[FIC] กิ้ก Part XIX
posted on 08 Nov 2009 17:37 by zeazand in Fiction, GiG, SuJuCouple :: Hangeng x Donghae & Kibum x Kyuhyun
Writer :: ZeA*
Rate :: PG
Part :: 19 /// read part 18
เดินไปเรื่อยๆ เดินไป..ขอเพียงแค่ ให้ได้ก้าวเท้าเดินต่อไป..
จิตใจล่องลอย สายตาเหม่อมองออกไปเกินกว่าทัศนะวิสัยข้างหน้า สมองโล่ง..หากภายในหัวใจกลับถูกบีดอัดไปด้วยก้อนอะไรสักอย่างแน่นเสียเต็มอก
ความยินดีที่ได้พบว่าคนที่ตนทำร้ายนั้นหายกลับมาสบายดีอีกครั้ง ทั้งยังอ่อนโยนทั้งแสนดีเหมือนเก่า ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ กลับทำให้ความยินดีเช่นนี้นั้นถูกลบเลือนด้วยความผิดแบบเดิมๆ ความคิดซ้ำเก่าที่ด่าทอตัวเองต่างๆ นานานับครั้งไม่ถ้วน
คยูฮยอนใจลอย หลังจากแยกกับรุ่นพี่แสนดี อดีตคนรักที่ตนเป็นฝ่ายทิ้ง ก็เดินเหม่อทอดน่องเดินไปเรื่อยเปื่อย วนไปวนมา..ก็กลับมาอยู่ที่เดิม คยูฮยอนส่ายหน้ากับตัวเองน้อยๆ ก่อนจะวาดมองไปรอบๆ หากแต่ไม่ใช่ที่เดิมสักหน่อย ก็แค่อีกชั้นนึง ชั้นบนของตึกนี้หรือโรงอาหาร ก็คือชั้นที่ใช้จัดเป็นหอประชุมของมหาวิทยาลัย หากในตอนนี้ดูท่า...จะถูกจับจองด้วยกลุ่มชมรมแสดงละครกระมัง
ร่างขาวๆ ที่คุ้นตากำลังอยู่บนเวที พร่ำพูดบทละครของตนเองโต้ตอบไปกับตัวละครตัวอื่นๆ ที่รับส่งบทกันอยู่บนเวที ด้านล่างของเวทีติดๆ กันนั่นน่าจะเป็นฉากประกอบละครกระมัง คยูฮยอนใคร่มองอย่างสนใจครู่หนึ่ง หากเมื่อหูได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคย ก็ล้มเลิกความสนใจตรงหน้าเสีย เท้าก็ก้าวหมุนตัวหันไปตามน้ำเสียงนั้น
“..เมื่อตะกี้น่ะ ที่พี่กับคยูฮยอนกินข้าวกันน่ะ มัน...”
“ไม่ใช่เรื่องของผม รุ่นพี่ไม่ต้องอธิบายก็ได้ครับ”
พบกับภาพชวนให้...รู้สึกอะไรๆ หลายอย่างภายในอก ข้อมือบางของทงแฮ คนที่ตนเองก็รู้ดีว่าคือใครนั้นถูกรั้งข้อมือไว้พยายามให้หยุดเดิน หากมองไล่จากคนที่เห็นเด่นสุดที่หน้าตาตกใจมองไปยังเพื่อนสนิทบนเวทีของเขาที่มองกลับมาเช่นกัน แต่หากจะไม่ให้ตกใจ..ปนสงสัยเลยได้เลย นั่นเพราะคนๆ นั้นคืออดีตคนรักของเขา.. ฮันฮยอง ที่กอบกุมข้อมือบางนั้นไว้แน่น!
เท้าเตรียมตั้งท่าจะก้าวต่อไป หากสำนึกบางอย่างในสมอง สั่งการให้วางเท้าลงอยู่กับที่เดิม หยุดยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้ามองคนสองคนนั้นเงียบๆ
ทงแฮมองหน้าซองมิน ตาโต ตั้งสติได้ก็รีบสะบัดข้อมือที่ถูกครอบครองด้วยมือใหญ่นั้นทันที ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างข่มอารมณ์หันไปแว๊ดเสียงเบาบอกให้อีกฝ่ายปล่อยมือ
“รุ่นพี่ปล่อยผมสิ!! ซองมินกำลังมองมาที่ผมกับรุ่นพี่อยู่นะ!”
ฮันคยองได้ฟัง ก็หันไปมอง..ก็เห็นเป็นจริงอย่างที่ว่า หากยังไม่ยอมคลายมือที่จับข้อมือเรียวนั้นลง ฮันคยองเลื่อนสายตากลับมา เผอิญสบตาเข้ากับทงแฮพอดี สายตาที่ทอดมา..มันสื่ออะไรหลายๆ อย่างในคราเดียว หากทงแฮเลือกที่จะเงียบ..เงียบ..ไม่พูดเอ่ยอะไร เมื่อรู้สึกตัวได้ว่าเผลอสบตาอีกฝ่ายนานมากเกินไปแล้วก็รีบเบือนสายตาหนี รีบดึงข้อมือตนเองออกแล้วก้าวเท้าตรงไปยังประตูทางออก.. หากสิ่งที่คิดว่าจะหนี กลับ..ไม่ใช่การหนีที่แท้จริง
ทงแฮต้องการจะหนีหน้าซองมินที่มองมาอย่างสนใจใคร่รู้..มองมาอย่างกับรับรู้เรื่องราวนี้ในครา มองราวกับอ่านความสัมพันธ์แบบนี้นั้น..ทะลุ หากสิ่งต้องการหนีจริงๆ กลับไม่ใช่ซองมินอีกแล้ว เพราะว่าตรงหน้าเขานั้นคือ...
“ค..คยูฮยอน”
ทงแฮถึงกับสะอึก..เท้าทั้งท่าจะก้าวยาวๆ ต่อนั้นวางลงกับที่เดิม สายตาที่คยูฮยอนมองมานั้น..ยากที่จะเข้าใจ หากหนึ่งในนั้นที่ทงแฮตีความได้นั่นคือ คยูฮยอนกำลังสงสัยในความสัมพันธ์ของเขาเป็นแน่!
