[SF] Someday 2

posted on 18 Oct 2009 22:56 by zeazand  in Fiction, SuJu, WonKyu
Title :: Someday
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun
Rate :: General
Note :: 20% up of plot from author's real story & each chapter of this fiction isnt linkin'





Someday 2


Callbox = ตู้โทรศัพท์

 
 
 
 

“เฮ้ย! จะนอนไปถึงไหนเนี่ย”

 

สัมผัสอุ่นๆ ที่แตะลงที่ไหล่จากแค่ที่แตะ แต่ตอนนี้เริ่มจะเปลี่ยนมาเป็นเขย่า..แล้วก็เริ่มจะเขย่าแรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นไปอีกเมื่อคนถูกปลุกไม่ยอมลืมตาตื่นเสียที

 

จนในที่สุดที่แหละ คนปลุกเบื่อจะปลุก เลิกล้มความพยายามจะปลุก แล้วหันกลับไปอ่านหนังสือของตัวเองต่อ ส่วนคนถูกปลุกน่ะเหรอ..?

 

“อืม.... นายนี่ตัดใจเร็วชะมัด ปลุกต่ออีกหน่อย ฉันก็ยอมตื่นแล้ว”

 

ผมก็เซ็งน่ะสิ ตื่นน่ะ ตื่นตั้งแต่มันส่งเสียงเรียกแล้วล่ะ ก่อนที่มันจะมาวางมือแตะตัวผมแล้วเปลี่ยนมาเป็นเขย่าตัวผมซะขี้เลื่อยจะหล่นหมดตัวซะอีก แต่แค่อยากจะรู้ครับ อยากรู้ว่ามันน่ะ จะทำยังไง ถ้าผมเล่นนอนเงียบต่อไปแบบนี้น่ะ

 

หึ.. ผิดหวังไปสักหน่อย อย่างน้อย ก็น่าจะ....อ่านะ

 

หวังอะไรให้มาก..บ้าเอ๊ย!

 

“ก็เพราะฉันรู้ไง นายก็เป็นแบบนี้น่ะ ถ้าจะลุก..ก็คงลุกเอง คงไม่สนหรอกว่าฉันปลุกต่อหรือไม่ปลุกต่อน่ะ...หรือไม่จริง?”

 

..ไอ้บ้า!!..

 

ผมหันหน้าหนีมันทั้งยังงั้นนี่แหละ เลวมากซีวอน! พูดมาแบบนี้ เล่นเอาผมไม่รู้จะตอกกลับไปว่ายังไงดี ฮึดฮัดเป็นบ้าเป็นบอทั้งที่หันหลังให้อยู่ กลัวมันจะรู้ว่าผมเริ่มบ้าไปตามที่ว่า ลุกขึ้นจากเก้าอี้มา มันก็รีบส่งเสียงเรียกผมไว้ใหญ่เลย

 

“เฮ้ยๆ แซวเล่นน่า อย่าเพิ่งรีบกลับดิ! ยังไม่ได้สอนฉันเลยนะเว้ย จะรีบไปไหน”

 

ผมหันไปมองมันตาขวาง พร้อมกับปัดมือที่กำลังจะยื่นมาคว้าแขนอีกนั่นออก เอ่ยออกมาสั้นๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปไม่สนใจมัน

 

“ไปเข้าห้องน้ำ เดี๋ยวมา”

 

 

 

 

 

 

 

