[FIC] LOVE is…pain
posted on 22 Aug 2009 04:19 by zeazand in Fiction, SuJu, WonKyu
Title :: LOVE is...
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun
Genre :: Romance(?) , Drama(?) , Fantasy(?)
Rate :: General to NC
Note
:: Fanfic + Aufic + Cross Over , this fanfiction has abt 11+ chapters
'n story is mixin' other characters from anime or every one i like (=
=*)... umm have u read [tsubasa chronicle] in chapters abt country abt
the simulation game? ...haha this fanfiction is abt it!
dont feel bored.. if u dont read it , i'll try to describe it...= ='' so dont worry(???)..
LOVE is…pain
ถ้า ความรัก..มันคือ ความเจ็บปวด
แล้วทำไมล่ะ.. ทำไมคนบางคนถึงยังคงต้องการ ทั้งยังไขว่คว้า ประคับประคอง รักษามันไว้ให้อยู่กับตัว
อยู่ที่ไหน..
ที่นี่..ที่ไหน..?
ความคิด หัวใจ สติสัมปชัญญะ..ทุกอย่าง..มันหาย..กระเจิดกระเจิงไปหมด
ทุกอย่าง..มันเหมือนกับเป็นแค่ฝุ่น...
ฝุ่นกองเล็กๆ ที่ยามถูกลมพัดผ่าน ก็จะลอยล่อง..กระจัดกระจายไปพร้อมกับสายลม..
ผมรู้สึกเหมือนกับไม่มีอะไรในหัว..ทุกอย่างมันขาวโพลน
ร่างกายสั่งให้เดินออกมา..ก้าวเท้า..ก้าวออกมา
หนี..หนีจากที่แห่งนั้น..
หนีจากคนใจร้าย..คนที่ทำให้หัวใจของผม..แหลกเป็นผุยผง
คนที่ผมรักเกินกว่าใคร..รัก..และไว้ใจ
ที่ตรงนี้..ตรงหน้านี้เป็นคอนโดมิเนียมหรูเกรดห้าดาวบวกที่ตั้งอยู่ใจกลางของโซ
ล ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพาตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้..ทั้งที่หลังๆ
มานี้เราแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย
แต่เท้า..มันกลับพามาหยุดอยู่ที่นี่เสียได้
ผมรู้ว่าการที่จะเข้าไปข้างในนั้นจำต้องได้รับอนุญาตจากทางเจ้าของห้องที่อยู่ในตึกหลังนี้
หากแต่...สิ่งที่ติดตัวผมมาตอนนี้นั้น..หาได้มีอะไรไม่
เพียงเสื้อผ้ารองเท้าในชุดเดิมที่ติดตัวมา..ใบหน้าที่ยังคงมีคราบน้ำตาเกาะ..กับ
ร่างกายแสนหนักอึ้งที่ปวดร้าวทุกครั้งที่ออกแรงวิ่ง
หากก็ยังเลือกที่จะวิ่ง..หนี..หนีจากการรับรู้ว่า
คนที่รักสุดหัวใจนั้น..มีใครอื่นนอกจากตัวผมเอง
ผมเดินวนเวียนอยู่
ชั้นล่างของตัวคอนโดฯ ได้ไม่นาน สายตาเหลือบไปเห็นม้านั่งไม่ใกล้ไม่ไกล
ด้วยความปวดร้าวของร่างกายปนเปไปกับความเมื่อยล้าของเท้าที่เกิดการก้าวพา
ตัวเองมายังที่นี่ เร่งก้าวเท้าตรงเข้าไปทิ้งตัวนั่ง
ประจวบกับที่ใครอีกคนก้าวเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งพอดิบพอดี
เลยกลายเป็นว่าผมนั่งอยู่ที่ม้านั่งกับ...?
“แทจุน..?”
“คยูฮยอน.. เฮ้ย! นายมาอยู่ที่นี่ได้ไงวะ”
ผิดคาดไปเสียหน่อย หากก็นับว่าดีกว่าลอยเคว้งอยู่ที่นี่
ผมถือโอกาสนี้ทักทายเพื่อนเก่าโรงเรียนเดียวกัน
ก่อนที่เพื่อนคนนี้จะพาผมขึ้นไปยังห้องของเขา
“เป็นไงมาไง..ถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้วะ? ก็..ฉันยังจำๆ ได้ว่า แกยังอยู่จีน เป็นไอ้อะไรนะ..ซูเปอร์จูเนียร์เอ็มอะไรนั่นน่ะ.. ใช่ป่ะ?”