พอดีกับที่ไอ้เจ้าตัวการที่ว่านั่นเดินตามมาพอดี แขนหนักๆ นั่นก็ทิ้งน้ำหนักวางอยู่บนไหล่ตนเอง แล้วจึงตามมาด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยเมื่อครู่ที่ส่งผ่านกระแสอ่อนโยนระคนอ่อนหวานในทีออกมา
“อ้าว คยูฮยอน.. มาทำอะไรที่นี่ครับ? อยู่ชมรมนี้ด้วยเหรอไงเรา หืม?”
เห็นสีหน้าสงสัยที่แปลเปลี่ยนมาเป็นตกใจระคนประหลาดใจของคยูฮยอน แล้วก็อดขมวดคิ้วตามไปไม่ได้จริงๆ
“อ..เอ่อ.. เปล่าครับ ไม่ได้อยู่ คือ..ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับฮยอง อยู่ๆ ก็เดินขึ้นมาเฉยเลย..สงสัยจะใจลอยไปหน่อย”
คยูฮยอนว่าออกมาติดๆ ขัดในคราแรกเริ่มพูด หากกลับพูดประโยคต่อๆ มานั่นได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีท่าทีกระดากอายใดๆ พร้อมทั้งส่งรอยยิ้มแหะๆ มาให้อีก
“เรานี่นะ..ใจลอยแบบนี้ตลอดเลย”
เพิ่งจะมาสังเกต..ก็ตอนที่แขนที่วางบนไหล่ตัวเองนั้นถูกยกออก ความรู้สึกอุ่นจางๆ เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยภาพตรงหน้า ฝ่ามือใหญ่นั่นวางลงบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นไหมสีดำสนิทแล้วลูบเบาๆ คยูฮยอนย่นคอทำหน้ามู่ทู่ ก่อนจะละสายตาลากมามองที่ตน ก็เผลอหลบตาเอาเสียดื้อๆ ก้มหน้าก้มตาก้าวเท้ายาวๆ เดินเลี่ยงตัวคยูฮยอนเดินออกจากส่วนของห้องนี้ไป
มือยกขึ้นมาลองวางทาบทับที่อก เท้าที่ก้าวยาวๆ มาได้ตั้งนานนั่น..หยุดชะงัก เปลือกตาบางค่อยๆ งับปิดลงซ่อนดวงตาที่ไม่อาจให้ใครได้เห็นสายตา..ทั้งความรู้สึกสับสนวุ่นวายในตอนนี้
..นายเป็นบ้าอะไร? อีทงแฮ..
“นั่นสิ..เป็นอะไรวะ”
ผมไม่เข้าใจตัวเอง..ไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมนะ..ทำไม.. กับอีแค่เขาคนนั้นยื่นมือไปลูบศีรษะคนที่อีกฝ่ายนั้นที่เป็นอดีตคนรัก การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่น่าเก็บมาใส่ใจ..นี่อะไร???
เป็นอะไรวะ ทำไมต้องเก็บมาเป็นอารมณ์ เก็บมาคิดบ้าอะไรแบบนี้ด้วย.. ยิ่งมือที่ทาบไปบริเวณก้อนเนื้อขนาดเท่ากำมือฝังอยู่ข้างในนั่นรับรู้ถึงอาการเต้นที่ไม่ใช่จังหวะคุ้นเคยนั่นด้วย ริมฝีปากเม้มแน่น ปรือตาขึ้นช้าๆ พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในสวนหย่อมไม่ใหญ่ไม่เล็กของคณะตนเอง รีบส่ายหน้าช้าๆ ไม่คิดจะปิดบังสีหน้า หรือสายตาต่อใครๆ ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหญ้า ทาบฝ่ามือข้างที่ว่างลงบนพื้นหญ้านุ่ม ส่วนอีกมือนั้นที่เคยกุมอยู่ที่อกนั่น ถูกดึงมาไว้ตรงหน้า สายตาเพ่งมองมือขวานิ่งๆ เห็นรอยนิ้วมือที่ใครคนนั้นบีบรัดข้อมือตนยื้อไม่ให้เดินไปไหน
ทำไมนะ..ทำไม ทำไมต้องมาคิดถึงคนบ้าคนนี้ด้วย ทั้งชอบมาวุ่นวาย ทั้งชอบก่อกวน ทั้งชอบสร้างปัญหาให้..ไม่เห็นจะมีดีตรงไหนเลยสักนิด!!
อะไรนะ? 'คิดถึง' งั้นเหรอ? บ้าน่ะ..ไม่มีทาง จะไปคิดถึงหมอนั่นทำไม ไม่มีความจำเป็น..ไม่ใช่เรื่อง ไม่ใช่แฟน ไม่ใช่คนรัก ก็แค่..แค่..พี่รหัส
เหอะ.. หาเหตุผลได้ดีนี่ อีทงแฮ
“เฮ้อ..หาตั้งนาน มาอยู่นี่เองเหรอเนี่ย ทงแฮครับ”
ตายยากจริงๆ กำลังอยู่ในประเด็นที่กำลังนั่งถกกันในสมองเลยล่ะ ละสายตาจากฝ่ามือข้างขวาที่ยกขึ้นมาดูนั่น จัดการยันตัวขึ้นยืนช้าๆ แล้วจึงเงยหน้ามองใบหน้าคมคายที่แฝงประกายเหนื่อยปนกังวลและห่วงใย ...งั้นเหรอ?
