[FIC] LOVE is…nothing

posted on 15 Aug 2009 17:57 by zeazand  in Fiction, SuJu, WonKyu
Title :: LOVE is...
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun
Genre :: Romance(?) , Drama(?) , Fantasy(?)
Rate :: General to NC
Note :: Fanfic + Aufic + Cross Over , this fanfiction has abt 11+ chapters 'n story is mixin' other characters from anime or every one i like (= =*)... umm have u read [tsubasa chronicle] in chapters abt country abt the simulation game? ...haha this fanfiction is abt it!
dont feel bored.. if u dont read it , i'll try to describe it...= ='' so dont worry(???)..





LOVE is…nothing






คำว่า ‘รัก’ ของผม..กับคำว่า ‘รัก’ ของพี่
มันเหมือนกัน..ไหมครับ..?






“คยูฮยอน เดี๋ยวพี่กับซองมินแล้วก็พี่ๆ คนอื่นจะไปเที่ยวกันต่อข้างนอก ไปด้วยกันไหม?”

ผมส่ายหน้าน้อยๆ ปฏิเสธคำชวนของรุ่นพี่หน้าหวานที่ทำงานร่วมยูนิตเอ็มมาด้วยกัน พี่ทงแฮตีที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะหันไปพยักเพยิดไปที่ผู้ชายตัวสูงที่เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับผ้าขน หนูผืนเล็กในมือ

“เฮ้ย ซีวอน.. ไปต่อกันข้างนอกไหม?”

พี่หันมามองที่มองนิดๆ ก่อนจะส่ายหน้า แล้วเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ผมบนโซฟา ในห้องมีคนอยู่ประปรายด้วยเพราะบางส่วนก็กลับเข้าห้องโดดขึ้นเตียงพากันนอน ไปบ้างแล้ว ส่วนพวกที่ยังมีพาวเวอร์เหลืออยู่ก็ว่าจะไปเที่ยวกันต่อหลังจากที่ปาร์ตี้ ต้อนรับกลับที่ทุกครั้งที่พวกเรากลับมาจะ(หาเรื่อง)จัดกันนั้นจบลง

“ไม่ดีกว่า เดี๋ยวฉันก็จะนอนแล้วล่ะ..นายไปเหอะ เที่ยวให้สนุก”

พี่ว่าเสียงนุ่ม..พูดจาดีเหมือนทุกครั้ง ผมเองก็พยักหน้าสมทบด้วยเมื่อพี่หันมามองผม พี่ทงแฮหัวเราะเสียงใสก้มกระซิบคำข้างหูผมก่อนจะรีบโกยเมื่อเห็นผมหน้าร้อน ฉ่า..จะไม่ใช่อะไรเลย..ถ้าไม่ใช่เรื่องนั้นน่ะ...

“เดี๋ยวผมเช็ดผมให้พี่นะ”

“ขอบใจนะ”

ผมยิ้มรับ ยื่นมือไปหยิบผ้าในมือของพี่มาแล้วขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วค่อยๆ บรรจงเช็ดเส้นผมของพี่อย่างเบามือจนกระทั่งยังไม่ทันจะแห้งสนิทดี พี่ก็หันกลับมายื่นมือแตะที่ข้อมือผมแล้วดึงให้ผมนั่งลงดีๆ

“วันนี้เป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมดูเงียบๆ ล่ะครับ”

ผม..ก็ยังคงเป็นผม ผมคลี่ยิ้มบางๆ ส่งให้พี่ พร้อมกับส่ายหน้าไปมา เพื่อบอกให้รู้ว่า..มันไม่มีอะไร..จริงๆ...งั้นเหรอ?

ผมเอง..ก็ไม่ทันสังเกตตัวเองเท่าไร ทุกครั้งที่มีปาร์ตี้ ผมก็คิดว่า ผมน่ะเฮฮานะ สนุกไปกับงาน กิน ดื่ม เล่น เต้น ร้องเพลง....แล้ววันนี้น่ะ..ผมดูแปลกๆ ไปงั้นเหรอ? ก็แค่..ไม่ได้คุยกับพี่ คุยแต่กับพี่ๆ คนอื่นน่ะ

เพราะเห็นพี่คนอื่นๆ ชอบมาชนแก้วกับพี่ ชวนพี่คุย ถามสารทุกข์สุกดิบ ยืมเงิน ทวงของฝาก ถามเรื่องสาวจีน.... แล้วแบบนี้ ผมจะเข้าไปแทรกกลางข้างในวงได้อย่างไร.. ก็คนที่พวกเขาอยากจะคุยด้วยน่ะ เป็นพี่..ของผม

“ไม่ได้เป็นไรนี่ครับ.. ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ”

พี่ขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นผมตอบแบบนี้ มันก็ไม่แปลกหรอก..ที่พี่จะทำหน้าแบบนี้ กี่ครั้งกี่ตอนกี่เรื่องกี่คำถาม..ผมก็มักจะตอบแต่แบบนี้ ยิ้มรับ แล้วบอกว่า “ไม่เป็นอะไร ผมสบายดี..”

