[FIC] LOVE is…illusion + HBD to Donghae
posted on 15 Oct 2009 17:16 by zeazand in Fiction, SuJu, WonKyu* ★ Happy [DongHa€] Day ★ 2009.10.15 *
im so sorry dear T T
today i cant write fiction for hbd to u,, wahh so sorry'
hope u have lot of love , happiness , care , gifts , 'n have a Best day YEAR
i will support u,, ^^
dunt try ur self hard.. take care ur self
cuz' lot of ur fc are carin' more than anything
do ur Best
i'll love u
love..^^
Lee Donghae
Title :: LOVE is...
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun
Genre :: Romance(?) , Drama(?) , Fantasy(?)
Rate :: General to NC
Note
:: Fanfic + Aufic + Cross Over , this fanfiction has abt 11+ chapters
'n story is mixin' other characters from anime or every one i like (=
=*)... umm have u read [tsubasa chronicle] in chapters abt country abt
the simulation game? ...haha this fanfiction is abt it!
dont feel bored.. if u dont read it , i'll try to describe it...= ='' so dont worry(???)..
LOVE is…illusion
แสงสีส้มนวลรอดผ่านประกายระยิบระยับของแท่งคริสตัลที่ทิ้งตัวลงมาอย่างสวยงามของโคมไฟระย้าที่แขวนอยู่บนเพดาน ลืมตาขึ้นมามองอยู่นานเท่าไรแล้วนะ ความสว่างสวยกับล้อแสงสะท้อนส่งเข้าตา เผลอมองเสียจนลืมไปว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน ความรู้สึกปวดที่ไหล่แล่นริ้วขึ้นมาในแทบจะทันทีที่นึกออกว่าตอนนี้น่ะต้องทำอะไร เพียงแค่ขยับกายขึ้นตั้งใจจะยันตัวขึ้นนั่งจากที่นอนอยู่บนเตียงหลังนุ่ม เผลอส่งเสียงครางร้องเจ็บเบาๆ เบือนหน้าหันไปมองที่ไหล่ ปรากฏผ้าพันแผลที่พันตั้งแต่ไหล่คาดยาวไปยังที่ใต้รักแร้ด้านซ้าย ท่อนบนผมเปลือยเปล่า ส่วนท่อนล่างที่เลิกผ้าห่มออกนั่นยังคงเป็นกางเกงขายาวตัวเดิม เบือนหน้ากลับขึ้นมามองที่ไหล่ขวาเหมือนเก่า ยกมือข้างซ้ายขึ้นมาแตะลงน้ำหน้าผ่านปลายนิ้วลงบนผ้าพันแผลที่ซึมสีแดงของเลือดขึ้นมานิดๆ หายใจเข้าออกติดขัดหวนนึกถึงอะไรหลายๆ อย่าง...ที่สำคัญที่กว่าอะไร.....พี่.. อยู่ที่ไหน?
“เฮ้ย! ตื่นแล้วหรอคยูฮยอน”
เป็นชีฮุนที่เดินเข้ามาผมพร้อมกับถาดในมือ ผมยื่นมือออกไปรับถ้วยเล็กๆ ที่บรรจุยาสองสามเม็ดไว้จากมือของชีฮุน ก่อนที่ชีฮุนจะวาถาดไม้ลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงฝั่งซ้ายมือของผม แล้วค่อยประคองผมที่อยู่ในท่าทีกึ่งนั่งกึ่งนอนให้อยู่ในท่านั่งแล้วยกหมอนที่ผมเพิ่งใช้นอนเมื่อครู่มารองหลังให้ผมพิง แล้วจึงหันไปหยิบเอาแก้วน้ำที่อยู่ในบนถาดไม้บนโต๊ะนั่นมาส่งให้ผม
“ขอบใจนะ”
ชีฮุนยักไหล่นิดๆ เลิกผ้าห่มที่เตียงออกหน่อยๆ ก่อนจะสอดขาเข้าในเตียงแล้วดึงผ้าห่มกลับมาห่มที่ตัวเองพิงหลังไปกับหัวเตียง หันมายิ้มให้นิดๆ
“ว่าแต่... ชีฮุน ตกลงแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ฉัน..ฉันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง? แล้ว..แล้ว...พี่ซีวอนล่ะ.. พี่ซีวอนอยู่ไหน?”
ผมกลืนยาลงคอตามด้วยน้ำในแก้วเสร็จก็หันไปถามชีฮุนกับเรื่องที่ค้างคาอยู่ในอก ยิ่งพูด..ทุกคำที่พรั่งพรูออกมา หัวใจเต้นสั่นไหว นิ้วทั้งสิบเผลอบีบเข้าที่แก้วไว้แน่น ริมฝีปากเม้มลงแน่นสนิททันทีที่เอ่ยถามจบ ดวงตาเองก็เช่นกัน..ก็ดูจะมากไปหน่อยที่ทำกิริยา ทำสายตาในใส่แบบนี้..ทำแบบนี้กับเพื่อนสนิทน่ะ.. แต่เพราะเรื่องนี้..สำคัญ..สำคัญมาก เรื่องของพี่ บอกฉัน..เถอะนะ ชีฮุน
“นายถูกมอนสเตอร์โจมตี..น่ะ”
ผมแทบจะเงยหน้าละสายตาจากใบหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของชีฮุนแทบในทันทีที่เสียงของแทจุนดังตอบคำถามของผมเข้ามาพร้อมกับกล่องที่อยู่ในมือซึ่งคาดว่าจะเป็นกล่องปฐมพยาบาล แทจุนเดินตีหน้าตึงหน่อยๆ เข้ามาวางกล่องนั่นบนหัวเตียง แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเดียวกับฝั่งที่ฝั่งขวามือ นั่งพิงหลังไปกับหัวเตียงแล้วหันหน้ามา
“เกมส์น่ะ..มันเริ่มตั้งนานแล้วนะ”
.
