[FIC] my [kid].. XVIII.I

posted on 27 Oct 2009 19:46 by zeazand  in Fiction, SuJu, WonKyu

Title :: my [kid].. คนนี้ของผมนะ
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun
Chapter :: XVIII.I
Rate :: NC? or PG?
Note :: ยัง เขียนไม่จบ ใช้เวลามาจะเป็นอาทิตย์แล้ว T T เง้อ..นานแหะ ตอนนี้ติด You're Beautiful ค่ะ อร๊ายยยยย A.N.JELL >< เดี๋ยวอีกวันสองวันจะเป็นพาร์ทจบ
คิดว่าจะไม่ใจหาย..แต่เอาเข้าจริงๆ ไม่รู้ว่าจะยื้อไปทำไมนาน เขียนไม่ยอมจบ หรือเพราะมัน..ไม่อยากจบ นะ?

 

 

 

 

 

 

 

ถ้ารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแบบนี้.. จะไม่มีทางทิ้งให้อยู่คนเดียวเด็ดขาด!

 

 

 

สองเท้าย่ำก้าวให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้างในอกมันทั้งสั่นทั้งปวดอย่างแปลกประหลาด แค่ไอ้เจ้ายุ่งมันโทรกลับมาอีกรอบแต่พอรับกลับตัดสายทิ้งไป ก็แค่นั้น..แค่.....นั้น

ที่เห็นตรงหน้าทำเอาหัวใจแทบไปตกที่ตาตุ่ม รถของผมคันสุดหวงกำลังถูกล้อมรอบด้วยกลุ่มวัยรุ่นเกือบสิบคน หากจะไม่สำคัญอะไรเลย ถ้าไอ้ตัวแสบของผมมันอยู่ท่ามกลาง..วงล้อมมนุษย์นี้

 

“คยู..ฮยอน...”

 

 

 

 

 

 

พี่ครับ..ผมขอโทษ ผมมันโง่เอง

ผมเอง..ผมคนเดียว....ได้โปรด อย่าโกรธผมเลย..นะครับ

 

 

 

ผมวางสายจากพี่ไปเพียงครู่ กลุ่มวัยรุ่นแถวนี้ที่เดินขวักไขว่แถวนั้นอยู่ๆ ก็หันมาหาผม จากที่มันมองตั้งแต่ผมคุยโทรศัพท์กับพี่ เพราะผมออกมายืนคุยโทรศัพท์กับพี่ข้างนอกรถ เบื่อแล้ว..นั่งตากแอร์ในรถ อุดอู้น่ะ ก็เลยออกมายืนรับลมสักหน่อย ยืนมองฟ้า มองถนน มองผู้คน มองรถ..มองอะไรไปเรื่อย ในขณะที่ยืนหลังพิงไปกับรถของพี่ ส่วนหูแนบไปกับโทรศัพท์มือถือ พอวางสายไป ก็อย่างที่ว่า...เจ้าพวกนั้นเดินเข้ามาหาผม ทักทาย คุย เอ่อ แล้วก็เริ่มจะ.......

 

มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมคิด มือถือที่อยู่ในมือของผมที่ผมกำไว้แน่นนั่น พี่..คือคนเดียวที่ผมนึกถึง เลื่อนนิ้วไปกดที่ปุ่มโทรออก ไม่ทันจะได้ทำตามแบบในละครที่เวลาตัวเอกโดนจับตัวไป แล้วพยายามโทรศัพท์ไปให้คนอื่นช่วย แล้วจะเปิดเสียงให้อีกคนที่อยู่ปลายสายฟังจะได้รู้แล้วรีบมาช่วย ก็เพราะว่า..ไม่ใช่ละครน่ะสิ

 

“เฮ้ จะโทรหาใครล่ะ ไปสนุกด้วยกันดีไหม?”

 

“ไม่!!

 

“อ้าวๆ พูดกันดีๆ สิน้อง พวกพี่ๆ น่ะ ก็หวังดีน่ะน้า เห็นน้องยืนคนเดียวเหงาๆ ให้พวกพี่ยืมรถน้อง ขับพาน้องไปเที่ยวดีไหม?”

 

มือถือของผมถูกชายตัวสูงโย่งคว้าหยิบไปทั้งที่ผมพยายามซ่อนไว้ข้างหลังแล้วกดโทรออกพยายามไม่ให้ใครเห็นแล้ว แต่ก็จนได้ ผมกัดริมฝีปากล่างอย่างระงับอารมณ์..รู้ รู้ว่าตัวผมเองน่ะมันแย่ มันใจร้อน มันปากไม่ดี ต้องรีบระงับ ห้ามใจตัวเองให้ถึงที่สุด.. ต้องอดทน อดทนไปจนกว่า..พี่....พี่ซีวอนจะมา

 

“นี่น้อง.. ให้พวกพี่ๆ ยืมรถน้องได้ไหม? เดี๋ยวน้องนั่งไปด้วยเลยก็ได้..ดีไหม?”