“มีอะไรกับผมครับ รุ่นพี่”
ผมย้ำคำว่า "รุ่นพี่" หนักๆ เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าผมต้องการจะสื่อถึงสถานะของคนตรงหน้า หากกลับไม่ได้เจอสีหน้าที่จะตีความได้ว่าคนฟังนั้นเข้าใจ แต่กลับได้เห็นสีหน้าระรื่นดีใจฉาบบนใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเกือบๆ เมตรนั่น ก่อนที่เจ้าตัวเขาจะพาตัวเองมายืนอยู่ตรงหน้า ขยับยิ้มบางๆ ส่งให้ หากคนได้รับกลับเลือกที่จะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
อาศัยช่วงที่กำลังจะหนีไม่สบตา คนฉวยโอกาส..ก็ยังเป็นคนฉวยโอกาสยังวันยังค่ำ ฮันคยองเจ้าเดิมใช้มือทั้งสองข้างนั้นจับที่มือขวาที่วางข้างตัวของผมอีกแล้ว เห็นดังนั้นก็รีบตวัดตาขึ้นมองดุๆ เร่งเอ่ยบอกให้อีกฝ่ายปล่อยมือ
“ปล่อย ปล่อยมือผมสิ!”
ฮันคยองส่ายใบหน้าไปมาพร้อมยักไหล่ไม่สนใจท่าทีคนที่ถูกกระทำแบบผมบ้างเลย ผมได้แต่เต้นเร่าๆ ใช้มืออีกข้างแกะมือเหนียวๆ นี่ออกให้พ้นจากตัว หากกลับทำได้ยากยิ่ง..เมื่อมือทั้งสองที่จับมือผมไว้นั้นเริ่มจะบีบแรงขึ้น..แรงขึ้น คิ้วผมขมวด โวยวายใส่อีกฝ่าย โวยวายให้ปล่อย หากกลับเป็นแผ่นหลังหนาที่บดบังทัศนะวิสัยไปเกือบหมด..เล่นเอาเท้าทั้งสองที่กำลังก้าวตามแรงที่ถูกดึงนั้นต้องหยุดอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้ากระแทกเข้ากับแผ่นหลังกว้าง กำลังจะผละตัวเองออกมาก็ถูกดึงให้นั่งลงบนม้านั่งไม้ที่ชอบมาจับจองนั่งคนเดียวบ่อยครั้ง
เงยหน้าขึ้นไปเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายที่ตอนนั้นมีแต่มือข้างซ้ายข้างเดียวที่ยังจับมือผมไว้ไม่ปล่อย แม้ผมจะยังไม่ลดเลิกความพยายามที่จะดึงมือออกก็ตาม
"คุยเรื่องตะกี้ยังไม่ทันจบเลย รีบเดินหนีพี่ทำไมนักนะ.. คนเขาก็แค่อยากจะบอกกันให้รู้ไว้ จะได้มั่นใจ..ไม่คิดจะหลอกกัน"
เหรอครับ..?
เพ่งสายตามองใบหน้าเกลี้ยงเกลาตรงหน้าแล้วก็ต้องย่นคิ้ว ยิ่งเมื่อเจอสายตาที่พยายามสื่อความนัยน์อย่างเปิดเผย สีหน้าท่าทางที่เป็นกังวลกลัวว่าคนอย่างผมจะเข้าใจผิดนั่น...ทำเอาผมมึนงงกับตัวเองไปชั่วครู่ รีบดึงตัวเองกลับสู่โลกแห่งความจริง พูดอะไรมันสักอย่างตอบกลับไป
“..ผมไม่ได้ขอร้อง ไม่ต้องมาบอกผมก็ได้”
“ไม่ได้หรอกนะ..”
ไม่ได้แป๊ะอะไรเล่า!!
มือของผม..มือของผม!!
ริมฝีปากร้อนที่เอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวลนั่นกำลังคลอเคลียอยู่กับหลังมือของผม พยายามอย่างสุดซึ้งที่จะดึงมือกลับมา หากกลับไม่เคยจะชนะแรงผู้ชายคนนี้ได้เลยสักครา..เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ สายตาแบบนี้ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่าผ่านหลังมือ แล้วยังริมฝีปากสีเข้มนั่นด้วย
ตายจริงๆ ..ตายไปเลย..
ก็จะไม่ให้ตายไปเลย..ได้ยังไง เมื่อจู่ๆ ปากที่กำลังจ่อๆ อยู่เนี่ย มันแตะลงบนหลังมือ..แม้จะไม่ได้ลึกซึ้งอะไร หากกลับทำให้ฝ่ายถูกกระทำนั้นเหมือนกับถูกฟรอสต์ไว้ก็ไม่ปาน
“ฟังพี่พูดเถอะนะ...”
กี่วันแล้ว..กี่วันแล้วนะ
ง่วนอยู่กับการทำงานที่ชมรม เป็นกรรมกรใช้แรงงาน แบกของขนของ ผิดต่างจากซองมินที่เป็นตัวพระรองของเรื่อง ส่วนพระเอกของเรื่องนั้นคงต้องยกให้กับเดือนมหาลัยอย่างชเวซีวอนคนนั้น ส่วนเพื่อนของซีวอนฮยองอย่างอีทึกก็ทำส่วนของการกำกับ ฮันคยองทำส่วนของบทร่วมกับรุ่นพี่ปีสามพี่สี่หลายคน ส่วนเขา..ก็ทำงานต็อกต๋อยไปเรื่อย ทำสี ยกของ วิ่งซื้อข้าว ซื้ออุปกรณ์ ไล่ไปยังเป็นคู่ซ้อมให้เพื่อนสนิท
คิดแล้ว..ก็เหนื่อยนะ เป็นเบื้องหลังเนี่ย ทำงานเยี่ยงทาส แถมไม่มีหน้าไม่มีตากับเขา งานปิดทองหลังพระชัดๆ!!