.
.
“เป็นความผิดของนายเองนั่นแหละ”
“ค..ความผิดฉัน?”
“อย่างน้อยนายก็น่าจะระวังสักหน่อยนะ ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในนี้น่ะ เกมส์ของนาย ไม่สิของพวกเราด้วยน่ะ..มันเริ่มนับแต่นั้นมานี่แหละ”
ชีฮุนว่าออกมาช้าๆ ผมมองมันนิ่งๆ ไม่ได้ตอบอะไร เพราะกำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาตอนนี้ จะว่าไปเกมส์นี้น่ะ..คงจะเป็นเกมส์ประเภทที่ว่าจริงๆ แหละ เราเป็น Character ตัวนึงในเกมส์ที่ทั้งเจ็บจริงแล้วก็รู้สึกถึงทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ แล้วที่น่าสงสัยอีกอย่างหนึ่ง...ที่บอกว่า “มอนสเตอร์” น่ะ...มันมีจริงๆ งั้นเหรอ? แต่....ที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใด ทำไม...ในเกมส์นี้ถึงได้....พี่...?
“ล..แล้ว...แล้วพี่ซีวอนล่ะ พี่ซีวอน..”
“ไม่มีนี่ พวกฉันไม่เห็นพี่ของนายเลย...ใช่ไหม ชีฮุน”
“อืม.. นายจำคนผิดหรือเปล่า?”
“ไม่..ไม่มีทาง.... พวกนายโกหกฉัน! บอกฉันสิ...บอกว่าคนที่ฉันเดินไปหานั่นน่ะคือเขา”
เพื่อนผมทั้งสองคนหลบตาในทันทีที่ผมพูดจบ ผมไม่สนใจว่าแผลที่ไหล่ขวานั่นจะทำให้ผมเจ็บร้าวไปทั้งซีกขวานั่นขนาดไหน ผมประคองตัวเองลุกขึ้นจากเตียงคว้าเอาเสื้อที่อยู่ไม่ไกลจากเตียงติดมือมาก้าวเท้ายาวๆ เดินออกจากห้อง
.
.
มันวกๆ วนๆ มึนจริงๆ แหะ....เหมือนกับว่าจะเป็นโรงแรมน่ะ เดินออกมาพร้อมกับใส่เสื้อด้วย...ปวดไปหมด กว่าจะใส่เสื้อได้แผลที่ไหล่ก็เริ่มจะปริเลือดซึมออกมาติดไปกับเชิร์ตสีฟ้าตัวที่ผมใส่อยู่นี่ ผมเม้มปากสกัดกั้นเสียงครางเจ็บ ก้าวเท้ารีบเร่งเดินหาทางที่จะออกจากตัวอาคารนี้
ท้องฟ้ามืดเสียแล้ว หากดวงจันทร์กลับยังลอยสว่างอยู่เด่นกลางท้องฟ้ายามราตรี ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวน่ามองเสียจนเพลิดเพลินเดินออกมาจากตัวอาคารที่ว่ามายัง..จุดที่เจอกับเขาคนนั้น
คราบเลือดเกาะอยู่บนพื้น.. สีแดงที่แดงเข้มขึ้นเพราะซึมลึกไปกับพื้นหินสีน้ำตาลอ่อน กลิ่นคาวเลือดยังคงไม่จางหาย คราบเลือดนอกจากจะอยู่ที่พื้น...หากถ้ามองให้ดีๆ กำแพงส่วนลึกที่เดินก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่งนั้น..แม้จะถูกทาด้วยสีดำสนิท หากกลับซ่อนไว้ไม่มิด..กลิ่นคาวเลือดที่แสดงถึงปริมาณเลือดที่มากมายกว่าที่พื้นหินที่เหยียบอยู่ใกล้ๆ นี่หลายเท่าตัว
กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกคลื่นไส้ หากอีกใจกลับสั่งให้ร่างกายต้องฝืนตัวให้ยืนไม่ล้มลงไปกับพื้น.. ที่เป็นแบบนี้น่ะ เพราะหวนนึกได้ว่า...
..พี่..