 

พวกวัยรุ่นหน้าตาน่ากลัว ก็ยังคงล้อมหน้าล้อมหลังผมไม่ไป คนหัวหน้าที่หน้าตาคุ้นหน่อยๆ ยืนเยื้องอยู่ไม่ไกล ส่วนคนที่เหมือนจะเป็นลิ่วล้อคนสนิทน่ะยืนอยู่ตรงหน้าผม ยืนพูดกับผมปาวๆ ผสมลงโลงไปกับผู้ชายสามสี่คนข้างๆ ก็พากันหัวเราะเฮฮา ผมได้แต่ระงับอารมณ์ เพ่งสายตามองไปที่คนที่เหมือนจะเป็นหัวกลุ่มที่ว่า ยิ่งมอง..ก็ยิ่งคุ้น

 

จนสุดท้าย คนหัวกลุ่มที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ก็พับฝาโทรศัพท์มือถือปิดจับใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินยิ้มๆ แหวกผู้ชายสามสี่คนเข้ามาจนถึงตัวผม มือใหญ่แตะวางลงที่ไหล่ผมเบาๆ เรียกให้สายตาต้องละจากดวงหน้าคมไปมองที่สัมผัสที่ไหล่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าชายคนตรงหน้า

 

“จำฉันไม่ได้เหรอ? ฉันเองไง.. แทฮวา”

 

ดวงตาของผมทั้งสองข้างเบิกกว้าง คราวนี้นึกออกแจ่มแจ้งแล้ว! ริมฝีปากมันสั่นๆ เลือกไม่ถูกว่าจะยิ้มหรือจะทำหน้าบึ้งต่อไปดี

 

“พี่แทฮวา!!!

 

ที่แท้... เรื่องทั้งหมดนั่นน่ะ เรื่องที่ทำให้พี่ของผมต้องถ่อมาถึงนี่น่ะ ผมรู้แล้ว..ผมรู้แล้วครับ!

 

พี่แทฮวาน่ะ คือแฟนเก่าของพี่แจจุง.. ผมพอจะจำได้ พี่เขาจบมาจากโรงเรียนเดียวกันกับผม ถึงแม้ผมจะเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้ไม่นานก็เถอะ แต่ก็พอรู้จักบ้าง...อย่างน้อย ก็ช่วงต้นเทอมแรกที่ผมเข้าเรียนโรงเรียนนี้ ใช่แล้ว! ผมนึกออกแล้ว ผมน่ะสนิทกับพวกชางมิน แล้วด้วยเพราะพี่แทฮวาเป็นรุ่นพี่ที่เคยอยู่ชมรมเดียวกัน ก็เลยแวะมาเยี่ยมกันบ่อย และด้วยสิ่งนี้นี่แหละ พี่แจจุง..พี่แจจุงของชางมินถึงได้ตกลงคบกับพี่แทฮวา เพราะพี่เขาเทียวไปเทียวมาบ่อยๆ แล้วไปตบท้ายทุกวันด้วยร้านกาแฟที่พี่แจจุงเขาทำงานพิเศษ

 

นึกมาถึงตอนนี้ ถ้าพี่แจจุงคบกับพี่ยุนโฮ... งั้นก็แสดงว่า สองคนนี้คงจะ...เลิกมาได้ช่วงนึงแล้วสินะ ผมลืมสนิทเลยจริงๆ และพวกผมเองก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่แทฮวาเขาด้วยอีกเลย

 

“พอจะนึกออกแล้วสินะ งั้น..เราก็คนคุ้นเคยกันแล้วน่ะสิ ใช่ไหม? คยูฮยอน”

 

ผมตอบไม่ถูก ดวงหน้าหล่อเหลาที่ลอยอยู่ตรงหน้าเหมือนกับฝืนบังคับให้ผมตอบรับด้วยสายตาที่ส่งมาแบบนี้ ผมกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคออย่างยากลำบาก ไม่เคยคิด..จะมีวันนี้ที่จะต้องเจอกับคนเทือกๆ นี้ แล้วยิ่งถ้า.. เป็นคนรู้จักด้วยแล้วเนี่ย....

 

“ขอพี่ยืมรถน้องหน่อยได้ไหม หืม..?”

 

ผมหายใจติดขัด กลิ่นบุหรี่เข้มๆ นั่นลอยเข้ามาใกล้..ใกล้กันเข้าไปอีก มือหนาที่ผมเคยคิดชื่นชม คิดว่าต้องอบอุ่นแน่ๆ เพราะทุกครั้งที่เขาจับมือพี่แจจุงไว้ ก็จะมีรอยยิ้มหวานๆ ที่ทำให้รู้สึกหวานอบอวลในทุกครั้งที่เห็น แล้วพอมาเจอกับตัวจริงๆ ....ทำไมถึงได้รู้สึก..น่ารังเกียจ แบบนี้ ทั้งดวงหน้าที่มักจะมีรอยยิ้มประจำตัวที่ใครๆ ก็มักจะชื่นชมว่าทั้งเท่ห์ทั้งดูดีกว่าใคร มันหายไปแล้ว ผมไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพี่แทฮวา..

 

จนมาวันนี้ที่ผมได้เจอกับพี่อีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อ ดวงหน้าหล่อเหลาที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีบุคลิกแบบเจ้าชาย หรือจะเป็นหนุ่มหล่อเนี้ยบ แต่ก็นับว่า เป็นคนที่เท่ห์ มีเสน่ห์ น่ามองไม่แพ้กัน ดวงหน้าคุ้นเคยนั่น..หายไปแล้ว เหลือแต่ดวงหน้าที่ผิดแปลกออกไป แม้เค้าโครงหน้าจะเหมือนเดิม แต่สีหน้า สายตา..มันเปลี่ยนไป ราวกับคนๆ นั้นได้หายไป

 

“เป็นอะไรไป? พี่พูด..ไม่ได้ยินเหรอ?”

 

มาจนตอนนี้ มือของพี่แทฮวาแตะอยู่ที่ปลายคางผม ปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งดันให้ใบหน้าผมเงยขึ้นนิดหน่อย ส่วนดวงหน้าที่ผมไม่อยากมองนั่นก็..อยู่ใกล้แค่คืบ ผมไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงที่มีอยู่ในตอนนี้มันหายไปไหน ริมฝีปากตรงหน้าคลี่ยิ้มที่มุมปากนิดๆ เมื่อเห็นสีหน้าของผมที่แสดงออกชัด..ชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าผมนั้นขยะแขยงสัมผัสนี้มากแค่ไหน

 

“ว่าไง...ครับ?”