ช่วงเวลากระชั้นชิดของชมรมการแสดงที่เป็นชมรมหลักของคณะผมนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งใกล้ถึงวันเปิดการแสดง ก็ยิ่งต้องเตรียมตัวทั้งฝ่ายเบื้องหน้าเบื้องหลังให้พร้อม ทำเอาช่วงสามสี่วันมานี้..แทบไม่ได้กระดิกไปไหนเท่าไหร่ นอกจากไปเรียนกับกินข้าวแล้วน่ะ เวลาจะไปเดินเที่ยวเตร็ดเตร่ จะไปช้อปปิ้ง หรือเวลาส่วนตัวก็ไม่ค่อยจะมี ทั้งยังเวลาที่จะให้กับคิมคิบอม..แฟนของผมอีก ยังนับวัน ยิ่งน้อยลง..จนน้อยมาก ถ้าไม่นับเวลาที่ได้โทรศัพท์ไปหา หรือบังเอิญเจอบ้างน่ะนะ
ช่วงเวลาที่ไม่มีคิบอม..แต่กลับมีทั้งเพื่อนทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ร่วมคณะและต่างคณะทำงานอยู่ด้วย ก็นับว่าไม่เลว สนุกสนานเฮฮา มีอะไรให้เปิดหูเปิดตาอีกเยอะ...เพียงแต่ว่า มันไม่เคยจะ..เติมเต็มส่วนของคิบอมได้เลย ซ้ำยัง..มีไอ้ตัวปัญหาอีกคน ไม่เติมเต็ม แต่ยังมาทำให้ปั่นป่วน ทุกครั้งที่เจอ.. อยากเช่นวันนี้
“ทงแฮ ไปหาไรกินกันไหม?”
“ม..ไม..”
“เฮ้ย ไปด้วยดิ ฮันคยอง”
ซีวอนเดินกอดคอมากับอีทึกพ่วงตามหลังมากับพระรองของเรื่องที่เดินตัวปลิวยิ้มร่าเข้ามาคล้องแขนผมไว้เป็นอันเรียบร้อย ทั้งบอกทั้งผลักไสพร้อมลากแขนให้ผมเดินตามขบวนผู้ชายตัวสูงๆ สามคนลงไปชั้นล่างซึ่งเป็นชั้นของโรงอาหาร
พอลงมาถึงชั้นสองก็เจอคนที่ผมคุ้นหน้าดี เพราะเราสามคนก็คล้ายๆ จะสนิทถึงมาบ้างแล้ว อีฮยอคแจที่เมื่อเห็นซีวอนฮยองก็ยิ้มร่าเข้าไปคล้องแขน ซองมินเห็นบ้างเลยปล่อยแขนที่คล้องกับแขนผม เดินเข้าไปหาอีทึกฮยอง...ปล่อยให้ผม
“เหลือเราสองคนแล้วน่ะ ทงแฮครับ”
นั่นแหละ.. จนได้สิ!!
ยืนเคว้งกันอยู่สองคน อีทงแฮ..ที่แสนจะโชคร้าย กับฮันคยอง ที่หน้าทั้งหน้าเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข รอยยิ้มกว้างๆ เต็มแก้มกับตาที่แทบจะปิด
มือหนายื่นส่งมาให้อย่างรู้หน้าที่ หากผมกลับเมินหน้าหนี ย่ำเท้าเดินตรงเข้าไปในร้านเจ้าประจำ ปล่อยให้คนตัวสูงต้องเก้อ ส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามเข้าไปติดๆ
“ทงแฮ กินไรน่ะ..สั่งให้พี่ด้วยสิครับ”
ก็เป็นแต่แบบนี้ ถ้ามากินข้าวกับคนอื่นก็จะมีหมอนี่พ่วงมาด้วย เบื่อจะพูด เบื่อจะไล่ ไล่ไม่ไป..แล้วยังมาเสนอหน้าให้เห็นได้..ไม่เว้นแต่ละวัน
ซองมินก็คงจะรู้ แล้วยังไม่คิดจะช่วย..มองผมขำๆ ทั้งที่ผมน่ะลำบากใจ เจอกันทุกครั้ง เป็นต้องทะเลาะ เป็นต้องโวยวายใส่ ต้องทำเป็นโมโหแล้วเดินหนีไปหาที่สงบนั่งทำงานคนเดียวเงียบๆ
ไม่เข้าใจ..แต่ทำแบบนี้ ก็ยังดีกว่าการที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปให้กับเขา ทั้งที่เราน่ะ..ก็ยังมีคนรักของเราอยู่เป็นตัวเป็นตน
คิบอมไม่ได้ผิดต่อผม.. แล้วใยผมจะต้องผิดต่อคิบอมด้วย เพียงแต่...ตอนนี้มันเป็นแค่ช่วงที่..น่ารำคาญใจสุดๆ ก็เท่านั้น
“ทงแฮ..”