“อืม.. ก็ทำนองนั้น พอดีต้องกลับมาทำงานที่เกาหลีน่ะ จะทำอัลบั้มใหม่”
ผมว่าเรียบๆ ก่อนจะถูกปาร์คแทจุน
ที่เดินไปเดินมาเก็บของที่อยู่ในถุงพลาสติกที่สกรีนชื่อร้านค้าเด่นชัดนั่น
ยัดข้าวของใส่ตู้เย็นเสร็จ ก็เดินง่วนไปหยิบเอาผ้าขนหนูโยนใส่หัวผม
ตะโกนใส่แล้วก็เดินผละไปจัดการกับครัวต่อ
“ล้างหน้าล้างตาบ้างเหอะว่ะ.. หน้านายเนี่ย ยังกับถูกแฟนบอกเลิกเลย”
ผมมองผ้าขนหนูในมือ
ก่อนจะถอนหายใจออกมาอยากติดขัดเมื่อนึกกระหวัดถึงคนที่ถูกกล่าวพาดพิงคนนั้น
..พี่..ที่ไม่ใช่ของผมคนเดียวอีกแล้ว ขอบตามันร้อนผ่าว
น้ำตามันตื้นรื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
แทบจะเด้งตัวขึ้นแล้วพุ่งตัวเข้าห้องน้ำไปเกือบจะไม่ทัน
จัดการปิดประตูล็อคกลอนแน่น แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น
พิงหลังไปกับบานประตูอย่างคนหมดเรี่ยวแรง
ผมคิดถูก..หรือว่าคิดผิดกันแน่นะ ที่วิ่งหนีออกมา..โดยยังไม่ฟังคำใดๆ จากปากพี่เลย
ก็รู้ทั้งรู้ว่าตัวผมเองนั้นเป็นคนคิดมาก ชอบคิดอะไรไปเรื่อย..คิดอะไรไปเอง..เป็นตุเป็นตะ
ถ้าหากว่า.. ผมกลับไป..กลับไปหาพี่ตอนนี้.....กลับไปฟังคำแก้ตัวของพี่..จะยังได้ไหม...นะ
ผมน่ะ.. รักพี่นะครับ..
คิดได้จนถึงตรงนี้..น้ำตาที่ไหลอาบแก้มก็ค่อยๆ หยุดไหล..
ยกมือทั้งสองขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตาที่ยังเกาะที่ขอบตาบวมช้ำ ก่อนจะค่อยๆ
ยันตัวขึ้นมาเกาะขอบอ่างล้างน้ำ นิ่งมองกระจกอยู่นาน..สองนาน
แล้วจึงเปิดน้ำล้างหน้าล้างตาใหม่ แล้วซับหน้าตัวเองเบาๆ
ด้วยผ้าขนหนูที่เจ้าของห้องให้มา
คลี่ยิ้มให้กว้างแม้จะเป็นเพียงแค่ยิ้มแกนๆ..หากเพื่อให้กำลังใจตัวเอง
....ก่อนจะเดินออกมาห้องน้ำ
“คยูฮยอน กินน้ำก่อน”
“อ..อืม..ขอบใจนะ”
ผมรู้สึกเกร็งๆ ขึ้นมานิดหน่อย เปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เจอแทจุนเพื่อนเก่าผม
กับ....คนที่ผมรู้สึกคุ้นหน้าดี เดนนิสโอ พระเอกละครที่ผมเคยๆ
ดูในทีวีมาบ้าง.. อย่างซีรีย์ Witch Yoo Hee คงจะไม่ต้องให้เดาหรอกนะ
สองคนนี้เป็นอะไรกัน
แต่ดูจะแปลกใจไปสักหน่อย
แทจุนน่ะเป็นออลจังหรือเน็ตไอดอลมาก่อน
จนตอนนี้ดังจนมาเป็นนายแบบ..ผมก็พอเคยเห็นผลงานมาบ้างล่ะนะ
แต่ไอ้การที่สองคนนี้มาพบกันได้เนี่ย...ทำได้ไงน่ะ
นายแบบเสื้อผ้าวัยรุ่นกับดาราดังลูกครึ่งอเมริกัน-เกาหลีเนี่ย
บางทีนะ..ความรัก มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมี ‘เหตุผล’ หรอก
ไม่จำเป็นที่ว่า..จะต้องเป็นใคร..มาจากไหน
ขอแค่.. ‘รัก’ รู้สึกดีต่อกันก็..พอแล้ว
ผมยื่นมือไปรับแก้วน้ำจากมือของแทจุนก่อนที่จะหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเล็ก
ข้างๆ โซฟาตัวใหญ่ที่แทจุนกับคุณเดนนิส
เอ่ยทักคนนั่งข้างเพื่อนเก่าผมก่อนจะค้อมหัวให้เล็กๆ
ไม่ทันได้ทักทายอะไรดี..เพื่อนผมเขาก็ส่งคำถามเข้ามาแทรกบทสนทนา
“ตกลง..นายเป็นอะไรหรือเปล่า? ร้องไห้มาใช่ไหม?”