 

จบคำว่า “ครับ” ปากพี่ท่านเล่นมาจ่ออยู่ใกล้ปากผมแล้ว.. จากที่ผมมองพี่แทฮวาเขม็ง จ้องจนตาแทบจะปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาใส่พี่เขาได้ มาจนตอนนี้..ผม....จนปัญญา ที่มือทั้งสองข้างกำแน่น มันกำจนเล็บจิกเข้าไปที่ฝ่ามือกลั้นหายใจ ไม่อยากสูดเอากลิ่นบุหรี่ กลิ่นลมหายใจ หรือกลิ่นใดๆ จากผู้ชายคนนี้....คนที่ไม่ใช่ “พี่ซีวอนของผม

 

“พ..พี่....ซีวอน..ช่วยผม..”

 

 

 

 

 

 

แทบหยุดหายใจ..

 

ผมวิ่งจนแทบจะกลายเป็นกระโดดถึงขั้นจะเหาะเข้าไปจนถึงที่จอดรถของผมซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของร้านที่พวกผมชอบมานั่งกัน ทันทีที่ไปถึง ไม่สนใจใคร่จะรู้อะไรมันแล้ว กับสิ่งที่เห็นคาตา น้องตัวแสบของผมหลับตาปี๋ ที่มือนั้นกำเข้าหากันจนเห็นข้อขาว มือทั้งสองข้างที่สั่นอย่างไม่ต้องสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับร่างน้อยๆ ร่างนี้...ไม่สิ น้องของผม เขาไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ เสียหน่อย แต่ก็แค่..ตัวเล็กกว่าผม....มาก จนผมคิดเออเองไปตลอดว่า น้องตัวเล็กๆ บางๆ แบบนี้ ผมต้องดูแลให้มากกว่าอะไรอื่น และในตอนนี้ก็ด้วย..ไอ้ผู้ชายบ้านี่!! มันสุดจะให้อภัยอะไรแล้ว.. กับคนที่จะขโมยจูบที่กลีบปากแดงๆ ที่ผมถือสิทธิ์คิดเออเองตู่ว่าเป็นของตัวเองมาตลอดนั่น..ในตอนนี้

 

มือมันไปเอง..

 

ผมฉุนขาด! กระชากคอไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่เข้ามาหวังจะทำมิดีมิร้ายกับไอ้ตัวแสบของผม แล้วจัดการส่งหมัดรุ่นๆ กระแทกเข้าไปกับหน้าหล่อๆ ของมันทั้งที่มันไม่ทันตั้งตัวจนมันเสียหลักล้มลงไปนั่งบนพื้นข้างๆ ล้อรถของผม มันค่อยๆ ยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากออก ก่อนจะเงยขึ้นมามองหน้าผม กระตุกยิ้มหน่อยๆ ก่อนจะหันไปพยักเพยิดใส่พวกผู้ชายที่ยืนอึ้งปนงงกับการที่ผมโผล่เข้ามาแล้วจัดการประเคนหมัดใส่ไอ้คนที่เหมือนหัวหน้ามันจนล้มไปกองกับพื้น

 

“แก..เป็นใคร?”

 

“เจ้าของรถ..”

 

ไอ้บ้าที่นั่งอยู่บนพื้นถุยเลือดที่อยู่ในปากใส่ ก่อนจะยันตัวลุกโดนมีผู้ชายที่ยืนข้างๆ ยื่นมือขึ้นมาดึงให้ลุกขึ้นยืน หัวเราะในลำคอหึๆ แล้วก้าวเท้าเดินมาข้างหน้าจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ก่อนที่มันจะได้พล่ามอะไรต่อ ผมก็ชิงพูดก่อนจะรีบยื่นมือไปคว้าร่างนุ่มนิ่มของไอ้ตัวแสบกลับมา

 

“แล้วก็..เจ้าของ.....คนนี้ด้วย”

 

แต่ไม่ได้เป็นแบบนั้นน่ะสิ! มือข้างซ้ายของเจ้าตัวยุ่งถูกคว้าจับไว้ด้วยมือของไอ้บ้านั่น ผมจ้องหน้ามันเขม็ง เส้นเลือดในสมองส่งสัญญาณ sos กันให้วุ่น เพราะอีกไม่นาน..ผมคงจะได้เขวี้ยงระเบิดลงตรงกลางวงนี้บ้างแล้ว

 

“ปล่อย!!!

 

“ไม่ปล่อย.. ฮ่าๆ”

 

มันส่ายหน้าน้อยๆ ทำสายตาล้อเลียน มือทั้งสองข้างก็พอกัน มันบีบมือนุ่มๆ ของเจ้าคยูฮยอนของผมไว้แน่น บีบไม่พอ..มันยังออกแรงดึงเข้าไปอีก ผมละสายตาจากหน้าของมันก่อนจะลากสายตาไปมองที่หน้าขาวติดจะซีดหน่อยๆ ของคยูฮยอน มันส่งสายตาอ้อนวอนขอให้ผมช่วยมัน.. ริมฝีปากแดงนั้นก็แดงจนแทบจะห้อเลือด เมื่อฟันขาวๆ กัดลงกลีบปากล่างแบบนี้ ผมสูดหายใจลึกตั้งใจจะตั้นหน้าหรือจะทำอะไรสักอย่างให้ไอ้พวกเวรๆ ห้าหกคนนี้ไสหัวไปจากทั้งตัวผม ตัวไอ้แสบ แล้วก็รถผม...ก็ได้แต่คิด คิดไม่ทันจะได้เรื่องอะไร ไอ้บ้าจากไหนไม่รู้ก็วิ่งเข้ามาปล่อยหมัดพุ่งมาที่หน้าผม แต่ดีที่ผมยังพอไวอยู่บ้าง ยกมือข้างขวาขึ้นมารับได้เกือบจะไม่ทัน ...แล้วก็ไม่ทันจริงๆ