กลับมาพร้อมกับกับไอน้องชายที่เป็นญาติห่างๆ ที่มาเรียนมหาลัยเดียวกันนี่แหละ พอดีนัดกับมันไว้ว่าเดี๋ยวจะติวมัน เอ้ย! ก็แค่เรียกให้มันมาอ่านหนังสือนี่แหละ พ่อแม่มันฝากฝังให้ดูแล..ไอ้ผมก็นะ จะให้อะไรก็ต้องลากคอมันมาอ่านด้วยกันนี่แหละ มาจนถึงโต๊ะที่ผมเพิ่งลุกออกไป เห็นไอ้เจ้าซีวอนกำลังนั่งอ่านหนังสือตาปรือๆ ครั้นพอผมเดินเข้าไปใกล้จนเกือบจะถึงโต๊ะ ตาปรือๆ ของมันก็เปลี่ยนมาเป็นใสปิ้งมองมาที่ผมยิ้มๆ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่คนที่กำลังเดินตามหลังผมมาหรือไอ้น้องชายของผม เจ้าจงฮยอน

 

“ไหงน้องแกก็มาด้วยว่ะ”

 

มันกระซิบทันทีที่ผมเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ มัน ผมหันไปเลิกคิ้วมองหน้ามันหน่อยๆ ก่อนจะลากสายตากลับไปที่หน้าหนังสือที่เปิดค้างไว้บนโต๊ะ ซึ่งมีสภาพยับยู่ยี่ไปสักหน่อย บริเวณที่ผมวางแขนไม่ระวัง ส่ายหน้าเซ็งๆ กำลังจะยกมือขึ้นลูบๆ หน้ากระดาษหนังสือหวังให้มันเรียบขึ้นอีกสักหน่อย ไอ้เจ้าซีวอนคนดีก็คว้าข้อมือเอาไว้ซะยังงั้น

 

“สนใจกันหน่อยดิ”

 

พรูลมหายใจออกมา ก่อนจะหันหน้าไปมองมันเลิกคิ้ว แต่ไม่ทันจะได้อ้าปากอะไร มันก็ชี้นิ้วมืออีกข้างที่ว่างไปที่สมุดเล่มบนโต๊ะตรงหน้ามัน

 

“แกนี่นะ สนใจกันก็ไม่สนใจกันบ้างเลย แล้วยังจะกวนฉันอีกนะ”

 

“กวนอะไร? อ๋อ..จะให้ติวให้ใช่เปล่าล่ะ?”

 

“ใช่น่ะสิ ติวเร็วๆ เลย เสียเวลารอแกรอมานานมากพอละ”

 

เอาอีกแล้ว มันว่าผมอีกแล้ว.. เออ ก็แล้วไงล่ะ? ใครให้รอมิทราบ? ขุดผมมาอ่านหนังสือกับมันแต่เที่ยง เหอะ! แล้วได้อะไรขึ้นมา มาถึงผมถามแล้วน่ะ “จะให้ติวให้เลยไหม” แล้วดูมันสิ บอกว่าขออ่านก่อน ไอ้ผมน่ะก็ใจเย็น ก็ไม่ได้อะไร ก็หันมาอ่านของตัวเองนี่แหละ อีกแค่หนึ่งอาทิตย์ก็จะถึงช่วงสอบแล้ว ผมยังอ่านไม่ไปถึงไหน แถมยังพ่วงไอ้หมอนี่มาอีกคน..ไม่อยากจะว่า ว่ามันน่ะเป็นภาระผมหรอกนะ จริงๆ ก็ควรจะขอบคุณมัน..ซะด้วยซ้ำ มันน่ะก็นับว่าคนดีคนนึง มีน้ำใจกันอยู่บ้างน่ะนะ ถ้าไม่ยังงั้นแล้ว ป่านนี้ผมคงนอนอ่านหนังสืออยู่ที่หอนี่แหละ ไม่ใช่ว่าอ่านอย่างเดียวน่ะ สงสัยจะนอนหลับยาวเลยล่ะมั้งเนี่ย..เพราะเมทผมมันแยกย้ายกันไปซุ่มกันคนละที่เลย ว่าแล้วก็หันหน้าไป อยากจะด่ามันเอาแต่ใจกับผม แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าความดี(?)ของมันมีมากกว่าล่ะนะ ก็ได้...ยกนี้ผมยอมให้มัน

 

“เออๆ ก็ได้ ไหนว่ามาสิ..”