สปาเก็ตตี้ในมือแทบจะหล่น.. ดวงหน้าหวานฉายแววตกใจอย่างปิดไม่มิด มือสั่นเล็กๆ รีบตั้งสติ กระพริบตาสองครั้งก่อนจะปรือเปิดให้ดวงตาสีชาสวยเงยขึ้นสบตาดวงหน้าคมที่อยู่ใกล้ไม่ถึงฟุต มือหนาอบอุ่นของคิบอมประครองจานที่เกือบหลุดนั้นไว้ด้วยมือเดียว พร้อมทั้งยังแย่งมาถือไว้ด้วยเลย
นัยน์ตาสีเข้มปรายมองดวงหน้าหวานตรงหน้าเลยไปยังดวงหน้าคุ้นตาของพี่รหัสของคนรัก อีกทั้งยังเป็น..อดีตคนรักของคยูฮยอน
ความรู้สึกผิดก่อเกิดในดวงตา ก่อนจะถูกเก็บไว้อย่างเงียบเชียบด้วยประกายตาเป็นมิตร ค้อมศีรษะลงก่อนจะเงยขึ้นมากล่าวทักทายคนตรงหน้า
“สวัสดีครับ รุ่นพี่ฮันคยอง”
ทงแฮลอบพรูลมหายใจหนักๆ ออก ก่อนจะเขยิบตัวก้าวเท้าไปยืนข้างๆ คิบอม พร้อมยักคิ้วกวนๆ ส่งให้คนที่ยืนถือจานที่ใส่อาหารเหมือนกับตน
หาก..ดวงหน้าคมคายนี่จะไม่ยกยิ้มกวนๆ กลับหรือทำอะไรสักอย่างที่จะตีความว่าอีกฝ่ายไม่แคร์ไม่สน เขาคงจะไม่รู้สึกปั่นป่วนข้างในอกแบบนี้ ดวงตาที่สะท้อนหน้าต่างของหัวใจ..ดวงตาสีหม่นทอแสงวูบลงเพียงครู่ ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยประกายตาแบบเก่า ฮันคยองยิ้มบางๆ ส่งให้คิบอมเลยมายังเขาเอง ก่อนจะขอตัวเดินออกมาก่อน ทิ้งให้ทงแฮยืนอยู่กับคิบอมสองคน
รู้ว่าเผลอตัว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองแผ่นหลังแกร่งที่ห่างออกไป คิบอมดึงให้กลับเข้ามาสู่โลกแห่งความจริงด้วยการแตะเบาๆ ที่ไหล่บาง ทงแฮวาดยิ้มกว้างๆ ประดับบนริมฝีปากสีสวย ยื่นมืออีกข้างไปเกี่ยวนิ้วเรียวพร้อมกล่าวทักทาย
“คิบอม มากินข้าวคนเดียวเหรอ”
คิบอมมองตาทงแฮเพียงครู่ก่อนจะลากสายตาไปยังโต๊ะที่ห่างกันไปไม่ไกลนัก โจคยูฮยอนเพื่อนสนิทของคิบอมกำลังนั่งจับจองโต๊ะอยู่ร่วมกับเพื่อนสองสามคนของคิบอมที่ทงแฮพอเคยจะคุ้นๆ หน้าบ้าง
ทงแฮลากสายตากลับมามองหน้าดวงหน้าคมแสนคิดถึง มองสำรวจตั้งแต่ดวงตา หน้าผาก จมูก ริมฝีปาก ไล่ไปยังเคร้าโครงหน้า มองอยู่นานจนคิบอมบีบเบาๆ ที่นิ้วเรียว เอ่ยเรียกให้ไปกินข้าวร่วมโต๊ะกัน
“ทงแฮไปนั่งด้วยกันไหม? เดี๋ยวผมซื้อเจ้านี่แบบทงแฮก่อน แล้วไปนั่งกินด้วยกัน”
ปล่อยให้คิบอมเดินกลับเข้าไปซื้อสปาเก็ตตี้มาอีกจาน ปล่อยสายตาตัวเองให้ลอยละล่องไปยังโต๊ะตัวนั้น ดวงตา..เผลอประสานตา ทงแฮมั่นใจว่าคยูฮยอนเองก็มองมาที่เขาเช่นกัน หากเพียงแต่เราต่างไม่รู้สิ่งในใจของอีกฝ่าย
..คยูฮยอนจะรู้ไหมนะ....เรื่องของฮันคยองกับเขา..
ถ้ารู้แล้ว..จะเอาไปบอกคิบอมไหมนะ
ความกังวลหวาดวิตกด้วยกลัวในเรื่องที่คิดไว้จะรู้แก่หูของคิบอม ทงแฮหายใจติดขัด ต่างฝ่ายต่างหลบสายตากันและกัน พอดีกับที่คิบอมเดินออกมาพอดี ฝ่ามืออบอุ่นวางทาบลงบนไหล่บาง ทำเอาเจ้าตัวเผลอสะดุ้งตัวอีกรอบ หันไปมองหน้าอีกฝ่ายด้วยหน้าตื่นๆ
“ทงแฮ คิดอะไรอยู่ครับ”
“เปล่า..”
“งั้น ป่ะ ไปกันเถอะ..”
“อื้ม..”
เพราะความรู้สึกบางอย่างที่แล่นผ่านหัวใจ แผ่นหลังที่คุ้นเคยอีกทั้งสายตาของฝ่ายที่เดินจากไป มันยังอยู่ในมโนภาพ
อีทงแฮ..นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่นะ..
นัยน์ตาสีชาทอดมองอะไรไปเรื่อย ความสนใจในอาหารน่าอร่อยตรงหน้า หรือจะบทสนทนาของคนในโต๊ะ ทุกอย่าง..ไม่ได้อยู่ในการรับรู้เลยทั้งสิ้น หากจะเป็น..โต๊ะที่อยู่อีกฟากไกลๆ คนห้าคนที่นั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกันอยู่ เผลอเพ่งสายตามองหาเจ้าของแผ่นหลังนั้น ปรากฏร่างสูงคนที่มองหานั้นกำลังหันหน้ามองมาพอดิบพอดี ไม่รู้ตัวเลยจริงๆ อยู่กันตั้งไกล..แต่เผลอจ้องมองอีกฝ่ายเสียนาน..นานจนคนถูกมองเงยหน้าขึ้นมามองสบตากันพอดี
“ทงแฮ พักนี้ไม่ค่อยเห็นเลยนะ งานยุ่งเหรอไง”
เพื่อนในกลุ่มของคิบอมคุ้นหน้าคุ้นตาดีอย่างจองยองฮวาทักขึ้นมา ทงแฮที่รู้สึกตัวว่าเผลอมองไปทางนั้นนานเกินไป รีบหันกลับมาค่อยๆ คลี่ยิ้มแต้มลงบนริมฝีปากบาง พร้อมพยักหน้าน้อยๆ ตอบคำถามไป
บทสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ ทุกคนคุยกันอย่างสนิทสนมถึงแม้ว่าทงแฮจะไม่ได้คุยอะไรด้วยมากมายก็ตาม ระหว่างที่ฟังเพื่อนร่วมโต๊ะคุยกันเฮฮา จะมีก็แต่คยูฮยอนที่ก้มหน้าก้มตาทานข้าวตัวเองเงียบๆ พอคนชวนคุยทีก็จึงเงยหน้าขึ้นมาคุยด้วยที
อารมณ์ว่าห่วงๆ ดูท่าคยูฮยอนเพื่อนสนิทคิบอมจะมีเรื่องไม่สบายใจหรือไร วันนี้ดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย เจ้าของนัยน์ตาสีชาทอดมองร่างโปร่งเพียงครู่ ก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูกระซิบถามคิบอมเบาๆ
“คยูฮยอนเขา..เป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ?”