ผมส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้า.. ส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นอะไร พยักหน้า..ยอมรับว่า
ร้องไห้มาจริงๆ เพราะยังไงๆ ก็ปิดไม่ได้หรอก..ตาบวมๆ จมูกแดงๆ แบบนี้น่ะ
“..มีปัญหาอะไรกับแฟนหรือไง?”
“...”
“..ปรึกษาฉันก็ได้นะ คยูฮยอน.. เห็นๆ ฉันอย่างนี้นะ ก็เก่งนะ แล้วก็นี่ด้วยผู้ช่วยฉัน”
ผมหลุดขำไม่มีเสียงออกมาเบาๆ
มองแทจุนที่ยืดอกบรรยายสรรพคุณของตัวเองแล้วตบป้าบๆ เข้าที่อกตัวเอง
ก่อนจะหันไปส่งยิ้มกวนให้คนข้างๆ แล้วตบไหล่หนาสองสามที
“ขอบใจ..อืม.... มันพูดยากแหะ ฉันน่ะ..ไม่รู้จะเริ่มพูดมันยังไงดี...”
“ค่อยๆ พูดสิว้าา.. ใจเย็นๆ น่า”
ผมวางแก้วน้ำที่ยังไม่ได้ดื่มสักอึกนั่นลงบนโต๊ะตัวเล็กตรงหน้า
ก่อนจะดึงมือของตัวเองกลับมาบีบเข้าหากัน.. ปากมันเผลอเม้มเข้าหากันนิดๆ
ตอนนี้..เริ่มรู้สึกว่า หน้าตัวเองมันเริ่มจะเกร็ง พอๆ
กับมือของคู่ตัวนี้แล้ว
ผม.....ผมพูดไม่ออก มันเป็นเรื่องของพี่กับตัวผมเอง ผมไม่ควรบอก..ใคร
ยิ่งกับ..เรื่องเมื่อเช้านี้ด้วย..
ทางที่ดี ผมควรจะกลับได้แล้ว
ให้นานไปกว่า..หัวใจที่แทบละเอียดนี่คงจะได้..แหลกสลายจริงๆ ..ผมคิดถึงพี่
อยากจะกลับไป...อย่างน้อยก็ฟังคำของพี่
“ไม่เป็นไรๆ พวกฉันน่ะ.. พร้อมช่วยนายนะ เห็นหน้านายเป็นแบบนี้แล้ว ฉันไม่มีอารมณ์ทำข้าวให้คนแถวนี้กินเลย”
ผมพยักหน้านิดๆ มองดูคู่รักตรงหน้าเงียบๆ ยกน้ำมาดื่มเข้าคอไปอึกใหญ่
ก่อนจะวางแก้วลงเมื่อเจ้าตัวเพื่อนผมเขาลุกขึ้นยืน ในมือถือกุญแจรถควงๆ
ไว้อยู่แล้ว มองหน้าผมนิดๆ พร้อมกับยกคิ้วกวนๆ
เมื่อเห็นผมยังทำหน้าเอ๋อไม่หาย
“กลับได้แล้ว..นายน่ะ กลับไปจัดการเหอะ”
“อ..อืม..”