 

“โอย.. บ้าเอ๊ย”

 

ผมโดนพวกที่อยู่อีกฝั่งต่อยเข้ามาอีกโดนไม่ทันตั้งตัว.. เอาเข้าไป ซ้ำรอย ซ้ำกับที่ผมโผล่เข้าไปต่อยไอ้หน้าหล่อตอนไม่ทันตั้งตัว หึ! แค่นี้น่ะ ไม่เป็นไรหรอก.. เลือดในกายมันร้อน นึกถึงสมัยเรียนขึ้นมาได้..ผมเองก็ไม่ใช่เด็กดีอะไรมากมาย ก็พอมีบ้าง เรื่องเกเรชกต่อย แต่นับจากตอนนั้น..มาจนตอนนี้ก็นานพอดูล่ะนะ คิดแล้วก็เผลอกดยิ้มมุม มองหน้าติดกังวลของเจ้าแสบที่มองหน้าผม ที่มุมปากของผมที่เริ่มมีเลือดซึมออกมานิดๆ แล้วก็จำต้องหุบยิ้มลง ก้มลงกระซิบข้างหูไอ้ตัวแสบเบาๆ ก่อนที่มันจะพยักหน้าเข้าใจ

 

“นี่ แกน่ะ...อยากได้รถไหม?”

 

มันขยับยิ้มกว้าง พร้อมกับพยักหน้าหน่อยๆ หากมือที่บีบข้อมือบางๆ นี่ไว้กลับไม่ยอมปล่อยโดยง่าย มันขยับกายจากที่พิงทิ้งน้ำหนักมาที่รถผมขึ้นยืนตรงพร้อมกับก้าวเท้ามาข้างหน้าเรื่อยๆ เมื่อผมปัดมือไอ้เวรตัวแรกที่ต่อยมาออกจากหน้า ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วชูกุญแจรถขึ้นมาเหนือหัว ตามันก็วาวขึ้นมาหน่อยๆ มันจุดยิ้มที่มุมปากอย่างถูกใจ....ขอให้ถูกใจเหอะมึง!

 

อาศัยช่วงที่มันกำลังสนใจกุญแจรถในมือ แล้วส่งลูกเตะจัดเน้นๆ ใส่ท้องมันเต็มแรงจนไปกระแทกเข้าไปกับเบนซ์เอสคลาสคันสุดหวงของผมจนมันล้มลงไปนั่งกองกับพื้นมองผมตาขวาง และด้วยเหตุนี้.. เพราะมันโดนผมถีบยันไปขนาดนี้ มีเรอะ? สุดที่รักผมจะยังถูกมันจับไว้อีกน่ะ เพราะผมกระซิบบอกเจ้าหนูมันไว้แล้วน่ะสิ! ตอนนี้ไอ้ตัวแสบก็ทำตามที่ผมว่า รีบวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อที่จะเรียกพวกเพื่อนแสนรักของผมอีกสามให้ร่วมรุมสหบาทา..ก่อนที่ผมจะกลายเป็นศพโดนพวกมันรุมยำแทนก่อน

 

“พี่ซีวอน!! รอผมนะ”

 

ไอ้ตัวยุ่งกระซิบเบาๆ ก่อนที่จะหายไปจากสายตา..ไม่ใช่อะไร ไอ้เวรทั้งหลายมันลุกฮือขึ้นมายืนล้อมรอบตัวผมเลยครับ ไม่รู้ว่าจะอะไรมากมาย..ไม่แน่ ผมเองที่เป็นอาจจะเป็นฝ่ายเกินกว่าเหตุต่อยมันหน้าคว่ำก่อน แต่มันก็จริงๆ ห้ามไม่อยู่หรอก จะทำอะไรกับแฟนผมแบบนี้ เป็นใคร..มันจะยอมบ้างเล่า?

 

“หึ เหลือตัวคนเดียวแล้วสิ คราวนี้จะทำไงดีล่ะ?”

 

รอยยิ้มทั้งของผมและของมันถูกจุดขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน ผมยักไหล่ไม่สนใจใคร ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างหน้า พร้อมกับสอดกุญแจรถกลับเข้าไปอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ตัวเก่ง

 

“ก็ไงดีล่ะ.. ก็อย่างงี้ไงล่ะ!!!!

 

 

 

 

 

 

ผมต้องทำให้ได้!!

 

ผมวิ่งไม่คิดชีวิตหลังจากที่พี่ถีบเข้าไปที่ท้องของพี่แทฮวา จนพี่เขาล้มลงไปแล้วปล่อยมือที่จับผมไว้จนผมหลุดออกมาเป็นอิสระ พี่ดุนหลังผมจนแทบจะเป็นผลักเพื่อให้ผมวิ่งหนีออกมาเพื่อให้ผมไปตามพวกแก๊งเพื่อนสนิทของพี่ที่อยู่ข้างในนั่นให้มาช่วยพี่

 

เพราะงั้น.. ต่อให้ผมต้องแลกด้วยอะไร ถ้าเพื่อพี่ซีวอนแล้ว.. ผมก็ยอม

 

นั่นเพราะผมเอง..ผมเอง....คนเดียว..ที่ทำให้พี่ต้องเจ็บตัวแบบนี้!!

 

“อ..อะ..อ้าว เจ้าหนู อยู่นี่เองเหรอ?”

 

“พ..พี่ยูชอน!!