คนฟังพยักหน้ารับรู้ เลื่อนสายตาไปจับจ้องมองท่าทีของคนที่ถูกกล่าวถาม มองอยู่สักพักก่อนจะหันกลับไปหาทงแฮที่นั่งข้างกัน
“คงจะเครียดๆ ล่ะมั้ง.. ช่วงนี้ก็ใกล้สอบแล้วด้วยน่ะ”
สายตาคนฟังเลื่อนไปจับจ้องดวงหน้าหวานที่สนใจแต่กับของในจานตรงหน้า ยอมพยักหน้าเออออตาม ก่อนจะหันไปสนใจกับอาหารจานตรงหน้า
ทุกอย่างดำเนินไปอย่าง..ปกติ เวลายังคง....เดินไปเรื่อยๆ เข็มยาวในนาฬิกาข้อมือก็ยังคงหมุนไปตามที่ควรหมุน ทีละวินาที..ทีละวินาที เท่ากันทุกครั้ง แปลกที่ทำไม..ในตอนนี้ เวลาถึงได้..ผ่านไปอย่างเชื่องช้านัก
โจคยูฮยอนไม่ชอบการที่ต้องอยู่ในบรรยากาศแสนอึดอัดแบบนี้ ทั้งที่ทงแฮมาร่วมโต๊ะ หรือจะสายตาห่วงใยที่ทอดมองมาเป็นระยะๆ จากคิบอม และยังสายตาที่จับจ้องมองมาจากเพื่อนคนอื่นร่วมโต๊ะ รวมทั้งอีทงแฮ..ที่นั่งอยู่ข้างๆ คิมคิบอม
อุตส่าห์..หลีกเลี่ยงการพบหน้า ไม่อยากเจอให้ปวดหัวใจ ไม่อยากเห็นท่าทีเป็นห่วงเป็นใยจากทงแฮที่มีให้แก่คิบอม ไม่อยากเห็นสายตาเอ็นดูอบอุ่นที่คิบอมมองทงแฮ ไม่อยากเห็นภาพบาดตาชวนปวดหัวใจ ไม่อยากเห็น..ทงแฮอยู่ใกล้คิบอม
..ไม่อยาก.. ก็ได้แต่ไม่อยาก ไม่ใช่ว่า จะไปแยกเขาสองคนได้สักหน่อย
ริมฝีปากอิ่มลอบถอดถอนลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะจัดการข้าวในจานหมด รวมทั้งดื่มน้ำไปจนหมดแก้วพอดี มองไปทางเพื่อนร่วมโต๊ะที่ยังเฮฮาคุยกันไม่เลิก มองตรงไปยังข้างหน้า เห็นคิบอมที่นั่งอยู่คนเดียว หากที่นั่งว่างๆ ข้างนั่นเล่า? ทงแฮ..หายไปไหน??
“คิบอม.. ทงแฮไปไหนเหรอ”
“ทงแฮกลับไปแล้วล่ะ เห็นยุ่งๆ น่ะ ทำงานชมรม”
พยักหน้ารับช้าๆ ลอบสำรวจอาการเต้นของหัวใจที่ทุเลาลงจนกลับมาเต้นเกือบจะปกติสม่ำเสมออีกครั้ง เงยหน้าขึ้นมองหน้าคนตรงหน้าที่ทอดมองมาอยู่แล้ว มองแล้ว..อดไม่ได้จริงๆ ขยับริมฝีปากคลี่ออก ส่งยิ้มบางๆ ให้กับคิบอม
..อย่างน้อย ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน แม้เพียงเล็กน้อย..
ก็ขอให้ได้อยู่กับคนตรงหน้าคนนี้..เถอะ
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงงานละครเวที ทงแฮง่วนอยู่กับกิจกรรมชมรมที่เบื่อแสนเบื่อ แต่ต้องลากสังขารมาทำกันทุกครั้งที่มีเวลาว่าง หรือกระทั่งหลังเลิกเรียน เพียงเพราะต้องมาเป็นเพื่อนให้กับเพื่อนสนิท อีกทั้งยังพ่วงอีฮยอคแจคนรักของพระเอกละครเวทีเรื่องนี้
ทงแฮที่ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเป็นพิเศษอีกทั้งยังไม่อยากหาเหาใส่หัว เลือกที่จะนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนเยอะๆ นั่งทำฉากทำอุปกรณ์ ทำงานเดิมๆ จนมาถึงวันนี้..วันก่อนการแสดงจริง
วันนี้เหล่านักแสดงใส่เสื้อผ้าจริงๆ ใช้ฉากใช้เอฟเฟกซ์จริงๆ เป็นวันที่นับว่าน่าตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นจนอดดีใจไปกับผลงานที่ก็มาจากมือของตนด้วยส่วนหนึ่ง ผลงานที่ออกมาดีมากที่สุดเท่าที่ได้เคยทำมา เหล่านักแสดงเองก็แสดงออกมาได้สมบทบาท..ไม่เว้นแม้กระทั่งพระเอกของเรา ที่วันนี้งานเข้าไปเต็มๆ ..เมื่อแฟนมาดูการซ้อม แล้วยังฉากสุดท้ายที่ต้องจูบกับนางเอก..จูบปลอมๆ แต่เผอิญผิดพลาดหรืออะไรสักอย่าง เตรียมกันไว้แล้วว่าจะไม่ทำ..จะใช้มุมเอา หากจะเป็นนางเอกของเรื่องที่โน้มหน้าเข้าแนบริมฝีปากจูบกับพระเอก
โดนเข้าไปเต็มๆ ขนาดตนเองยังหายใจแทบไม่ออก ทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรด้วย..หากเมื่อครั้นหันไปเห็นร่างโปร่งผิวขาวละเอียดที่ยืนมาตาค้าง มือทั้งสองข้างค่อยๆ กำเข้าหากันอย่างสั่นๆ ตั้งท่าจะก้าวเท้าตรงเข้าไปปลอบเพื่อน หากกลับไม่ทัน! อีฮยอคแจพุ่งเข้าไปที่เวทีในทันทีที่ทั้งสองผละออกจากกัน เกิดเรื่องโกลาหลวุ่นวาย แต่คงจะพอเดาออก..นางเอกของเรื่องน่ะ ก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร มีดีแต่สวย รูปลักษณ์ดี คุณเธอเป็นถึงดาวคณะนี่ ก็ไม่แปลกที่อยากจะมีสัมพันธ์แบบว่าแนบแน่นกับซีวอนฮยองที่เป็นถึงเดือนมหาลัย อีกทั้งยังได้มาแสดงด้วยกันอีกน่ะ..