ภาพจินตนาการเกินจริงหลั่งเข้าสู่มโนภาพ ผมตาเบิกกว้างเมื่อคิดในแง่ร้ายไปว่า.....พี่อาจจะโดนไอ้เจ้า “มอนสเตอร์” ที่ว่านั่น..ทำร้ายก็เป็นได้ ผมคิดว่ามันดูจะเกินจริงมากไปเสียหน่อย..กับเรื่องพรรค์นี้ แต่..จะให้ทำยังไงล่ะ ไม่มีหลักฐานอะไรให้ยืนยันได้นอกจากคำพูดจากปากของเพื่อนผมแล้วนี่....ยิ่งแผลที่ไหล่ผมด้วย..คิดแล้วก็ปวดอีกแล้ว...
ทรุดตัวลงกับพื้นโดยขยับออกให้ห่างจากจุดนั้น กัดฟันลงบนกลีบปากล่าง หลับตาช้าๆ ผ่อนลมหายใจที่ติดขัดออก รู้สึกแสบๆ ที่จมูกขึ้นมาเมื่อคิดว่าถ้าพี่โดนทำร้ายจริง..อย่างน้อยก็เท่ากับที่ผมโดน ขอบตาเริ่มหนัก...น้ำตามันพาลจะไหล ภาพของพี่กับใครอีกคนที่กำลังจูบกันอย่างลึกซึ้ง....นั่น ภาพที่คอยตอกย้ำ..ซ้ำเตือนแม้กระทั่งก่อนที่จะตื่นขึ้นมาเมื่อครู่นั่นก็ยังฝันถึง อยากจะร้องไห้..ร้องไห้....ปล่อยให้น้ำตาไหลจากทั้งดวงตาและจากข้างในหัวใจ หลั่งออกมา..ไม่ขาดสาย
“พี่..ผม....ผมควรทำอย่างไรดี”
“คยูฮยอน!!!!”
เสียงชีฮุนเรียกให้ผมละสายตาออกจากกรอบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้า ชายร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ยื่นมือมาแตะที่ไหล่ขวาของผม พลางมองหน้าผมพร้อมที่ริมฝีปากระบายยิ้มกว้างๆ
จำไม่ได้..เหมือนกัน....น้ำตามันไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ ที่จะปัดป้องหรือจะเอื้อมคว้าคนตรงหน้ามากอดให้อบอุ่นใจ ก็ได้แต่อยู่นิ่งๆ มองดวงหน้าคุ้นเคยผ่านม่านน้ำตาที่ทะลักทะล้นออกมาไม่ขาด มองหน้า..มองดวงตา......ที่ไม่ว่าจะมองในมุมไหนๆ ต่อให้อยู่ในชุดอะไร หรือผมทรงใด....ผมก็รู้..
เขาน่ะ...พี่ซีวอน
“คยูฮยอน.. นาย.... นี่ ซ..ซีวอน...?”
แม้แต่เพื่อนผมเองก็ด้วย ผมละสายตาจากเขาหันไปมองหน้าเพื่อนอีกสองคนที่วิ่งมายืนอยู่ข้างๆ มองหน้าเขาตาค้าง..นั่นสินะ ผมหันกลับไปมองหน้าเขา มองเขาให้ดี ทุกรายละเอียด....มีเพียงแค่หน้าตา..สีผม สีตา...ที่เหมือน นอกนั้น.. ทั้งทรงผม เสื้อผ้า..หรือแม้กระทั่ง..สายตาที่มองมา มัน..ไม่..เหมือน.. ไม่เหมือนเลยสักนิด.......ต่างกัน....ทำไมล่ะ
“พ..พี่..ซ..ซี...”
“..ยู....ยูนายกลับมาแล้ว”
อะไรนะ..ผมฟังไม่ถนัด
พี่เรียกชื่อผมงั้นหรือ?
ผมถูกวาดแขนดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของพี่ ในขณะที่ตัวผมกำลังเอ่ยเรียกชื่อพี่ไม่ทันจะเต็มคำ พี่กอดผมแน่นไล้มือลูบแผ่นหลังผมหลายต่อหลายครั้ง รำพันเรียกเอ่ยถ้อยคำที่ว่าซ้ำไปซ้ำมากระซิบผ่านข้างหู ภายในอกรวมทั้งในสมองมันตีกันให้วุ่น..มือสั่น...ตัวสั่น...น้ำตาไหลหนักยิ่งกว่าเก่า.. ฝืนกลั้นใจ ลืมตาผ่านม่านน้ำตาที่ทำเอาเปลือกตาหนักอึ้ง ออกแรงผลักคนที่กอดผมไว้แน่นนั่นออก..
“..ยู....ยู นาย..”
ทั้งผม..ทั้งเขา ต่างเลิกคิ้วมองหน้ากันอย่างฉงนสงสัย มองหน้าสำรวจในทุกส่วนที่เห็นจากตรงนี้ แล้วยิ่งตาโตเข้าไปอีก เมื่อพี่เขายื่นมือมาแตะที่ข้อมือของผม รำพันเอ่ยถ้อยคำออกมาเบาๆ มองหน้าผมไม่ได้หลบตาไปไหน
“นาย...ไม่ใช่ ยูของฉัน...งั้นเหรอ?”
“...ยู..?”
.
.
.
“ใช่.. ยู.... เฮ้อ..นั่นสินะ ยูน่ะ.......ไปซะแล้วนี่..”
เดี๋ยวนะ...นี่หมายความว่ายังไงกันแน่?