 

ผมไม่ทันจะได้ฝ่าเข้าไปในร้านที่พวกพี่ๆ เขานั่ง ก็ได้เจอพี่ยูชอนคนแรกนี่แหละที่ออกมา ผมไม่รู้อะไรอีกแล้ว สองขาก้าวพาร่างทั้งร่างไปโผกอดไอ้พี่หนูผีเพื่อนสนิทพี่ชาย จนพี่ปาร์คเขาต้องแงะผมออก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอหน้าพี่ยูชอน พี่คังอิน แล้วก็พี่ยุนโฮที่หน้าแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

“พี่!!! อย่าถามอะไรเลยนะ ช่วย..ช่วยพี่ซีวอนด้วย!!

 

 

 

 

 

 

“เฮ้ย! ซีวอน”

 

ผมที่ตอนนี้กลายมาเป็นฝ่ายถูกรุมแล้ว เริ่มรู้สึกปวดๆ ที่บริเวณคิ้ว เพราะเฉียดฉิวเกือบโดนหมัดของไอ้บ้าตัวการนี่ที่ปล่อยหมัดมาพร้อมๆ กันหลายคน หลบได้..แต่ก็ยังโดนหัวคิ้ว ผมสูดหายใจเข้าลึก เฝ้าภาวนาว่าไอ้เด็กแสบของผมจะพาพวกนั้นมาช่วยผมได้ทัน..แล้วก็ทันจริงๆ ไม่เสียแรงที่ผมอดทนรอมาจนตอนนี้

 

ไอ้พวกสามเกลอมันแห่กันมาช่วยผมแล้วครับ คราวนี้เลยกลายมาเป็นว่าฝ่ายไอ้เวรนั่นหกคน กับพวกผมห้า.. เฮ้ย! มันต้องสี่ อ๋อ.. ไอ้หนูผมครับ มันทั้งดื้อ ทั้งไม่ฟังผมเลย ผมบอกมันให้ไปเรียกเพื่อน ส่วนมันไปหลบ..ไม่ได้เลย!

 

ไม่รู้มันไปเอาความกล้ามาจากไหน เห็นตอนแรกน่ะ..ทั้งสั่น ทั้งกลัว มาจนเห็นเอาตอนนี้ ไม่รู้อะไรทำให้มันกลายเป็นแบบนี้ ไอ้หนูเองก็เข้ามาร่วมตะลุมบอนกันจนได้สิน่า นี่คิดจะช่วยผม หรือทำให้ตัวเองเจ็บกันแน่

 

“คยูฮยอน! ออกไป.. หลบไปก่อน”

 

ผมเตะเข้าที่ท้องไอ้คนตัวสูงสุดในกลุ่มจนมันล้มลง ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงเข้าไปปล่อยหมัดกระแทกใส่ไอ้คนตัวผอมที่เตรียมจะฟัดไอ้หนูผมเต็มที่ จนไอ้นั่นล้มลงไปกองกับพื้นเท่านั้นแหละ เสียงโวยวายของไอ้ยุนโฮก็เรียกให้ผมต้องเงยหน้าละสายตาจากหน้าตื่นๆ ของไอ้หนู ยื่นมือเข้าไปโอบไหล่เล็กพาเดินไปหาไอ้ยุนโฮ...ที่มันกำลังง้างหมัดเตรียมจะตะบันหน้าไอ้บ้าที่มันหวังจะทำอะไรไอ้หนูผม

 

“แกทำแบบนี้ทำไมวะ? กลับไปหา..แจจุง ทั้งที่ตอนนี้เขาคบอยู่กับฉัน!!

 

ผมพอเริ่มจะเข้าใจอะไรบ้างแล้วล่ะ ไอ้หมอนี่คงจะเป็น...

 

“พี่แทฮวา เป็นแฟนเก่าพี่แจจุง”

 

ราวกับอ่านใจผมออก เจ้าแสบตอบผมมาพร้อมกับระบายยิ้มโล่งอกจางๆ เห็นแล้ว..ก็พลอยยิ้มออกขึ้นมาบ้าง ผมหันกลับไปมองสองคนนั้น ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็ถอยหลบฉากมายืนกันข้างๆ ผมกับเจ้าคยูฮยอน ปล่อยให้มันเคลียร์กันเองไปไม่กี่คำ เจ้าของชื่อที่ถูกดึงมาเรียกกันไปเรียกกันมาก็โผล่เข้ามาพร้อมกับเพื่อนหน้าหวานอีกคน

 

“ยุนโฮ..แทฮวา...พอเถอะนะ”

 

 

 

 

 

 

สรุปแล้ว..วันนี้ก็จบไปอีกวัน โดยที่ผมไม่ค่อยจะได้ช่วยอะไรไอ้ยุนโฮมากมาย จากการที่ฟังไอ้ปาร์คเล่าแล้ว คงเพราะไอ้ยุนโฮมันนั่นแหละ เมาๆ มึนๆ ไปกดโทรหาแจจุงเข้า ก็เลยกลายเป็นว่า แจจุงต้องออกมาหามันทั้งที่ดึกเอาป่านนี้ แล้วก็...เจอกันทั้งสองคนเลยครับ แฟนเก่า แฟนใหม่....ผมว่า เห็นแบบนี้ไม่ว่าจะยังไง ผมเชียร์ไอ้ยุนโฮเพื่อนผมสุดใจเลย! ผมไม่ยอมแน่..ถ้าแจจุงคัมแบ็กไปหาไอ้บ้าแทฮวาไรนั่นอีก

 

กลับมาถึงบ้าน.. มองนาฬิกาข้อมือแล้ว เฮ้อ ตีหนึ่งกว่าแล้ว.. หนักกว่าอะไรถ้าโผล่เข้าไปที่บ้านตอนนี้ ถึงแม้ว่าที่บ้านจะรู้ว่าผมออกไปข้างนอกตอนสี่ห้าทุ่มน่ะนะ จะโดนด่าอะไร ก็ไว้ก่อนเหอะนะ