“เรื่องหัวใจน่ะ....ปรึกษาใคร มันจะไปดูเท่าถามหัวใจตัวเอง ไปๆ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
“ขอบใจนะ..แทจุน”
ผมผงกหัวให้กับทั้งคนอาสาพาไปส่ง แล้วเลยไปยังผู้ชายตัวสูงที่หน้าตึงนิดๆ เมื่อเห็นเพื่อนผมทำท่าจะไปส่งผมซะเฉย
ผมจัดการวางผ้าขนหนูไว้ที่โซฟา
ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตามหลังเพื่อนเก่าผมออกไปนอกห้อง
ถ้าให้เดา..หน้าผมคงกำลัง...แย่หน้าดู แทจุนหยิบหมวกมาจากไหนไม่รู้
ใส่เข้าที่หัวผม คลี่ยิ้มกวนๆ
ส่งให้ก่อนจะยกมือสองข้างขึ้นมาทำท่าบิดขี้เกียจไปเดินไป
“ใส่หมวกก็
ดีนะ..นายน่ะ
วิ่งทะเล่อทะล่ามากถึงนี่ได้โดยแฟนคลับจับไม่ได้เนี่ย..เก่งจริง เหอะ!
ว่าแต่..ที่ถ่อมาถึงนี่น่ะ มาหาไอ้บ้านั่นอ่ะนะ”
“อืม.. ก็ตั้งใจไว้ แต่เจอนายก็ดี ฉันก็ไม่อยากทำให้หมอนั่นปวดหัวกับฉันด้วย”
“เลยจะให้ฉันปวดหัวแทน?”
แทจุนหันมาทำหน้าเบี้ยวใส่ผม พร้อมกับส่ายหน้าน้อยๆ
เดินออกจากลิฟท์ตรงไปยังออดี้คันงามที่ดูท่าเจ้าของมันจะหวงซะเหลือเกิน
ทะนุถนอมกันเข้าไป...มองแล้วก็คิดถึงพี่..อีกแล้ว
รถคันงามเคลื่อนมาถึงที่ ผมลงมาจากรถโบกมือส่งให้คนขับ กล่าวคำขอบคุณเบาๆ
ก่อนจะหันหลังกลับมา..บรรดาพี่ๆ
หลายคนก็กรูกันเข้ามาลากคอผมกลับเข้าไปในห้อง ผมรู้สึกเบลอๆ มึนๆ
กว่าจะรู้ตัวอีกที
ตอนนี้ผมก็นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมที่เมื่อวานผมนั่งอยู่กับพี่สองคน
พี่ซองมินเดินไปหยิบน้ำมาส่งให้ผม
พี่ทงแฮหยิบหมวกของแทจุนที่อยู่บนหัวผมออกมา ส่วนพี่ฮยอกแจก็ยืนอยู่ใกล้ๆ
ข้างๆ กันก็มีพี่เยซองกับรยออุค คาดว่า..นอกนั้นคงจะมีงานล่ะมั้ง
ไม่ก็..ยังไม่ตื่น ก็นี่ 8 - 9 โมงเองนี่นะ
พี่ทงแฮเห็นว่าผมทำท่า
เหมือนกับมองหาอะไรสักอย่าง ก็เขกมือเข้าที่หัวผมซะแรงเลย
ผมเบ้หน้าเม้มปากขัดใจหันหน้ากลับไปหาพี่ทงแฮที่ทำหน้าดุๆ มองผมมา
“คยูฮยอน นายหายไปไหนมาน่ะ?”
ผมก้มหน้าลงนิดๆ นึกหาคำแก้ตัวที่จะไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา..หน้าเครียดๆ ของพี่ซองมิน พี่เยซอง พี่รยออุค
รวมทั้งพี่ฮยอกแจที่ปกติออกจะเริงร่าไม่เคยจะเครียดอะไรกับใครเขา
ก็ยังไม่เว้น
ผมพับเก็บความตั้งใจที่จะบอกว่าไปเดินเล่นรับลมตอนเช้า
แล้วแวะไปเจอเพื่อนเก่านั่นกลืนลงคือ
อ้าปากจะเอ่ยถ้อยคำ..ความจริงออกจากปาก อย่างน้อย..พี่ๆ ก็คงจะพอพูดอะไรให้กำลังใจผมก็ได้
“คือผม..กับพี่ซีวอนน่ะ....”