“ยู” ที่ว่าน่ะ..เป็นใคร?.. แล้ว....แล้วตกลงว่า.....ตกลงว่า คนตรงหน้าผมคนนี้.....
“พี่..ม..ไม่สิ..คุณน่ะ...”
“คุณน่ะ ไม่ใช่ ชเวซีวอน สินะ”
ผมละสายตาไปมองหน้าชีฮุนที่เป็นคนพูดแทรกเข้ามา ก่อนจะลากสายตากลับมามองที่คนตรงหน้า.. จ้องหน้าไม่กระพริบ นิ่งมองริมฝีปาก..มองดวงตา ประกายสีดำสวยนั่นมีประกายเพียงชั่วครู่เมื่อได้ฟัง ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนกลายเป็นแววตาแบบเดิม อย่างสายตาวิ้งๆ ที่มองมาที่ผม หากผมกลับไม่คิดใส่ใจ เพราะตั้งใจเงี่ยหู...เตรียมที่จะฟังคำพูดต่อไป
.
.
.
“ครับ.. ไม่ใช่หรอกครับ”
.
.
.
“แต่ว่านะ ยู..ไม่สิ คุณน่ะ เหมือนยูของผมจังนะ แต่ว่า...ยูของผมน่ะ ไม่ขี้แยแบบคุณหรอก”
เขาลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มมาให้พร้อมกับยักคิ้วหน่อยๆ เห็นผมน้ำตาไม่หยุดไหลก็ยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้ ผมสูดหายใจเข้ายกใหญ่ สะบัดหน้าออกจากมือเขา หดคอทำอวดเก่งจะยันตัวลุกขึ้นมา พอดีกับที่ใช้มือข้างขวายันตัวขึ้นมา..ส่งผลให้ต้องลงนั่งจับกบอยู่อย่างเดิม กัดริมฝีปากล่างกั้นไม่ให้ส่งเสียงร้องครางเจ็บออกมา รีบยกมือขึ้นจับที่ไหล่ขวา..ปรากฏเลือดซึมผ่านเสื้อเชิร์ตขึ้นมามากกว่าเก่าจนเห็นได้ชัด เพื่อนผมรีบก้าวเข้ามาจะประคองผม...หากไม่ใช่ว่า คนที่ผมผลักออกไปเมื่อครู่กลับเป็นฝ่ายที่อุ้มผมขึ้นมาด้วยแขนทั้งสองของเขาซะเอง
“ปล่อย!! บอกให้ปล่อยไง”
ผมไม่รู้ว่าตอนนี้น่ะหน้าตัวอยู่ในสภาพอะไร จะน้ำตานองหน้า จะจมูกแดงเพราะร้องไห้หนัก หรือจะหน้าแดงกล่ำเพราะร้องไห้..หรือจะเพราะว่า ผมอาย..กันแน่ แต่จะอะไรก็ช่าง ที่ผมพยายามอยู่ตอนนี้น่ะก็คือ ดิ้นให้เขาปล่อยผม..มันไม่ค่อยจะน่าอายเลย ไอ้ท่าอุ้มแบบนี้น่ะ..ที่ท่าที่เพื่อนผมชอบพูดบ่อยๆ น่ะ ไอ้ “ท่าอุ้มเจ้าหญิง” เนี่ย
“อยู่นิ่งๆ สิ เดี๋ยวแผลที่ไหล่ก็ฉีกหมดหรอก”
“ก็ช่าง..”
“นี่ พวกนายพักกันที่ไหนน่ะ”
ผมโวยไม่ทันจะจบประโยค ชายที่หน้าเหมือนพี่ของผมก็พูดแทรกเข้ามา พร้อมหันไปเพื่อที่จะถามเพื่อนผมอีกสองคนนั่นที่มองติดจะมึนไม่หาย ก่อนที่แทจุนจะเป็นฝ่ายตอบกลับไปก่อน
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกฉันพาเพื่อนฉันกลับไปเอง.. ไม่ต้องรบกวนนายหรอก”
แทนที่จะเข้าใจในคำพูดของเพื่อนผม ผมหันกลับไปมองหน้าเขากลับพบแต่ประกายระยิบๆ ของคนดื้อแพร่งไม่ยอมฟังในดวงตาคู่สวยตรงหน้า ไม่เหมือน..ไม่เหมือนเลยแหะ หัวดื้อ..แล้วยังสายตากวนๆ แบบนี้น่ะ....อะไรกัน
“ไม่เป็นไรน่า ฉันว่างๆ ไม่มีอะไรทำด้วย....นะ..ถือว่า...เห็นกับฉันเถอะ ฉันสูญเสียคนรักไป..อย่างน้อย..”
“ก็ได้ๆ ถ้านายว่ายังงั้นน่ะนะ ใช่ไหม ชีฮุน?”