 

 

 

 

 

 

 

“พี่คยูฮยอน เมื่อไหร่จะเสร็จอ่ะ ผมหิวแล้ว”

 

ไอ้น้องบ้า ผมกำลังเพลินๆ เอ้ย! กำลังสอนมันอยู่น่ะ ไม่ทันจะจบบทเลย อีกสิบกว่าหน้า...เอง ขอเวลาอีกนิดเหอะ จะหิวอะไรกันเร็วนักวะ ก็แค่..แค่ทุ่มกว่าๆ เอง ยังมีเวลาอีกถมเถ ร้านข้าวแถวนี้ก็ใช่ว่าจะปิดในทุ่มสองทุ่มนี่เมื่อไหร่ กับอีแค่หิวน่ะทนอีกหน่อยนะ ไอ้น้อง

 

“อีกแป๊ปได้เปล่าวะ? เดี๋ยวพี่สอนจะจบแล้ว แกแบกคอมมานี่ เล่นรอไปก่อนไป”

 

ไอ้ซีวอนมันขำครับ ดูเข้าสิ! ผมทำแบบนี้ก็เพื่อมันนะ แทนจะสำนึกบุญคุณนะ กลับมาทำหน้าล้อเลียน ขำแบบไม่มีเสียงใส่ผมแบบนี้น่ะ

 

“ขำอะไร? หรือแกอยากจะกลับบ้านแล้ว? เอางั้นก็ได้น่ะ ฉันเองก็ชักจะหิวๆ แล้วเหมือนกัน”

 

ได้ผล! มันแพ้ผมแล้วล่ะ..เจอเข้าแบบนี้น่ะ มันกลับมาทำหน้าหมาน้อยน่าสงสาร รีบง้อขอให้ผมสอนมันต่อ เหอะ! น่ารักเกิ้นนนนน่ะ

 

“แกอ่ะ อย่างอนฉันดิว้า นะ..สอนต่อ เร็วๆ จะได้ไปกินข้าวกัน”

 

“เออๆ สอนก็สอนวะ แต่แกอย่ามาตู่เอาเองนะเว้ย!! ฉันไม่ได้งอนแกซะหน่อย!!

 

“คร้าบๆ ไม่ได้งอนก็ไม่ได้งอน”

 

มันตีหน้าทะเล้นใส่ ก่อนจะชี้ชวนให้ผมกับมันเข้าสู่บทเรียนต่อ เนื้อหาก็อีกเยอะ..สอนกันไปสามสี่หน้าได้ ผมก็เงยหน้ามองท้องฟ้าผ่านทางกระจกใสที่ติดอยู่ตรงหน้า เพราะพวกผมชอบมานั่งกันที่โต๊ะอ่านหนังสือในหอสมุดที่ติดกับกระจกน่ะ เพราะอย่างน้อย เวลาเครียดๆ หรือคิดอะไรไม่ออก..ก็จะมองฟ้านี่แหละ

 

“ดูท่า..ฝนจะตกแล้วสินะ”

 

“หืม..? ฝนตก?”

 

“อื้อ..ดูสิ เมฆขนาดนี้ ท้องฟ้าก็....สีแดงซะแล้ว เฮ้อ ไม่ได้เอามาซะด้วย”

 

“พี่ ผมเอาร่มมา.. ไปกินข้าวกันเหอะ ผมหิวจนจะโน้ตบุ้คแทนแล้วเนี่ยพี่”

 

ได้โอกาส เจ้าจงฮยอนก็โชว์ร่มที่มันได้มาจากการสมัครสมาชิกร้านค้าไม่ระบุชื่อที่เปิดบริการตลอดชาติ ร่มสีดำลายโดร----คันใหญ่ที่ผมเห็นมันชอบพกออกมาบ่อยๆ มันเด้งตัวขึ้นมาอย่างว่องไวรีบปิดโน้ตบุ้คของมันจัดการไม่ทันที่ผมจะได้อ้าปากเสวนาอะไรกับมันอีก มันก็เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มแฉ่งพร้อมกับที่หลังสะพายกระเป๋าโน้ตบุ้คไว้เรียบร้อย

 

“ไปกันเหอะพี่คยูฮยอน!