เห็นแบบนี้ ไม่ต้องให้ถึงมือของทงแฮ ฮันคยองที่อยู่ข้างเวทีก็ต้องพุ่งเข้าไปล็อคตัวฮยอคแจแยกออกจากนางเอก กลัวนางเอกเราหน้าจะเสียโฉมเพราะจะแสดงพรุ่งนี้.. ส่วนซองมินพระรองของเรื่องก็ต้องเข้ามาแยกสาวเจ้าออก
เรื่องราวโกลาหลไปหมด อีทึกฮยองเข้ามาเป็นคนสุดท้าย มาว่ามาด่ามาชี้แจง บอกให้ทั้งสองเลิกลาต่อกัน แล้วสั่งกำชับไว้ว่าวันจริงๆ ไม่ต้องจูบจริงๆ แบบวันนี้ เพราะคนในชมรมนี้ก็พอๆ รู้นิสัยของแฟนพ่อพระเอกเขาอยู่บ้าง
การซ้อมเสร็จสมบูรณ์ ปล่อยให้คู่พระเอกละครเวทีไปเคลียร์กัน ส่วนเขาก็ตรงเข้าไปหาซองมิน ชวนกันกลับหอนอน
เขาเองก็ไม่ไหวแล้วจริงๆ โหมทำงานมาหลายสัปดาห์แล้ว ชีวิตวันๆ มีแต่เรียนกับชมรม เขาเองก็เอียนไม่น้อยไปกว่าใครหรอก
หากเมื่อเดินเข้าไปหาซองมินชวนกลับด้วยกัน แต่กลับต้องมาเจอกับเรื่องที่ว่า ซองมินจะไปกินข้าวต่อกับอีทึกฮยองกันสองคน เจอแบบนี้เข้า..ก็อึ้งไปนิดๆ แต่ก็คงจะ..ไม่เป็นไรหรอก โบกมือบอกไม่เป็นไรเมื่อซองมินเอ่ยขอโทษมา ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกมา นาฬิกาข้อมือบอกเวลาใกล้เที่ยงคืนเข้าไปทุกที มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากหาวกว้าง พร้อมทั้งขยี้ตาเบาๆ ..เขาง่วงจนแทบจะนอนได้แล้วจริงๆ
ขาเรียวก้าวพาร่างกายแสนหนักอึ้งและอ่อนล้าเต็มที เดินออกมาจากหอประชุม ลงมายังชั้นล่าง..ออกมานอกอาคาร ถนนร้างไร้ผู้คน ว่างเปล่า..ว้าเหว่ หนาว..
“ทงแฮ.. ให้พี่ไปส่งนะ”
แจ็กเก็ตสีดำตัวใหญ่กว่าตัวสองไซส์ถูกวางคลุมที่ไหล่ ดวงตาสีเปลือกไม้เงยขึ้นมาผู้มาใหม่ที่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ ไม่มีแววหยอกล้อ กวนประสาทแบบครั้งก่อนๆ เห็นเพียงแต่ความอ่อนโยน มองแล้วเผลอรู้สึกโอนอ่อน พยักหน้าตอบรับไปอย่างอ่อนล้า ด้วยไม่อยากจะทะเลาะหาเรื่องให้มากความ เพราะที่เขาต้องการสุดๆ ตอนนี้คือกลับไปหาเตียงนุ่มๆ โดดขึ้นไปนอนขดตัวในผ้าห่ม เปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ แล้วหลับยาวให้ถึงวันรุ่งขึ้น
“ทงแฮ เหนื่อยมากเลยสินะ..”
“ก็คงจะเป็นแบบนั้นน่ะแหละ ผมเหนื่อย..ผมง่วงจนจะหลับทั้งยืนแล้ว”
ดวงหน้าหวานว่าเสียงเอื่อยๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากหาวอีกรอบ ก้าวเท้าเดินออกจากตัวมหาลัยมาพร้อมกับร่างสูงที่เดินขนาบข้างคอยส่งสายตามองเป็นระยะๆ
“พรุ่งนี้ก็จะได้แสดงสักทีนะ ขอบคุณนายมากนะ..ทงแฮ”
นัยน์ตาสีหวานเงยขึ้นมองดวงตาหน้าคมคายระยะใกล้ มองดวงตาสีเข้มที่ไร้ประกายระริกที่ทำให้เขาต้องเต้นเร่าๆ โมโหโกรธาใส่ หากจะเห็นแต่ประกายอุ่นๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งเดินมาด้วยกัน ทงแฮพยักหน้ารับช้าๆ ก้าวเท้าเข้าลิฟต์พร้อมๆ กับฮันคยองที่เดินอมยิ้มเข้ามาทิ้งกายพิงหลังไปผนังลิฟต์
“ไปส่ง..ที่ห้องได้ไหม?”