ไอ้บ้าแทจุนทำผมซวย! มีหน้ามาเห็นใจใครก็ไม่รู้นี่อีก ให้ตายเหอะ.. ถึงจะบอกว่าเหมือนกับพี่......แต่ไม่ใช่เลย.. มันไม่ใช่เลยสักนิด ความรู้สึกหลายอย่างมันบอกว่า..ไม่
ทั้งดวงตาคู่นี้ที่ทอดมองลงมา ดวงตาทั้งสองที่แสดงถึงความรักออกมาอย่างเปิดเผย..ความรักที่มากมาย....ท่วมท้น หากแต่เป็นความรักที่เจ้าของนั้นไม่ใช่ผม
ทั้งอ้อมกอดที่รัดแน่นแบบนี้ด้วย อุ่น..แต่อุ่นไม่เหมือนกับที่พี่กอดผมไว้..ทุกครั้ง หากกลับรู้สึกถึงความโหยหาลึกๆ จากข้างในนั้น..ทั้งสัมผัส ทั้งจากดวงตา...สายตา..กระแสเสียงที่พูดออกมา.....คนที่ชื่อว่า “ยู” นั่น.... สำคัญมากเลยสินะ
...สำคัญสิ...
ก็เหมือนกับที่พี่เองก็สำคัญกับผมมาก..เช่นกัน
“อื้ม.. กลับกันซะทีเถอะ เดี๋ยวได้เจอไอ้พวกนั่นอีกหรอก”
ชีฮุนว่าหน้าซีดๆ หันหลังก้าวไวๆ ตรงกลับไปยังโรงแรมที่ผมเพิ่งออกมานั่นน่ะ ได้ฟังแล้วชักรู้สึกไม่ดีอย่างประหลาด ทั้งยังสงสัยไม่หาย สงสัยจะเป็นไอ้เจ้า “มอนสเตอร์” บ้านั่นแน่ๆ ผมยกมือข้างซ้ายขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตาที่แก้มรวมทั้งที่ตาออกลวกๆ ก่อนที่ก้มหน้าก้มตาเอ่ยออกมาเบาๆ
“นี่..อ..เอ่อ..”
“Wish..”
“ระวัง!!!!!!!”
ผมแทบจะหล่นลงไปนอนวัดแล้วจริงๆ เมื่ออยู่ๆ เจ้าแทจุนมันก็ตะโกนเข้ามา แล้วคนที่อาสาจะอุ้มผมนี่ก็กระโดดหลบออกมา ผมตาโตเมื่อเห็นระยะห่างจากจุดเมื่อครู่กับจุดที่ยืนอยู่ตอนนี้ กว่าจะมารู้สึกตัว ก็พบกับตัวเองว่า..เผลอกอดคอเขาไว้แน่นเสียแล้ว
น่าอายซะไม่มี
ผมรีบคลายแขนออกมาในแทบจะทันที ส่งผลให้กระเทือนไปถึงแผลที่ไหล่ขวา คราวนี้ไม่เก็บอาการอีกแล้ว ผมครางร้องเจ็บออกมา กวาดตามองที่แผลที่ไหล่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ค่อยๆ วางผมลงพิงกับกำแพงใกล้ๆ ใบหน้าคุ้นเคยนั่นหันไปในทิศทางหนึ่ง ซึ่งผมเองก็หันไปมองตามที่เขามอง....แล้วก็ต้องตาโต
พระเจ้าช่วยลูกด้วย..
เกมส์นี้น่ะมันของจริง!
ไอ้มอนสเตอร์บ้านี่มันโผล่มาอยู่ตรงที่จุดที่ผมเคยยืนอยู่ตรงนั้น แค่รูปร่างก็บ่งบอกได้แล้วล่ะ ยิ่งได้เห็นแขนขามันที่สามารถมาเป็นอาวุธได้นี่แล้วด้วย...ไม่แปลกเลยจริงๆ
หึ เพราะงี้ ถึงได้.. ไอ้แผลบ้านี่มา..ทั้งที่ไม่รู้ตัวสินะ
“รออยู่นี่นะ เดี๋ยวฉันมา”
“เฮ้ย!!! นาย..”
“วิช ฉันชื่อ วิช”
ชายที่หน้าเหมือนพี่ของผมว่าไว้สั้นๆ พร้อมส่งยิ้มมาให้ ก่อนจะหันหลังวิ่งไม่คิดชีวิตไปข้างหน้า... แค่เห็นรอยยิ้มนี้ ก็รับรู้ถึงความมั่นใจของเจ้าของรอยยิ้มนี้ เผลอคิดเข้าข้างแอบเชียร์เขาในใจ คิดว่าเขาต้องไม่เป็นอะไร..แน่ๆ
ไม่ว่าเปล่า เพื่อนผมเองก็เอาด้วยอีกคน ไม่รู้มันพกมาแต่ตอนไหน.. ไอ้ปืนสีเงินสวยกระบอกพอดีกับมือ ทั้งสองข้างที่กำลังจัดการกับเจ้าสัตว์ประหลาดสีดำประหลาดชนิดรัวไม่ยั้งนี่.....ทำเอาผมอึ้ง!
ไอ้เพื่อนบ้า..
จิ้กซอว์ของผมประกอบกันเข้าเกือบจะสมบูรณ์แล้ว..