 

“เออะ..”

 

ผมหันหลังกลับไป ก็ตกใจอีกยก ไอ้เจ้าพ่อคนหล่อของใครๆ เขาเก็บข้าวของให้ผมซะเสร็จสรรพเลย เอ้า! ดูเข้าสิครับ! ดูท่าไม่ใช่แค่ว่าเจ้าน้องผมมันจะหิวคนเดียวน่ะ ไอ้หมอนี่เองก็คงจะหิวน่าดู..ก็ดูจะแปลกๆ ของมันสักหน่อย เพราะแต่ก่อนๆ มานั่น มันไม่เคยจะกินข้าวเย็น มันบอกผม ไม่หิว แล้วมันก็ชินแล้ว.. จนมาเอาช่วงนี้ ผมกับมันมาอ่านหนังสือด้วยกันบ่อยๆ ความเคยชินของมันก็เปลี่ยนไป จากที่มันไม่แตะข้าวเย็น พอผมไปกินมันก็นั่งดูผมกิน จนมาเอาตอนนี้..มันนี่แหละ เป็นคนร้องหิวก่อนใครเพื่อนเลย ไอ้เพี้ยน!!

 

“เอ้า! ทำหน้าเอ๋ออะไรอยู่อีกล่ะ ไปกินข้าวเหอะ เดี๋ยวฝนจะตกเอา เร็วๆ เลยแก”

 

 

 

 

 

 

 

 

“แล้วจะกินอะไรดี?”

 

ปัญหาโลกแตก!!!!!!!!

 

ผมเกลียดที่สุด ก็..ไอ้คำถามบ้าๆ นี่น่ะแหละ เหมือนจะเป็นคำถามง่ายๆ นะ แต่บางครั้ง..อย่างเช่นเวลานี้น่ะ มันออกจะยากสุดๆ ไปเลย! ตอนนี้ผม จงฮยอน แล้วก็ซีวอนกำลังเดินออกไปหาอะไรกินเอาแถวๆ หน้ามหาลัยครับ ระหว่างทางไอ้เจ้าน้องชายญาติผมเข้าก็ถามขึ้นมาครับ ผมหันไปมองหน้ามันหน่อยๆ มุ่นหัวคิ้วคิดหนัก จะบอกร้านฝั่งซ้ายมือของ ม. ก็ไปบ่อยจะเอียนแล้ว จะฝั่งขวาก็ไม่อยากจะไปกินเท่าไร..นาน หรือจะหน้า ม. ร้านที่ไอ้น้องผมชี้ไปก็..ไม่ไหวอ่ะ ผมไม่มีอารมณ์จะกินอะไรเทือกนั้น สิ้นคิด..

 

จนมาตอนนี้พวกผมเดินมาจนถึงหน้า ม. แล้ว ไอ้ซีวอนที่ไม่มีร่มคนเดียวเลยรีบวิ่งปรี่เข้าไปยืนหลบฝนอยู่ในตู้โทรศัพท์ ส่วนผมน่ะเหรอ..? ก็เดินมากับน้องชายผมนี่แหละ ก็นะ..มันมีร่มนี่หว่า ดูจากตัวเลือกแล้ว ยังไงซะ ผมก็ดูเป็นคนที่เหมาะแก่การเดินอยู่ในร่มมากับน้องผมอยู่แล้ว..ใช่ไหม?