ลิฟต์ถึงชั้นของทงแฮแล้ว นัยน์สีหวานที่มองไปทางข้างหน้าที่ประตูลิฟต์เปิดออก ละสายตากลับมามองดวงหน้าคมของคนถาม ผ่อนลมหายใจออกเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าทีนึง แล้วจึงเดินนำออกมาจากลิฟต์
ในใจได้แต่คิดด่าทอตัวเองต่างๆ นานา..ที่ปล่อยให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาทำลายกำแพงที่ตั้งตระหง่านก่อสร้างไว้อย่างดีได้โดยง่าย
คิดหาคำตอบเพื่อตอบคำถามของตัวเอง จนแทบจะ..จนปัญญา อ้างว่าตัวเขาเองนั้นอ่อนแอ เขาอ่อนล้าเต็มทน.. ยิ่งเห็นท่าทีที่แตกต่างออกไปของคนตัวสูงที่เดินมาด้วยกันแล้ว เขากลับยอมให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาทำลายกำแพงให้ร้าวขึ้นเรื่อยๆ
เขานี่มัน..บ้าจริงๆ
“ถึงห้องผมแล้ว.. อ..เอ่อ.. ขอบคุณ..ขอบคุณที่มาส่งนะครับรุ่นพี่”
ร่างผอมบางหยุดเท้าเมื่อก้าวเท้ามาหยุดที่หน้าประตูของตน มือบางยกขึ้นแตะที่ลูกบิดประตู เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ชั่งใจอยู่นาน..กว่าจะกลั่นคำ “ขอบคุณ” ออกมาจากปาก ส่งให้กลับคนตรงหน้า ที่เมื่อได้ฟังยิ่งขยับยิ้มกว้างเข้าไปอีก
มือหนายื่นมาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มลูบเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำขอบคุณ
“พี่ก็ขอบคุณนายนะ”
“เอ๋?”
นัยน์ตาสีหวานฉายประกายฉงน มองหน้าคนตรงหน้าจะงง ยกมือขึ้นปลดแจ็กเก็ตที่คลุมไหล่ออกมาถือไว้ หากฮันคยองกลับขยับยิ้มกว้างเข้าไปอีก ก้าวเท้าเข้ามาอีกก้าว ส่งผลให้คนตัวเล็กกว่าลนลานทำอะไรไม่ถูก มือที่กำลูกบิดไว้เผลอตัวหมุนลูกบิดเปิด นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกโพลงหากที่สำคัญกว่าตอนนี้นั้น..
“ขอบคุณที่ให้พี่มาส่งนะครับ..ทงแฮ”
อ้อมแขนอบอุ่นที่วาดกอด ความอบอุ่นที่แตกต่างออกไปโอบล้อมรอบกาย ทงแฮตาพร่ามือไม้หมดเรี่ยวแรงเผลอปล่อยลูกบิดประตูออก ยืนตัวแข็งทื่อให้เขากอดซึมซับความรู้สึกที่อีกฝ่ายส่งผ่านมาทางอ้อมกอด ความอบอุ่นที่ไม่ใช่จากคนรักที่ลอยอบอวลรอบกาย..อบอุ่นจังนะ..แปลกจัง..
นัยน์ตาหวานปรือปิดลงช้าๆ ยอมเผลอไผลปล่อยให้อีกฝ่ายกอดอยู่นาน.. นานจนเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน ดวงตาของทงแฮเบิกโพลง ตั้งสติได้ทันทีก็รีบออกแรงยกแขนยันอกกว้างออกห่างจากตัว แล้วรีบหมุนตัวกลับไปหาบานประตู..หากเป็นบานประตูที่เปิดไว้แล้วนั่น............?
To be continued..
ปล2 ขอบคุณเรื่องที่แวะมาHBD ให้นะคะ ><



มันอึมครึมๆยังไงไม่รู้
เหมือนเรื่องมันจะแดงแต่ก็ไม่แดง เอ๊ะ!!ยังไง -*-
คยูเห็นแบบนั้นแล้วไม่คิดจะอยากรู้เลยเรอะว่ามันยังไงกันระหว่างสองคนนั้นอ่ะ
แม้แต่ซองมินเองยังอยากรู้เลยอ่ะว่าอะไรเป็นอะไร
หมวยก็เหมือนคนมีชนักปักหลังหวาดระแวงไปซะหมด
แถมยังแอบสับสนด้วยใช่มั๊ย??
แต่ฮันกลับสบายสุดเลยไม่แคร์อะไรเลยก็เลิกกับน้องแล้วนี่เนอะ
คิมคิออกน้อยแต่ก็ยังรักหมวยอยู่ใช่มั๊ย??
แต่มีอีกคนที่ชอบในพาทนี้
ฮยอกแจแร๊งงงงงงง!!
ตอนแรกนึกว่าพอฮยอกแจเห็นฉากที่นางเอกจับคุณชายจูบจริงแล้วจะวิ่งหนีแล้วร้องไห้ให้คุณชายวิ่งตามไปเคลียร์ซะอีก แต่กลับเป็นว่าฮยอกแจมันอาละวาดซะวงแตกกระเจิงเลย 555+
ดีๆแบบนี้สิชอบ หุหุ
ปล.ไม่ลืมหรอกค่า แต่ไม่อยากทวงเพราะเราเองก็รู้ว่าไรท์เตอร์ก็ต้องมีการตันบ้างอะไรบ้าง
ปลล.วอนฮยอกหน่ะดีแล้วค่ะ
เพราะตั้งแต่ได้ดู Premium Live ที่ญี่ปุ่นเราก็โดนวอนฮยอกแอทแทค แต่ว่ามันก็นานแล้วนะทำไมวอนฮยอกมันยังแอทแทคเราไม่เลิกซะทีว๊า~~
นับวันจะยิ่งแอทแทคมากขึ้นกว่าเดิม 555+
ปลลล.มะกี้เม้นท์ไปแล้วรอบนึงแต่กดไม่ติดต้องเม้นท์ใหม่เลยไม่เหมือนเดิมเลย
#1 By mhoomin (61.90.95.84) on 2009-11-09 22:03