สรุปคร่าวๆ คงจะได้ว่า เจ้าแทจุนมันตั้งใจจะลากพวกผมเข้ามา เพียงเพราะจะมาสนองกิเลสตัวเองแหงๆ ก็ดูเข้าสิ..สนุกเสียเหลือเกินนะ ไอ้รอยยิ้มสะใจแบบนี้น่ะ ไม่รู้ว่าคุณพี่แฟนมันมาเห็นจะรับมันได้ไหม..ไอ้นิสัยบ้าเลือดแบบนี้
“นี่แหละ เจ้าตัวที่ทำให้นายมีสภาพแบบนี้น่ะ”
ชีฮุนว่าขึ้นมาลอย ก่อนจะก้าวมานั่งลงพิงที่กำแพงข้างๆ ผม หันมายักคิ้วให้ยิ้มๆ พร้อมส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้ผม
“เช็ดหน้าหน่อยก็ดีน่ะ ดูไม่ได้เลยว่ะ”
“เออ ไอ้คนหล่อ ไอ้คนดูดี”
“ดูหมอนั่นสิ”
ท่าทีที่ยกดาบใหญ่ๆ นั่นฟาดฟันกับเจ้าตัวประหลาดนั่นน่ะ.. ทำเอาผมแทบหยุดหายใจ ดวงตาทั้งสองจ้องจับท่วงท่านั้นตาไม่กระพริบ หัวใจเต้นรัวเร็ว.. แทบไม่อาจปฏิเสธกับตัวเองได้ว่า คนๆ นี้ทำให้หัวใจผมเต้นแรง..เร็ว....อาจเพราะเขาหน้าเหมือนพี่ หรือเพราะท่วงท่ายามฟาดดาบใส่เจ้าตัวยักษ์นั่นพุ่งเข้ากระแทกเข้ากลางใจตัวเอง ผมจำต้องฝืนหลับตา ส่ายหน้าตัวเองขับไล่ความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นมานี่ออกเสียให้พ้น
...มันไม่ใช่ความรู้สึกที่มีความรักเข้าเกี่ยวข้องแน่ๆ...
ไม่ใช่...ไม่ใช่แน่ๆ
ถามตัวเองอีกครั้ง...
“ความรัก”......มันคืออะไร
ทั้งที่คิดว่า ตัวผมเองนั้นเข้าใจมันแล้วแท้ๆ เข้าใจ....ก็เพราะอย่างน้อย ผมก็ยัง “รัก” คนอื่นเป็น มีทั้งคนที่รัก..และก็รักผม
แต่ไม่ว่าจะยังไง ไม่ว่าจะพบผ่าน พบเจอ พบอะไรไปอีกสักเท่าไร.. แม้จะก้าวผ่านมาด้วยกัน จับมือเดินไปพร้อมกัน..ไกลสักแค่ไหน
แต่หนึ่งในก้าวความสัมพันธ์ของเรา.. ก็ยังคงมีจุดเล็กๆ อีกหลายๆ จุด....ที่เรายังไม่เข้าใจ
นั่นก็เพราะว่า..ความรัก....เป็นอย่างนี้ใช่ไหม?
เพราะอย่างนี้..ถึงต้องมีชีวิตต่อไปสินะ
ประคับประคองมันไว้ ดูแลให้ดี จับตา..มองมันให้ดี มองให้ลึกซึ้ง..เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับมัน..
ความรัก..เป็น...อะไรกันแน่
หรือว่า เป็น...ภาพลวงตา...?
.
.
อย่างเช่น...ในตอนนี้...
เงาแผ่นหลังของคนสองคนมันซ้อนกัน คนที่ชื่อ วิช กับ ซีวอน..
.
.
รอยยิ้มของคนที่กำลังก้าวเท้าเดินตรงมาหา...มันซ้อนทับกัน....อย่างแนบเนียน
ทำไม..?
..ไม่ว่าดูจากมุมใด ทิศไหน หรือจะตีลังกาดู นั่งยัน นอนยัน เอาเท้ายันดู......ยังไงก็เป็น “พี่ซีวอน”
...ไม่เข้าใจ...
......ไม่เข้าใจเลยสักนิด.......
ทำไม..ถึงไม่ใช่พี่ซีวอน
“เฮ้ย! ระวัง!!!!!!!!!!”