 

จริงๆ ร่มมันก็ใหญ่พาสมควรนะ ผู้ชายสามคนถ้าเบียดๆ กันก็คงจะพอไหวอยู่..ล่ะมั้ง แต่ไอเจ้าซีวอนนี่แหละ มันไม่ยอมไงครับ มันเดินเร็วๆ เอากระเป๋าโน้ตบุ้คมันคลุมหัวเดินไปแทนน่ะ ก็สงสาร..แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ อ่ะ แอบห่วงนะ แต่หน้าอย่างมันน่ะ..ตายยาก!

 

“ทำไมแกต้องไปหลบฝนในตู้โทรศัพท์ด้วยวะ”

 

ผมถามมันออกไป เห็นมันทำท่าประหนึ่งว่าเป็นสาวน้อยกลัวฝนจะตกใส่ตัวเปียกเสียเหลือเกินน่ะ กับอีแค่เดินออกมาแล้วจู่ๆ ฝนก็ตกลงมาแล้วแบบนี้น่ะ ยิ่งเห็นมันทำกวนกลับมา ผมยิ่งเดือดดาลเข้าไปใหญ่...ยอมรับครับ ช่วงนี้ อารมณ์ผมขึ้นตลอด ถึงบางทีมันจะไม่ได้ทำกวน ทำล้อเลียนอะไรใส่ แค่มันทำหน้างงๆ ไม่รับรู้อะไร..ผมก็ขึ้นละ อยากจะโมโห อยากจะอาละวาดใส่มัน บ้าเอ้ย! เพราะมันเลย..เพราะมันเลยคนเดียว

 

“หรือแกจะมายืนหลบด้วยกันล่ะ?”

 

ไอ้บ้า!!!!

ไอ้โรคจิต!!

 

ยังมีหน้ามาถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วแท้ๆ น่ะนะ บ้าเอ้ย! ไม่คิดว่าที่ยืนอยู่ตรงนี้มันมีน้องชายผมยืนอยู่ด้วยอีกคนเหรอไงวะ? เกิดมันเอาไปบอกพ่อแม่ผมว่า ผมถูกผู้ชายด้วยกันชวนไปทำอะไรน่าหวาดเสียวแบบนั้นกลางแจ้งน่ะ..ไม่อยากจะคิดสภาพศพ

 

“ไอ้บ้า”

 

ผมสบถด่ามันเบาๆ กะไม่ให้มันได้ยิน รีบก้มหน้าลงหน่อยๆ ไม่กล้าสบตามัน ยิ่งมองตามันนะ..ยิ่งคิดถึงตอนที่กินข้าวกับมันวันนั้นเลย ไอ้บ้านี่แม่ง..ทำผมหน้าแทบแหก ก็จะไม่ให้อะไรล่ะ...ก็เล่นพูดแบบนั้นน่ะ ตาย..ตาย เลิกพูดถึงเหอะ แค่นี้ก็อายแทบจะเลาะเอาพื้นถนนออกแล้วแทรกตัวเข้าไปมุดอยู่แล้ว

 

นานอยู่พอควร เพราะคิดไม่ตกว่าจะกินอะไร ไอ้น้องผมก็ไม่ตอบ คิดอะไรของมัน..ก็จะไม่อะไรเลย ถ้าทุกครั้งที่ผมกับมันไปกินข้าวด้วยกัน มันจะเป็นผมเองที่เป็นคนคิดรายการอาหาร หรือจะคิดว่าจะไปกินกันที่ร้านไหนดี แล้วมาเจอเอาวันนี้....เอาอีกแล้ว ไอ้น้องแสนประเสริฐ แหม พึ่งได้จริงๆ พี่ล่ะรักแกมากกกก

 

“ตกลงไปกินไหน?”