 

ขึ้นมาถึงห้องพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล โชคดีหน่อยที่ไม่ได้เป็นคืนจันทร์เต็มดวงน่ะ อาศัยความสลัวๆ ที่ลุงคนขับรถมาเปิดประตูให้ ขับรถมาจอดให้เขาเอาไปเจ้าที่จอดให้ แล้วชิ่งขึ้นไปห้องพร้อมกับไอ้แสบเลย เดินเข้ามาที่ห้อง ล็อคประตู เปิดไฟ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำก่อนเลย มองสภาพหน้า.. ถอดเสื้อเชิร์ตยับยู่ยี่ออกมองสภาพตัวด้วย ให้ตาย..โดนไปไม่เยอะ แต่เริ่มจะเขียวหน่อยๆ แล้ว หน้าเองก็ด้วย..เละ ยับ เลือดเปรอะหน้า รอยเขียวๆ ช้ำๆ เพราะโดนต่อย แค่ลองแตะวางน้ำหนักลงเบาๆ ก็เผลอร้องโอดโอยออกมาด้วยลืมตัว

 

“พี่ครับ.. ผม.....ขอโทษนะ”

 

ไอ้ตัวเล็กจู่ๆ ก็เดินมาเงียบๆ วาดแขนกอดมาจากทางด้านหลังซบแก้มแนบแผ่นหลัง รำพันเอ่ย “ขอโทษ” ซ้ำแล้วซ้ำอีก.. พอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว ผมเองก็เคยจะทำอะไรแบบนี้ รู้สึกแน่นปวดในอกมากเสียยิ่งกว่าเป็นคนพูดซะอีก ผมแกะมือน้อยๆ ที่กอดผมแน่นออกช้าๆ ก่อนจะหันหน้ากลับไปวาดยิ้มแกนๆ ส่งให้ ด้วยเพราะมุมปากซ้ายนี่แหละที่รู้สึกตึงๆ ถึงขั้นปวด เลื่อนมือขึ้นลูบผมนิ่มๆ ลูบเบาๆ ก่อนจะเลื่อนลงมาแตะปลายนิ้วที่หางตาที่เริ่มปริ่มด้วยน้ำตา

 

เอาอีกแล้ว..อย่าเบะนะ อย่าเพิ่งร้องไห้นะ..เด็กน้อย

 

“ไม่ต้องพูดแล้วนะ พี่ไม่เป็นไรแล้ว.. พี่ปลอดภัย นายเองก็ปลอดภัย แค่นี้น่ะ.....ก็พอแล้ว พอแล้วนะ เด็กดี”

 

“อ..อื้ม.. พี่ซีวอน....”

 

“หืม?”

 

มันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมชนิดจ้องตากระพริบไม่ไปไหน แก้มใสเริ่มจะแดงขึ้นสีหน่อยๆ ผมมองอย่างฉงนสงสัยเง็งกับที่ริมฝีปากเล็กๆ แดงๆ นี่อ้าปิดๆ เปิดๆ อ้ำๆ อึ้งๆ จะพูดก็ไม่พูดสักที จนสุดท้าย..มองจนทนไม่ได้เอง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้..ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นลมหายใจอุ่น ปลายจมูกชนกันจนริมฝีปากที่คลอเคลียกันอยู่แทบจะแนบสนิท ผมมองตาใสๆ คู่นี้อีกครั้ง กระซิบถามเสียงเบา

 

“ตกลง..จะพูดอะไรน่ะ...ครับ?”

 

“ผม..ผม...ผม.....ผมรักพี่”

 

หา?

 

ผมตาโตเบิกกว้าง อารมณ์ที่ว่ากำลังจะได้ลิ้มรสริมฝีปากเล็กๆ แดงๆ ตรงหน้าแล้วมลายหายสิ้น ผมผละหน้าออกมามองไอ้ตัวแสบตาโต ทั้งตกใจทั้งอึ้งทั้งดีใจ..หัวใจเต้นรัวเร็วแรงจนไม่เคยคิดว่าจะมีครั้งไหนที่ใจจะเต้นแรงได้เท่าครั้งนี้ ผมยิ้ม..ยิ้มชนิดที่ว่า ต่อให้ใครมาอะไรตรงหน้าก็ไม่ใคร่จะสนใจ เพราะจุดโฟกัสจุดเดียวของผมน่ะ....คือ โจคยูฮยอน เด็กน้อยของผม

 

“พ...พี่ชาย ฟังผมหรือเปล่าเนี่ย”

 

พวงแก้มใสแดงสุกปลั่ง ผมขยับยิ้มให้กลายเป็นหน้านิ่งๆ เฉยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ต่อ ตาจ้องดวงตาใสๆ ทั้งสอง จ้องจนเจ้าตัวเขาทนไม่ไหวหลบตา เจ้าคยูฮยอนตัวแสบกำลังอายครับ! คนอะไรอายแต่ก็ไม่ยอมแสดงออกให้เห็นว่าเจ้าตัวเขาอาย! ตลกน่า.. จะอายอะไรกัน

 

“พูดอีกทีสิ ได้ยินไม่ชัด”

 

ไอ้หนูตาเบิกกว้างนิดๆ มองผมด้วยสายตาตำหนิปนเขินหน่อยๆ ก่อนจะขยับยิ้มกว้างอย่างกับมีอะไรในใจ แต่ผมกลับไม่คิดใส่ใจ ขยับยิ้มกว้างๆ ตามไอ้หนู มันพยักเพยิดให้เอาหูมาใกล้ๆ ผมก็เริ่มเอะใจ รู้แหละ มันต้องเล่นอะไรแผลงๆ ให้หูผมแตกแหงๆ แต่ก็เอาเหอะ..สักหน่อย ได้ยินคำว่า “รัก” ที่เฝ้ารอฟังมานานหลายเดือน หูแตกก็ยอม

 

“ผมน่ะ.. อยากจะขอบคุณพี่นะ ขอบคุณที่ช่วยผมวันนี้ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ก่อเรื่อง.. ขอบคุณที่ตลอดมาคอยอยู่ข้างๆ คอยปกป้องคอยดูแลผม...ผม....”