“เฮ้ย! เจ๋งว่ะ คยูฮยอน”
ผมค่อยๆ แง้มเปิดเปลือกตาในทันทีที่ได้ยินเสียงของเพื่อน กระพริบตาปรับโฟกัสให้พอชัดแล้วก็หันไปหาเพื่อนหัวทองที่ยืนยิ้มแป้นที่แขนนั้นล็อคคอเข้าชีฮุนไว้อยู่ ส่วนข้างๆ ก็เป็นพี่..ไม่สิ ต้อง “วิช”..สินะ ที่ยืนส่งยิ้มบางๆ มาให้พร้อมพยักเพยิดไปที่แขนขวาที่มันเผลอยื่นออกไปโดยไม่รู้ตัว
ผมมองตามไปจนพบว่า ที่อยู่ในมือขวา..ที่กำไว้แน่นนั่นเป็นแค่แท่งเหล็กยาวๆ ที่แทงอยู่ในตัวเจ้ามอนสเตอร์ที่เมื่อครู่หมายพุ่งเข้ามาทำร้ายพวกผมกับชีฮุน ก่อนที่มันจะค่อยๆ สลายหายไปราวกับว่า มันไม่เคยมีตัวตน ...หวนนึกขึ้นได้ว่า คำนั้นที่เจ้าแทจุนตะโกนเข้ามาเรียกให้ผมต้องหันไปมองทางด้านฝั่งเจ้าชีฮุนที่มีเจ้ามอนสเตอร์เข้ามา ตาผมเบิกกว้าง พยายามอย่างยิ่งที่จะส่งซิกส์บอกเพื่อนแต่ดูจะไม่ทันการซะแล้ว...หัวใจผมแทบหยุดเต้น มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก พอดีกับที่เขา.. เขาตะโกนข้ามมาพร้อมกับบอกให้..ผมสู้! ในวินาทีนั้น ชีฮุนเองก็พอจะรู้อะไรบ้างแล้ว หมอนั่นหันหน้าหาผมพร้อมกับพยักหน้า
แท่งเหล็กเรียวยาวถูกส่งลอยละลิ่วมาอยู่ในมือผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้.. รู้แค่ว่า มือมันรับไปเอง อีกไม่ถึงสองวินาทีข้างหน้า..ไอ้ตัวประหลาดตัวบึ้มนั่นก็จะมาถึงแล้ว..อีกแค่นิดเดียว....
.
.
.
แล้วก็เป็นอย่างที่เห็น... มือมัน..ไปเอง อีกแล้ว
ผมค่อยๆ ดึงมือสั่นๆ นั่นกลับเข้าหาตัว แต่ก่อนอะไร ไอ้เจ้าอาวุธแปลกๆ ที่เขาโยนมาให้นั่น มันก็ถูกเอากลับคืนหาเจ้าของซะแล้วล่ะ เขาส่งยิ้มให้กำลังใจมาให้ พร้อมกับยื่นมือเข้ามาขยี้หัวผมจนยุ่ง พร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืน
“นายนี่..เข้มแข็งจังนะ ยู”
“คยูฮยอน”
ผมสะบัดหัวออกจากมือเขา เงยหน้าขึ้นมองดวงตาคู่คม รู้สึกถึงประกายตาวูบหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน ก่อนที่จะแปลเปลี่ยนมาเป็นประกายวิ้งวับที่ขบขันผมในที
“ครับ.. คยูฮยอน ก็คยูฮยอน”
“กลับกันเหอะว่ะ! ฉันง่วงจะแย่แล้ว.. มีอะไรต้องทำอีกเยอะ ไหนจะแผลนายอีกนะคยูฮยอน นายด้วยไอ้ลิง”
ไอ้เจ้าชีฮุนว่าเสร็จก็ทำท่าหาว ดึงแขนไอ้แทจุนออกจากคอเดินสโหลสเหลนำหน้าไปซะละ เห็นแบบนี้ผมก็เห็นด้วย กลับเหอะ..ขอนอนมันสักงีบ หวังว่าตื่นมาพรุ่งนี้....จะออกไปจากไอ้เมืองนี้ เอ้ย ไอ้ที่แบบนี้สักที อันตรายเป็นบ้า..
เสียงหมาหอนดังขึ้นมา ผมที่กำลังจะยันตัวลุกขึ้นก็เกิดรู้สึกขนลุกขึ้นมาเฉยๆ เงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏดวงจันทร์เต็มดวง...อะไรน่ะ เมื่อตอนเดินออกมา ยังเห็นจันทร์ไม่ทันเต็มดวงเลย หรือเพราะว่า เมฆมันบังสินะ ตอนนั้นน่ะ
“เพราะจันทร์เต็มดวงน่ะ ถึงได้ออกมามากมายแบบนั้น”
ผมละสายตาจากท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มเปลี่ยนมาเป็นมองดวงหน้าคุ้นเคยของเขา จ้องมองสีตา เส้นผม โครงหน้า รูปร่าง หรือแม้กระทั่งเสียง ทุกอย่าง..เหมือนพี่ไม่มีผิด
“เดี๋ยวฉันพานายกลับนะ”
“ไม่เอา”
ผมส่ายหน้ารัว ยิ่งเห็นสายตาล้อเลียนระคนสนุกในทีของเขาแล้ว ยิ่งรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า เพียงเพราะนึกถึงตอนที่เขาอุ้มผมตัวลอยแบบตอนนั้น ความอาย ขลาดเขินต่างๆ นานา ทำเอาผมปฏิเสธเขาเสียให้วุ่น
“ส่งมือซ้ายมาสิ คยูฮยอน”
“เฮ้ย สองคนนั้นน่ะ เร็วๆ สิ เดี๋ยวมันก็มาอีกหรอก”
แทจุนส่งเสียงเร่งมาจากข้างหน้า ผมจำใจต้องยื่นมือส่งให้เขาดึงพยุงให้ลุกขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามสมทบไปจนกระทั่งตามทันพวกเพื่อนสองคนนั่น
“แทจุน กลับไปแล้ว หาข้าวหาอะไรมากินด้วยดิ หิวจะแย่แล้ว”
ผมเดินไปจนทัน แตะมือซ้ายที่ไหล่แทจุนมันเบาๆ จนมันหันมาแยกเขี้ยวใส่ ตอบรับเอออออย่างเสียไม่ได้
“นาย..เอ่อ.. วิช นายพักที่ไหนน่ะ”
“ฉันอยู่กับเพื่อนน่ะ ที่อีกหัวมุมถนนฝั่งนู้นน่ะ.. ว่างๆ ก็มาหาฉันได้นะ คยูฮยอน”
ประสาท! เขาพูดอะไรของเขา! ทำยังกับว่าเขากำลัง จ..จีบ..ผม
“ไม่!”