 

“ทำไมแกไม่..... เฮ้ย! นั่นฮันกยองนี่วา”

 

ผมที่กำลังอ้าปากจะด่าน้องผม พอดีกับที่หันหน้าเยื้องไปทางด้านทางลงของสะพายลอยหน้า ม. เห็นเข้าพอดีกับเจ้าที่กำลังเดินกางร่มมา..คนเดียว อ้าว? ไหงยามวิกาล ใกล้สองทุ่มเนี่ย ยังอยู่หน้า ม. ได้น่ะ ก็จำๆ ได้ว่า ซีวอนมันบอกไว้ว่า ฮันกยองมันอยู่บ้าน ไม่ได้อยู่หอ แล้วไหง...? ถึงได้มาอยู่แถวๆ นี้ได้

 

“ไหน? ..อ.อ้าว ไอ้ฮัน มานี่มา”

 

ไอ้ซีวอนมันได้ยินที่ผมพูดก็ยืนหน้าออกไปจากตู้โทรศัพท์ไปทางด้านที่ผมมองตรงไป แล้วยกไม้ยกมือโบกเรียกให้ไอ้เจ้าฮันกยองที่เดินอยู่ให้เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าตู้โทรศัพท์ที่เจ้าซีวอนใช้เป็นที่หลบฝนอยู่ ผมที่ยืนห่างออกมานิดหน่อยไม่ได้ติดใจจะฟังบทสนทนาอะไร รู้แค่เลาๆ ว่า มันคงจะแซวที่ป่านนี้ไอ้เจ้าฮันกยองยังไม่กลับบ้าน สงสัยคงเพิ่งออกมาจากหอแฟนมันแหงๆ เหอะ.. จะไม่อะไรเลย.....ถ้าไอ้บ้าซีวอนนี่มันจะดึงให้ฮันกยองเข้าไปหลบฝนข้างในตู้โทรศัพท์ด้วยกันน่ะ

 

เอาอีกแล้ว..ไอ้อาการบ้าบอนั่นมันกลับมาอีกแล้ว แล้วดูท่า คราวนี้จะรุนแรงมากกว่า....ครั้งไหนๆ เผลอกัดผมลงบนริมฝีปากล่างนิ่งมาดูสองคนนั้น ถ้าดูจากภายนอก..จากมุมของคนภายนอกก็คงจะ....คงจะไม่คิดอะไร มั้ง(?) แต่ในแง่ของผม..ทั้งที่ควรจะคิดในแง่แบบนั้น แต่เปล่าเลย...ไม่เลยสักนิด ผมกำลังเป็นอะไร?

 

..เป็นอะไร???..

 

กับไอ้แค่ซีวอนดึงฮันกยองเข้าไปยืนในตู้โทรศัพท์แล้วไถร่มมายื้ม..ก็แค่นั้น....แค่นั้นเอง

 

แล้วทำไม (อีกละวะ?)

 

อย่าบอกนะ.......ผมเป็นอีกแล้ว....

 

 

ผมหึงไอ้บ้านี่อีกแล้ว!!!



 

 
 
 
 
 
 
 
 

 

 
 

 

 

 

สเปเชียลช็อต

 

 

“เฮ้ย! แกเป็นไรเปล่าวะ? ตั้งแต่ไปกินข้าวล่ะ.. เป็นไรอ่ะ ไม่ยอมคุย ไม่ยอมมองหน้ากันดีๆ ถามจริง..แกเป็นไรกันแน่วะ?”

 

“เปล่า..ไม่ได้เป็นอะไร”

 

ไอ้บ้า..ทำอะไรไม่รู้ตัวเลยเหรอไง?

 

ผมปรับสีหน้าให้ดีขึ้นมาอีกหน่อย(?) หลังจากโบกมือลาจากน้องชายญาติห่างๆ ที่พักอยู่ในหอฝั่งที่พวกเราลงจากรถเมล์ หรือฝั่งตรงข้ามมหาลัยนี่แหละ ยิ่งเห็นหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวของมันแล้วด้วย..ให้ตาย

 

นี่แกโง่หรือว่าแกล้งโง่ว่ะ?