“เออใช่! ตายแล้ว!! น้องเรากลับมาแล้ว ฮยอกแจโทรเรียกซีวอนให้กลับมาเร็ว”
พี่ซองมินว่าหน้ายุ่งขัดผมขึ้นมา หันไปตีไหล่พี่ฮยอกแจ เร่งยิกๆ
ทำเอาคนถูกทั้งตีทั้งเร่งหน้ามุ่ย ส่ายหน้าเซ็งๆ
ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมากดต่อสาย แต่ปากก็ยังบ่นอุบไม่เลิก
“อะไรๆ นายก็ใช้แต่ฉันละนะ... ไอ้ปลากลับมาแล้ว ก็ใช้มันบ้างสิ”
รอได้ไม่ถึงสิบนาทีดี ประตูของหอเราก็ถูกเปิดออก
คนที่เข้ามาคนแรกน่ะ..คือพี่อีทึก ต่อมาก็พี่คังอิน
ผมหัวใจเต้นระรัวแรง..กลัว..ประหม่า กลัวว่า..คนที่เข้ามาคนต่อไปจะเป็นพี่
แต่ที่ไหนได้..พี่ยังไม่ได้กลับมา..พี่ไปไหน
ผมหันไปมองหน้าพี่ทงแฮ
ที่คิ้วยังขมวดนิดๆ ไม่คลาย จะอ้าปากถาม..ก็ไม่กล้า จะหันไปหาพี่ซองมิน
ก็เจอพี่เขาช่วยกับพี่เยซองแกล้งพี่ฮยอกแจ ผมรู้สึกร้อนๆ
ข้างในอก..กระวนกระวาย..มือมันสั่นๆ
พยายามควบคุมมือให้มันกลับเป็นปกติ..จนพี่รยออุคเข้ามานั่งลงบนโซฟาข้างๆ
แล้ววางมือทาบทับหลังมือผมเบาๆ แล้วส่งยิ้มให้นี่หล่ะ ใจถึงได้สงบลง...นิดๆ
คราวนี้.. พี่ซีวอนมาจริงๆ บานประตูห้องถูกเปิดออกมาแล้ว พี่เข้ามาข้างในห้อง
สองเท้าเดินก้าวยาวๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าผม
โดยที่สายตาของพี่ยังไม่ได้ละไปจากใบหน้าผมเลย..ต่างจากผม
ผมที่ไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้าลงแบบนั้น..
“คยูฮยอน... ขอพี่คุยด้วยได้ไหม?”
น้ำเสียงพี่อ่อนแรง..อ่อนโยน.. พี่แตะปลายนิ้วที่หลังมือผมเบาๆ ก่อนที่พี่ๆ
คนอื่นจะหลบฉากไปอย่างรู้หน้าที่ ผมกล้ำกลืนความรู้สึกแน่นคับอก
ก้อนความประหม่าลังเลลงคอ เงยหน้าขึ้นหันไปมองหน้าพี่ที่นั่งลงข้างๆ
ถอดเสื้อโค้ทตัวนอกออกมาวางไว้ที่โต๊ะ แล้วจึงหันมาแตะนิ้วที่มือผม
สอดนิ้วเข้ามาจนกลายเป็นกุมมือผมไว้..
ตาพี่ยังคงมองที่ผม..ดวงตาคู่สวยที่ทอประกายอ่อนแสงที่แสดงถึงความเหนื่อยล้าเล็กๆ หากยังคงอบอุ่นไม่คลาย สายตาของพี่ ความจริงจังแน่วแน่ โหยหา
อ่อนโยน..และห่วงหา
พี่ห่วงผมมากมายขนาดนี้เลยหรือ?
ทำไมผมถึงไม่เคยรู้นะ..
“คยูฮยอน..พี่ขอโทษ”
ผมหลับตาลง พยักหน้ารับช้าๆ อย่างกลั้นก้อนสะอื้นที่รื้นขึ้นมาถึงคอ
รวมทั้งน้ำตาที่ทำท่าจะไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้อีกครั้ง
หัวใจที่เต้นอ่อนแรง..กลับมาเต้นรุนแรง เร็ว
หนักหน่วง..เมื่อจิตใจจดจ้องที่จะฟังคำต่อๆ ไปจากปากของพี่
ผมรู้ว่า...หัวใจของผมตอนนี้มันเจ็บ มันหน่วง..มันร้าวจนแทบจะขาดใจ
หากผมก็ยัง..คิดเข้าข้างตัวเอง ยังอยากจะฟัง อยากจะได้ยิน.. อยากจะให้ความหวังตัวเอง
คิด...คิดแต่เพียงว่า พี่นั้นรักผม..พี่ต้องเลือกผม ที่พี่ทำไป..ที่พูดไปน่ะ...มันต้องมีเหตุผล ใช่ไหม?
ก็ได้แต่อย่างนี้..คิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้..
“พี่..รู้ว่าพี่ผิด พี่ไม่กล้าขอให้นายให้อภัย.. ลืมตา...ลืมตามองพี่ก่อนได้ไหม?”