 

“พี่รักนาย”

 

ผมบีบมือทั้งสองข้างที่แอบสั่นกับคำพูดชวนให้สุขใจ ความรู้สึกดีใจท่วมท้นไปทั้งอก ปากกลั้นยิ้มไม่ไหวแล้ว มันคลี่ออกยิ้มซะจนเจ้าหนูที่หน้าแดงนั่นต้องยิ้มออกตาม เลื่อนมือขึ้นวางบนกรอบหน้าหวาน เลื่อนให้หันมามองสบตากัน เจ้าคยูฮยอนส่งยิ้มหวานให้ทีหนึ่งก่อนจะขยับปากออกเป็นคำพูด..ที่ถึงแม้จะไม่ออกมาเป็นเสียง แค่กลับรู้สึกได้..ได้ยินไปจนถึงหัวใจ...เพราะใช้หัวใจฟังนี่แหละ

 

ผมรักพี่

 

 

 

 

 

 

“โอ๊ยๆๆ เบามือหน่อยดิ พี่เจ็บตัวเพราะปกป้องนายนะเว้ย ไอ้ตัวแสบ”

 

แทนจะได้รับการกระทำเช่นการเอาสำลีโป๊ะแอลกอฮอล์มาแตะๆ แผลให้เบามือลงแม้สักนิดก็ยังดี แต่ดูเข้าสิ! ริมฝีปากน่าจูบนี่มันอะไร ยิ้มสะใจ กับดวงตาสีนิลวาววิบที่ส่งสายตากวนๆ มันยังหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นหน้าเบี้ยวๆ ของผมทุกครั้งที่โดนเจ้าสำลีนั่นแตะลงบนแผล ตรงที่มุมปากด้านซ้ายด้านเดียวกับหางคิ้วที่แตกเลือดเพิ่งจะแห้งลงไปไม่นานนี้

 

“เจ้าตัวแสบ.. เบามืออีกหน่อยสิครับ พี่เป็นคนนะ..เจ็บเป็นอะไรเป็นนะ ไม่ใช่ของเล่น”

 

ผมบ่นออกมพร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ ร้องเจ็บๆ จนไม่รู้สึกจะเจ็บแล้วเนี่ย เปลี่ยนมาเป็นแกล้งร้องสำออยแทน จนมันพรูลมหายใจใส่พยักหน้าเออๆ ออๆ แล้วเบามือลงหน่อย

 

“เจ็บแค่นี้นะ ทำมาร้อง..ทีตอนโดนคนอื่นเขาต่อยเข้าล่ะ ไม่เห็นจะร้องสักแอะ..สำออยเปล่าเนี่ย”

มันบ่นครับ..ดูมันบ่น บ่นเบาๆ แบบนี้เหรอ? คิดว่าผมจะไม่ได้ยินน่ะ ฝันไปซะเถอะ ผมขยับยิ้มจางๆ บนริมฝีปาก อาศัยช่วงที่เจ้าหนูแปะพลาสเตอร์ที่หางคิ้วผมเสร็จ ก็มาก้มหน้าก้มตาง่วนกับการเก็บอุปกรณ์ทั้งหลายแหล่ยัดลงใส่กล่องแพ็คเสร็จ ตั้งท่าจะลุกเอากล่องจากที่วางบนเตียงที่เราสองคนนั่งทำแผลกันเพื่อเอาไปวางบนโต๊ะใกล้ๆ ผมรั้งเอวบางให้ลงมานั่งบนตักผม กระชับแขนกอดเอวเล็กนั่นแน่น มองหน้าเอ๋อๆ อยู่นาน จากสีหน้างงๆ เด๋อๆ จนเปลี่ยนมาเป็นแดงซับเลือด หลบตาจากสายตาหวานๆ ที่ผมส่งไปให้ ขยับแขนเปลี่ยนให้เจ้าตัวยุ่งนั่งหันมาทั้งตัว มันก็แสนจะรู้เลย หันมาก็วางมือที่ไหล่ทั้งสองข้างของผม มันอมยิ้มจนแก้มตุ่ย ยื้อกันไปยื้อกันมาไม่ยอมให้ผมยื่นหน้าไปหามันได้ ก็มันน่ะรู้น่ะสิ! ผมน่ะอยาก..จูบ

 

“คยูฮยอน..ครับ”

 

ผมแกล้งทำเป็นถอนหายใจหมดอารมณ์ ขยับมือที่กอดไอ้หนู แกล้งจะดึงมือออกแล้วปล่อยให้มันเป็นอิสระ มันก็มีทีท่าตลกๆ ด้วยเพราะงงที่อยู่ๆ ผมก็หมดอารมณ์เอาซะง่ายๆ อ้าปากพยายามจะพูดอะไรสักอย่างที่ผมไม่สนใจ เพราะท่าทีลนลานของมันนี่แหละ ผมอาศัยช่วงที่มันกำลังสนใจกับที่ผมทำหน้าเฉยๆ เนียนดึงตัวบางๆ นี่ลงมานอนทับผมที่นอนอยู่บนเตียง...เป็นอันเรียบร้อย!

 

 “พ..พี่ซีวอน!!