 

เอาเหอะ..ถือว่าวันนี้เป็นวันของมัน ผมจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับตัวผมเองในเมื่อตอนนั้นให้มันฟัง แต่จะทิ้งมันไว้ยังงี้น่ะแหละ จนกว่ามันจะใช้หัวของมันคิดเองได้ แล้วก็จะไม่ทำท่าทีโมโหโกรธาอะไรใส่มันอีก..โอเคไหม ซีวอน?

 

“แน่ใจนะ?”

 

เอ๊ะ ไอ้นี่.. ก็บอกว่า “เปล่า” ก็คือเปล่า ก็คือไม่ใช่ นายจะเซ้าซี้เอาความอะไรไป คนยิ่งเซ็งๆ อยู่..เฮ้อ

 

ฝนตอนนี้หยุดแล้ว ที่ท้องผมเองก็อิ่มตื้อด้วยเหมือนกัน..ไปกินข้าวกันที่ร้านไก่ทอดเค---มาน่ะนะ ไอ้น้องชายผมเขาว๊อนท์ พวกเราสามคนเลยต้องยกโขยงกันไปกิน พ่วงกับไปเดินซูเปอร์อีกหน่อย เพราะคุณน้องเขาอยากจะซื้อนั่นนี่ไม่ให้เสียเที่ยวน่ะ ส่วนผมกับมัน..เอ่อ ซีวอนน่ะนะ ก็เดินตามกันมานี่แหละ ผมเดินไปไหน มันก็เดินลอยหน้าตามมาต้อยๆ พอเดินผ่านช่องขายเครื่องดื่มหน่อย ผมก็ตาลอยมองตาม..จำได้ว่า ทำควิซคราวก่อน ได้คำตอบที่เป็นเจ้าเครื่องดื่มตัวนี้ เผลอยื่นมือไปคว้าหยิบมาใกล้หน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ กว่าจะมารู้ตัวก็ตอนไอ้เจ้าซีวอนเขาโผล่มากระซิบ ทำเอาสะดุ้งโหยงวางขวดลงชั้นวางแทบไม่ทัน

 

“ฉันจะบอกน้องแกว่า มีตติ้งภาคเมื่อเดือนที่แล้ว..แกดื่มเหล้า

 

นั่นแหละนะ ผมถึงต้องสงบสงครามเย็นนั่นชั่วคราว หันไปต่อล้อต่อเถียงมันไม่เลิก จนกระทั่งน้องชายผมเดินกลับมาพร้อมกับข้าวของเต็มมือ ทั้งที่มันบอกกับผมเองว่าจะซื้อผงซักฟอกแค่อย่างเดียว เฮ้อ..ก็เหนื่อยผมนี่แหละ หยุดต่อล้อต่อเถียงพร้อมส่งสายตาประมาณว่า “ถ้าแกบอกน้องฉัน แกตาย!!! ใส่มัน ก่อนจะเดินไปช่วยเจ้าจงฮยอนขนของใส่รถเข็น ช่วยเข็นออกไปจ่ายเงินที่ช่องแคชเชียร์ ก่อนจะลากกันนั่งรถเมล์กลับมาที่มหาลัยนี่แหละ แล้วผมก็กลับมาอึมครึมใส่มัน เพราะเผอิญลากสายตาไปเห็นตู้โทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตรงข้าม หรือฝั่งเดียวกับหน้ามหาลัยของผม ไอ้จุดเกิดเหตุบ้าๆ ที่ทำเอาผม......พอเหอะ

 

“ตกลงแกไม่เป็นไรแน่นะ?”

 

“ไอ้บ้า... แกฟังฉันไม่เข้าใจเหรอไงวะ? ฉันบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรก็ไม่ได้เป็นอะไรสิ เซ้าซี้ชะมัด!