น้ำเสียงพี่สั่นเล็กๆ ครั้นพอผมลืมตาขึ้นมองหน้าพี่
หัวใจผมแทบหล่นลงไปกองพื้น พี่ซีวอน..ทั้งท่าจะร้องไห้ ไม่ต่างจากผมเลย
ผมไม่รู้ว่าในหัวตอนนี้มันจะให้ทำอะไร
หากหัวใจนั้น..กลับสั่งการไปไวเกินกว่าจะนึกคิด
ผมเลื่อนมืออีกข้างของตัวเองมาวางทาบมือของพี่ที่กุมมือผมไว้ บีบเบาๆ
พร้อมกับสูดลมหายใจลึกๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นสบตาพี่
“พี่บอกผมเถอะ.. นะ...บอกให้ผมฟัง”
พี่พยักหน้าขึ้นลงอย่างว่าง่าย
เงยหน้าขึ้นแล้วกระพริบตาหลายต่อหลายครั้ง..ไล่หยดน้ำตาที่เริ่มปริ่มที่หาง
ตาให้กลับเข้าที่...หากแต่ดูท่าจะยากเต็มทน ไม่ต่างกับผมเลย..ผมเอง
ผมที่ตอนนี้..หยาดน้ำใสไหลจากหางตาลงอาบแก้มเรื่อยมาจนหยดลงบนหลังมือพี่ที่
วางทับมือผมไว้ข้างบนอีก ผมกลั้นก้อนสะอื้น นั่งเงียบๆ
ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาช้าๆ
“พี่..ยอมรับ...พี่ยอมรับแต่โดยดี
ชื่อที่พี่พูดออกมาเมื่อเช้า
คำพูด..ทุกคำ..การกระทำเมื่อเช้าน่ะ....พี่คิดว่า
คยูฮยอนเป็นเขาคนนั้นจริงๆ
เพราะพี่ไม่คิดฝัน..ไม่เคยคิดว่าพี่จะได้มีโอกาสกอดนายได้แนบชิดเท่านี้
ได้สัมผัสนายได้มากเกินกว่าที่ได้เคยสัมผัส...พี่ขอโทษ..
พี่ไม่อาจพูดว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ ทุกการกระทำที่พี่ทำไป..พี่พร้อมยอมรับ..”
“...”
“พี่ยอมรับ...พี่กับเขา เรามีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง....
หลายต่อหลายครั้งที่พี่บอกนายว่าจะออกไปข้างนอกแล้วรุ่งเช้ากลับมา..ไม่ใช่
ว่าพี่ไม่อยากนอนกับนาย ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากอยู่ข้างๆ
นาย...แต่พี่ขอโทษ..ขอโทษจริงๆ”
“....ฮึก...พี่...ครับ”
“พี่มันก็เป็นผู้ชายคนนึง พี่ต้องยับยั้งชั่งใจ
หักห้ามใจตัวเอง...ก็เพื่อคยูฮยอน พี่อยากจะรอนาย
รอให้เราต่างฝ่ายต่างพร้อม.. พี่รักนายที่เป็นนาย ไม่ได้..รัก..เขา
พี่รักนาย..รักคยูฮยอน....พี่ขอโทษ..”
“..ไม่ได้รัก...ไม่รักเขา แล้วพี่ไปหาเขาทำไม..พี่น่ะใจร้าย...ทำอะไร เคยคิดถึงผมบ้างไหม”
“ก็เพราะคิดน่ะสิ..พี่คิดถึงนายตลอด พี่กังวล
พี่กลัวว่าพี่จะทำอะไรกับคยูฮยอนเกินเลย พี่กลัวว่าพี่จะไปฝืนบังคับใจนาย
กลัวว่า..ตัวพี่เองนั้น
จะทำการกระทำที่ไม่น่าอภัย...แบบเมื่อวานนี้กับนาย..”
พี่ดึงมือข้าง
ที่วางทับบนสุดขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มผมไม่ขาด
เช็ดแล้ว..เช็ดอีก..ไม่ยอมแห้ง.. ผมสูดลมหายใจที่ติดขัดเข้าลึกๆ
พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นมากไปกว่านี้
ที่ผ่านมานี้..ผมหลงโง่งม
คิด..คิดถึงแต่ตัวเอง โง่..ที่คิดแต่ตัวเอง บอกว่า เขาไม่รัก ไม่ห่วง ไม่แคร์ ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ..