“ไว้เดี๋ยวพวกฉันจะแวะไปหานายกับเพื่อนๆ นายนะ”
ไอ้เพื่อนบ้า! ดูเข้าสิ!!
“ครับ ด้วยความยินดี”
“แต่ว่านะ วันนี้รบกวนหน่อยแล้วกัน”
พวกเราเข้ามาในโรงแรมจนกระทั่งมาถึงห้องเราแล้ว ไอ้ที่ชีฮุนว่าขอรบกวนนั่น ผมมองหน้าชีฮุนงงๆ ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าเขาที่ยังคงยิ้มไม่หุบ แล้วจึงพยักหน้ารับยิ้มๆ เมื่อประตูห้องถูกไขเปิดออก
“ช่วยทำแผลเพื่อนฉันหน่อยนะ วิช”
“เฮ้ย! ชีฮุน..ไหงพูดงี้”
“ก็ไอ้ลิงนี่ไง”
มันว่าหน้าตายก่อนจะชี้นิ้ว โบ้ยหน้าไปที่ไอ้เจ้าแทจุนที่ถอดเสื้อออกมาโชว์แผลที่แขนกับที่หลังแต่เป็นแค่แผลถากๆ หน่อย ผมถอนหายใจอย่างหนักใจ หันกลับไป ก็เห็นนายคนดีของเพื่อนผมเขาถอดแจ็กเก็ตออก เหลือแต่เสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนอย่างเดียว ที่เด่นสะดุดตาผมน่ะ..คงจะเป็น จี้ของสร้อยที่ห้อยคอเขา
“แหวนนั่นน่ะ..”
มือที่กำลังง่วนกับการคุ้ยอุปกรณ์ทำแผลนั่นชะงัก เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมนิดๆ ส่วนที่มือก็เลื่อนขึ้นแตะเบาๆ ที่แหวนวงสวยที่คล้องอยู่ในสร้อยที่เขาสวมอยู่..พอดีกับที่ผมสังเกตเห็นแหวนแบบเดียวกันที่สวมอยู่ในนิ้วนางข้างขวาของเขา
“ไม่มีอะไร..”
ประกายปวดร้าวเล็กที่อยู่ข้างในนั้น..ผมเห็นนะ แม้เพียงเสี้ยวเวลาก่อนที่มันถูกกลบทับด้วยประกายระยิบ ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มหน่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ซึ่งทำเอา....ผมถึงกับทำหน้าไม่ถูก ดูเข้าสิ! เขาเล่นมองกลับมาแบบนี้ แล้วยังมองกลับมาตอนที่ผมกำลังมองเขาอีก.. เขาต้องคิดว่า ผมน่ะคิดอะไรกับเขาแหงๆ ให้ตาย!!!
“มองผมเหรอครับ?”
LOVE is…illusion
ดูท่า..นับจากนี้ไป คงจะมีอะไร.. ให้ปวดหัวอีกแล้วสินะ

T T ขอบพระคุณที่ทนอ่านมา
เฮ้อ..เกิดอะไรขึ้นน่ะ?
เขียนฟิคอืดมาก เขียนไม่ออก เขียนไม่ดี เขียนแย่..
แย่มาก..
มีอะไรติมาเลยนะคะ
(เบี่ยงประเด็นมากไปป่าวไม่รู้ T T)
จะได้เอาไปแก้ไข
ช่วงนี้........ไร้แรงขับดัน ไร้.....
ps ตั้งใจจะลงวันที่ 1310-1013 น่ะนะ แต่..แต่งไม่ทันจริงจัง เฮ้อ.....
แล้วยังฟิคแฮป เฮ อีก T T
แถม มะไร โจคยูในฟิคนี้ จะได้ฮาเฮแบบนี้ล่ะเนี่ย!
รู้สึกเหมือนกับโฆษณาหนังสือเขาแหะ
แนะอ่าน Tsubasa Chronicle 5-6-7นะคะ
091025 - addin' more pics [credit : clamp & cartooniverse]



มีความสุขม๊ากมาก
ขอให้ยิ้มสดใสอย่างนี้ตลอดไป
ขอให้คิมคิเลิกขายมือถือ..ขอให้หนังปิดกล้องเร็วๆ หุหุ
จะได้กลับมาสวีทกันซะที
หมวยจะได้เลิกป่วนชาวบ้านเค้าซะที หึหึ
ปล.แปะฟิคไว้ก่อนนะคะ ถ้าอ่านแล้วเดี๋ยวมาเม้นท์นะคะ
กลัวไม่ทันแฮปฯหมวย เลยมาแฮปฯก่อน
#1 By mhoomin (58.9.92.12) on 2009-10-15 22:18