 

มันทำมาถอนหายใจหนัก มองหน้าผมอย่างกับเหนื่อยแสนเหนื่อย.. ไม่คิดบ้างเหรอ? ผมเองก็เหนื่อยกับมันเหมือนกันนะ..ไม่ใช่เหนื่อยน้อยๆ เหนื่อยขนาดไหนกับการที่ต้องมานั่งสำรวจจิตใจความรู้สึกของตัวเองน่ะ ทั้งยังต้องมายับยั้ง....ต่อต้านหัวใจตัวเองเสียด้วยนะ ไม่คิดบ้างเหรอ? ใครกันแน่ที่เหนื่อย??

 

“แกน่ะ.. กำลังโมโหฉันสินะ”

 

“เปล่า!!!!

 

“แกโกรธฉัน”

 

“ไม่!

 

“งั้น...แกหึงฉัน ใช่ไหม?”

 

“ม..ไ..ห..หา? แกว่าอะไรนะ??”

 

ผมตอนนี้ ไม่รู้ว่า จะหน้าเหวอไปขนาดไหนแล้ว เราสองคนเดินข้ามมาฝั่งมหาลัยด้วยการข้ามสะพานลอย เดินจนกระทั่งมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายแล้ว..พอเจอมันถามคำถามพวกนี้เข้า ถึงกับช็อกไปสามดอก..ไอ้เวรซีวอน ไอ้หล่อเลว....พูดอะไรของแกน่ะ!!!

 

มองหน้า มองตา ดูหน้าหล่อๆ กับรอยยิ้มที่มันกระชากจิตของซีวอนแล้ว ลมแทบจับ หรือว่า...ที่ไอ้บ้านี่มันทำเอ๋อ ทำเนียน ทำงง ทำเป็นไม่รู้เรื่องมาตลอดนั่นน่ะ.....มันแกล้งผม!!

 

เพราะที่แท้จริงแล้วน่ะ มันรู้...มาแต่แรกแล้วสินะ

 

“ที่นายเป็นแบบนี้ก็เพราะว่านายหึงฉัน”

 

“...ป..เป----”

 

“และที่นายหึงฉัน...หึหึ นั่นคงเพราะ นายชอบฉัน ใช่ไหมล่ะ?”

 

ตายสนิท..ผมถูกมันต้อนเข้ามาอยู่ในตู้โทรศัพท์จุดเกิดเหตุนั่นอีกแล้วครับ แปลกแค่ตรงที่ผมกับมันยืนเบียดกันสองคนนี่แหละ มันมองหน้า จ้องตา ตาประสานตา จ้องแบบนี้..ทำหน้าแบบนี้.....อย่าบอกนะ

 

แกเอาจริงน่ะ...ซีวอน

 

แล้วฉัน..ฉัน...ฉันจะตอบแกว่าไงดีวะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++




091019 - 09:41 pm

^^ เอาสเปมาลงล่ะ
แหะๆ
จบตอน

จบ..ตอนนะ

ถ้ามีตอนอื่นอีก จะไม่ลิ้งค์กัน (ไม่ต่อเนื่องกันนะ)
รบกวนใครอ่านแล้ว ช่วยมาอ่านอีกด้วยเน้อๆ แล้วก็แวะมาอีดิทให้ด้วย
ขอบคุณคะ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ..

โจคยูไม่อยากจะบอกอ่ะนะว่านู๋อ่ะ หึง!!
วอนก็นะ confused smile

ชอบตอนที่จะไปหาข้าวกิน
อ่านแล้วพาลให้นึกถึงอตีดสมัยเรียนมหา'ลัยอันยาวนาน(?) หุหุ
กินอะไรดี~~
อะไรก็ด้ายยยยย~~~
เออ..ไอ้อะไรก็ได้นี่มันอร่อยมั๊ยวะ..เห็นใครๆก็ชอบกิน open-mounthed smile

ปล.บ้าบอดีเนอะ sad smile

#1 By mhoomin (58.8.128.216) on 2009-10-20 09:16