ถ้าหากมองให้ลึกๆ มองให้ดีๆ ใช้หัวใจ..มอง
ทุกการกระทำที่ว่านี้...มันยังคงมีอยู่ หากแต่เพียงถูกมองผ่านละเลยไป..ไม่ใช่แค่ตัวพี่ แต่เป็น..ตัวผมเองด้วย
ความรักน่ะ..เป็นเรื่องของคนสองคน
รักกัน.. ก็ต้องพูดอะไรกันบ้าง มีอะไรไม่พอใจ ไม่ชอบใจ บอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้..ได้เข้าใจ
ดีกว่า...ปล่อยให้มันเลยเถิด..มาจนถึงตอนนี้
สายไปแล้ว..ใช่ไหม?
“เรื่องเมื่อคืน มันไม่ใช่...ความผิด..ฮึก ของพี่หรอก..ผมกับพี่ต่างหากที่พร้อมใจ
ปล่อยให้มันดำเนินไป.. ไม่ใช่ความผิดของใคร
ผม..ฮึก..ไม่ได้โกรธ..พี่เลยจริงๆ เรื่องนี้”
“คยูฮยอน..”
ผมสะบัดหน้าจากมือของพี่ที่ยังคอยเช็ดน้ำตาที่ใบหน้า ผมหดคอนิดๆ
ส่ายหน้าไม่ให้มือมีแตะหน้าผม
สูดลมหายใจเข้าลึก..ก่อนจะอ้าปากพูดประโยคยาวเหยียด
“พี่อยากจะทำ
อะไร ก็บอกผม..บอกผม....บอกผม!! ไม่ใช่เอาแต่เงียบ..
แล้วกลับไปหาคนอื่น..คนอื่นนอกจากผม...พี่สัญญากับผมแล้ว..ฮึก
สัญญาว่าจะรักผมให้มาก..มากขึ้น..มากกว่าใคร ...ไม่หยุดรักผม...
พี่ยังจำมันได้ไหม..”
ทรมาน..เหลือเกิน...
พี่พยัก
หน้าทั้งน้ำตา พี่รวบตัวผมเข้ามาปะทะอกของพี่ ผมไม่ได้ขัดขืนใดๆ
นอกจากนั่งนิ่ง ซบหน้าลงที่ไหล่ของพี่
หายใจเข้าออกผ่อนปรนความคับแน่นอกที่ไม่ได้มีทีท่าจะหยุดหายเสียที
“พี่จำได้..พี่จำได้ครับ...พี่รักคยูฮยอน..รัก..นะครับ พี่สัญญา..จะรักคยูฮยอนคนเดียว”
“..เลิกกับเขาได้ไหม..ครับ มีผมคนเดียวได้ไหม..?”
ผมพูดอู้อี้ๆ ในอกพี่ นิ่งรอนานจนพี่ผละผมออกมาจากอก
วินาทีนี้หัวใจผมเร่งจังหวะเต้นจนแทบบ้า กลัว..กังวลเหลือเกิน..กลัวว่า
คำตอบจากพี่จะเป็น คำปฏิเสธ....เหลือเกิน
ผมพยายามยิ่งที่จะ
ฝืนเปลือกตาหนักหน่วงที่บวมจวนจะปิดจากการที่ร้องไห้มาเกินกว่าครั้งไหนๆ
จับจ้องมองดวงหน้าหล่อเหลาที่แดงเพราะร้องไห้เช่นกัน
ทอดสายตาสบกับดวงตาคู่อ่อนโยนที่ผมหลงรัก..เนิ่นนานจนพี่พยักหน้ารับช้าๆ
เลื่อนมือจากที่กอดขึ้นวางที่ไหล่ที่สองของผมช้าๆ
“ครับ... พี่จะตัดขาดจากเขา พี่จะจำให้ขึ้นใจ....คยูฮยอนน่ะ คือคนที่พี่รัก..เพียงคนเดียว”
ผมวาดยิ้มทั้งน้ำตา
หัวใจเต้นสงบลงได้เพียงครู่ก่อนจะกลับมาเต้นโครมครามอีกครั้งเมื่อพี่ยื่น
หน้าเข้ามาใกล้แตะริมฝีปากเข้าที่ริมฝีปากของผม ประทับจูบแผ่วหวาน
อ่อนโยน..ราวกับคำขอโทษที่ต้องการจะสื่อ..ต้องการจะพูดออกมาอย่างไม่จบสิ้น
“ขอร้องล่ะ...ได้โปรดอย่าจากผมไปเลย......ผมรักพี่..รักพี่ที่สุด”
ต่อให้พี่...พี่จะเป็นอย่างไร พี่จะทำให้หัวใจก้อนนี้ของผมเจ็บช้ำอีกสักแค่ไหน..
