาดใหญ่เต็มหน้ากระดาษประกอบกับสีหน้าท่าทางสงสัยของเจ้าตัว ซีวอนเผลอตัวขยับยิ้มกว้างกว่าเก่าส่งให้ก่อนจะก้าวไปใกล้ๆ แล้วต่อคำให้หมดประโยค

 

 

“โดดเรียนกันดีไหม?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

^_^ เพิ่มอุณหภูมิความหวานเข้าไปอีก..แอบใส่น้ำตาลเข้าไป

ฝากเพลงไว้ฟังระหว่างอ่านฟิคนะคะ ;P

มาลุ้นกันต่อไป.. นะ

 

 

 

ขอบคุณที่แวะมาอ่านจ้า

Comment

Comment:

Tweet

น่ารักจังเลยคะ
แม้คยูจะพูดไม่ได้แต่ก็น่ารักมากกกกเลย
Hot!