 

ไอ้หนูเริ่มดิ้นแล้ว นี่ไม่คิดเลยใช่ไหม? ผมไปเจ็บตัวมานะ คุณภรรยาที่รักเล่นดิ้นไม่สนใจแผลคุณสามีเลยสักที มันกระเทือนนะ คนยิ่งเจ็บอยู่..นิดๆ ผมระงับอาการอยากจะยิ้มให้หน้าบานไปกว่า ตีหน้านิ่งๆ มองดวงตาสีรัตติกาลใสแจ๋วที่ฉายประกายรั้น ก่อนที่จะแปรเปลี่ยนมาเป็นใสแจ๋วเหมือนเก่า ดวงตาใสๆ ส่งยิ้มให้ผมผ่านทางดวงตา พร้อมกับที่เจ้าตัวเขาเองก็เลิกดิ้น นอนทับตัวผมอยู่เฉยๆ ...เหมือนกับว่าหยุดเวลาเอาไว้ ทุกสิ่งรอบกายมันหยุดนิ่ง มีแต่เพียงคนน่ารักตรงหน้าผม..โจคยูฮยอนที่ดื้อแสนดื้อ และ..ตัวผมเอง เรามองสอดประสานสายตาอยู่นาน ทุกสิ่ง..ถูกบดบังด้วยคนตรงหน้า เราส่งยิ้มให้กันและกัน ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะแนบชิดกันสนิท

 

ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผมแทบจะละลายไปกับจุมพิตแสนหวาน และเรือนร่างโปร่งบางที่กอดรัดผมเอาไว้ คยูฮยอนของผมน่าทนุถนอมไปเสียทั้งหมด ค่ำคืนนี้ของเราผ่านไปอย่างเชื่องช้าเนิ่นนานจนแทบขาดอากาศหายใจ ผมถอนริมฝีปากออกจากริมฝีปากสีแดงสุก เพ่งสายตามองคยูฮยอนที่หน้าแดงจนสีเกือบจะเหมือนกับปากเล็กน่าจูบ เปลือกตาบางเม้มปิดสนิทหากยังมีคราบน้ำตาเกาะที่แพขนตาสวย ผมเงยหน้าขึ้นแตะริมฝีปากที่เปลือกตาบางทั้งสองซับหยดน้ำตาที่แพขนตานุ่ม ตอนนี้ร่างของเราแนบสนิท..เป็นของกันและกัน ค่ำคืนแสนหวานที่เป็นของผมและคยูฮยอน ร่างกายของผมและน้อง ในตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ทุกริ้วความเจ็บปวดที่น้องได้รับถูกแสดงออกผ่านหยดน้ำตาที่ไหลออกมาในทุกครั้งที่ผมขยับตัวเข้าออก มือเรียวบางจิกลงที่หลังผมจนแทบจะเป็นแผลเลือดเกือบจะไหล เห็นน้องตัวแสบเป็นแบบนี้ ในนึงก็คิดสงสารหากในเวลานี้..ไม่มีอะไรฉุดเราสองคนไว้ได้แล้ว เราแนบกายสอดประสาน ส่งมอบและซึมซับความสุขที่เฝ้ารอมาแสนนานผ่านทุกสัมผัสและทุกลมหายใจที่เป่ารดกัน

 

..และเรา..ก็ได้รักกันจริงๆ..เสียทีนะ..

....ไม่มีอีกแล้ว....

ความเฝ้าฝันไปเองต่างๆ นานา ..ความรักของผมและคยูฮยอน.. มันเป็นจริงแล้ว

 

“ผมรักพี่.. รักพี่ที่สุด”

 

 







to be continued...









^^ zea hi hi!!
สวัสดีค่ะ
T T แง้ง.. ตอนนี้ขอโทษไว้ก่อน
NC เอิ่ม..ไม่เหมือน NC เขียนได้แค่นี้
อย่าว่ากัน อยู่บ้านกับผู้ปกครองค่ะ เขาเดินผ่านไปผ่านมา


special version including [Kyuhyun Part]

 

ตอนนี้ให้รู้สึกในฟีลหวานๆ ตอนท้ายไปก่อน^^
ตอนแรก งง ป่ะ?? ฉากบู๊เนี่ย เขียนไม่ถนัด
แต่อยากเปลี่ยนแนวการเขียนไปเรื่อยๆ (จนคนอ่านหลายคนมึน)

 

 

 

>< ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา อยากจะพักจริงๆ แต่ไม่ได้! ขอให้จบตอนนี้ก่อนนะ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้องสาว ไม่อยากให้จบเลย กำลังสนุก
แค่คิดว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องนี้อีกแล้ว
เศร้าอ่ะ อยากอ่านอีก น่ารักมากอ่ะแง้~~~~



น้องน่ารักอ่ะ อ่านแล้วหวั่นไหว
น้องน่ารักมากกกกกกกให้ตาย
แทวา อย่าทำน้องดิ - -


เรื่องแจจงกับยุนโฮ และอะไรอีกละเนี่ย ??

น้องเชอตอนสุดท้ายลองซาวเสียงเรื่องรวมเล่มดิ


ถ้ามีคนเอาจะได้....


สนับสนุนนะ ^^

#1 By Rainbowless on 2009-10-28 04:55

โฮ้วววว..

เห็นเลขพาทนี้แล้วทำให้นึกถึงบุปผาราตรีเลยทีเดียว sad smile

จะจบแล้วหรอแอบใจหายวาบๆ

พาทนี้บู้กระจาย..แถมตบท้ายด้วยความหวาน cry
อู้ยยยย..น้องน่ารักได้ใจไปเลย
อิจฉาพี่ชายจริงๆที่ได้น้องชายน่ารักไปครอบครอง cry

ปล.ไปคอนฯรึป่าวคะ
ถ้าไปแล้วเจอกันนะคะ confused smile

#2 By mhoomin (58.9.234.14) on 2009-10-28 22:15