ขอแค่ให้ผม...ให้ผมได้รักพี่..รัก..ในแบบที่เป็นอยู่แบบนี้
แม้มันจะเป็นความรักในรูปแบบของความ..เจ็บปวด..ก็เถอะ
LOVE is…pain

><
เอ่อ...ตี 4 เข้ามา..บ้านเปลี่ยนธีม
งง..มึน เออเรอร์ ด้วยเพราะไม่ได้นอน
โฮ... พอเถอะ ที่บอกจะคร่ำครวญน่ะ
ตอนนี้ ผิดคาดไปหน่อยน่ะ ตั้งใจจะให้มัน..ไปจนถึงตรงนั้น
แต่ดูจะไม่พอ มันยาวเกินไปหน่อย
=_='' ไว้ตอนหน้าเจอกัน ตอนนี้ไว้ก่อน
เดี๋ยวมา..อีดิทใหม่ ตอนนี้....ขอลาไปนอน
ผิดถูกอะไร แจ้งด้วยนะคะ
ซีเบลอ ซี..ควรจะไปนอนได้แล้ว
ตอนหน้า.. รักคือ???

ขอบคุณมากๆ คะ T T
[New THEME press f5]
..
ฆ่าวอนสิ..เอาเลย
*editto*
ตื่นขึ้นมา..ด้วยความมึนที่ลดลงมาสัก20% ฮาๆ
ตั้งใจจะแก้ไขอะไรนิดหน่อยเพิ่มลงในฟิคนะ
แต่พอมาเจอะคุณพี่ๆ น้องๆ มาคอมเมนท์ให้แล้ว...ก็กระไร
เดี๋ยวจะต้องเข้ามาอ่านใหม่อีก ><
ทำใจ..ทำไปทำมา ว่าจะไม่เพิ่ม
แต่สุดท้าย..ตกลงเพิ่มเข้าไปอีก3บรรทัดค่ะ ><
บ้าบอมาก..
ตอนนี้ดึงตัวละครตัวอื่นเข้ามา
อันที่จริง..ตอนนี้ไม่มีบท แต่ตอนหน้าๆ ไปก็จะ..มีน่ะนะ เดี๋ยวจะให้บทกับหนูจุน ^^ อีกที

ใครเคยอ่านนิยาย..ช ช เรื่อง "กูล่ะเซ็งจิต...ไอ้ติสต์แตก"มะ?
ติดค่ะ.. ติดขึ้นสมอง น้องน่ารัก... ไม่แพ้อิกี้เราเลย (แต่รักกี้มากกว่า)
ที่ซีบอกว่า..ตั้งใจให้ถึง....อะไรนั่นอ่ะ ไม่ใช่NCนะอ่อ
สง
สารกี้ง่ะ.. ขืนจับNCเดี๋ยวนายเอกเราสิ้นใจตายก่อน ฮาๆ
(แอบเห็นคนคอมเมนท์ว่ากี้เคะกระจาย (พี่แออ่ะปะ 55+)
ซีก็ว่าแล้ว..ต้องมีคนว่า แต่มันต้องเป็นเทือกๆ นี้จริงๆ นะกะไว้น่ะ
ตอนหน้า.... เดี๋ยวจะพยายามเขียนให้มันไหลเลื่อนต่อ แต่อยากจะดอง 55+
มายคิด น่าจะกลับไปเขียนได้แล้วน่ะ..
รักวอนเรื่องนี้มากมาย ><
เขียนวอนปวดใจ..แล้วเหมือนไม่ใช่ตัวเอง (ฮา)
ps กี้ผมทรงใหม่..........
ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ



แล้วคนจีนที่วอนมีความสัมพันธ์ด้วยเป็นใคร??
ในหัวมีแต่คำถามมากมาย -*-
เดาไม่ออกเลยเหอะ
แล้วอย่างงี้คยูจะเชื่อวอนได้กี่มากน้อยเนี่ย
สนุกมากเลยคะ..ลุ้นดี ^^
#1 By mhoomin (58.11.58.102) on 2009-08-23 22:20