แล้วมัน...ไม่ดี หรือครับ?

ผมก็แค่..อยากจะเป็นเด็กดี เป็นเด็กว่าง่าย อะไรก็ได้ ไม่ใช่เด็กชอบสร้างปัญหา เอาแต่ใจ ชอบเอาเรื่องหนักหัวโยนให้พี่รับรู้..งี่เง่า.. ไม่อยากทำ..ไม่อยากจะเป็นคนแบบนี้...มันผิดด้วยงั้นหรือ?

..ที่ผมจะแคร์พี่


เพราะผม..ไม่อยากให้พี่รับรู้ถึงเรื่องข้างในอก..ข้างในที่มันรุมๆ แบบในตอนนี้

เพราะว่า..ผมรักพี่..นะครับ..

“พี่.. พี่เป็นห่วงนายนะ นายเป็นแบบนี้ตลอดเลย เอาแต่ยิ้ม..เอาแต่พูดว่าไม่ได้เป็นอะไร”

ผมเผลออมยิ้มเสียเต็มแก้มเมื่อได้ฟังถ้อยคำห่วงใยเจือน้ำเสียงอ่อนโยนของพี่ พี่วางมือลงบนศีรษะผมแล้วขยี้เบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นลูบเบาๆ อยู่อย่างนั้น

“ขอบคุณ..ขอบคุณนะครับ.... แต่ผม..ผมไม่เป็นไรจริงๆ วันนี้ผมคงจะ..เพลียๆ น่ะ”

พี่ยู่หน้าขัดใจ เมื่อเจอผมไม่ยอมตอบให้ตรงคำถาม แล้วยังจะเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น แต่ก็ไม่นานนักหรอก พี่ขยับตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นมือมาดึงข้อมือให้ผมลุกขึ้นยืนตาม

“งั้นไปพักเถอะ นี่ก็ห้าทุ่มแล้ว..นอนเลยแล้วกันเนอะ”

“ครับ.. แล้วพี่จะนอนเลยไหม?”

พี่พยักหน้าเบาๆ จูงมือพาผมมาจนถึงหน้าห้องนอนของผมที่ตอนนี้ห้องดูจะกว้างไปเยอะ ด้วยเพราะรูมเมทของผมออกไปเที่ยวกันต่อข้างนอกกันน่ะ ผมหันไปหาพี่ด้วยเพราะ...ผมอยากจะเอาแต่ใจอีกสักวัน

“คืนนี้ พี่จะนอนกับผมหรือเปล่า?”

พี่ได้ฟังคำพูดของผมก็หัวเราะเสียงดัง ใช้มือข้างที่ว่างอีกข้างหยิกเบาๆ ที่แก้มผม ก่อนจะพาเดินเข้ามาข้างในห้อง แล้วพี่ก็ปล่อยมือออกจากผม หันไปโดดขึ้นทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของพี่รูมเมทอีกคน ปล่อยให้ผมยืนเคว้ง..เดินกลับไปนั่งที่เตียงของตัวเอง ก่อนจะหันหลังให้แล้วจัดการรื้อข้าวของในกระเป๋าสัมภาระที่เมื่อเย็นไม่ทัน จะได้จัดของเสร็จดี พวกพี่ๆ ก็ลากลงไปนั่งอยู่ในปาร์ตี้เล็กๆ นี้แล้ว

...ถึงมือจะทำหน้าที่อยู่ แต่สมองน่ะ..มันคิดเป็นตุเป็นตะ มันฟุ้ง..อีกแล้ว พี่ของผมเป็นอะไรไปนะ ทำไมถึงไม่เหมือนเก่า..ตอนเราอยู่จีน พี่กับผม..เราสนิทกันขนาดไหน ไปไหนมาไหนกัน อยู่ข้างๆ กัน..หรือจะให้โทษว่าตำแหน่งของยูนิตเอ็มดี? ที่ทำให้มันเกิดอะไรที่..เลยเถิด ออกมา ผมก็แค่อยากจะให้..พี่กลับมาเป็นเหมือนเก่า

เหมือนแรกๆ ที่พี่ยังเคยโชว์ให้ผมเห็นถึงคำว่า... ‘รัก’ ของพี่

พี่แคร์ผมยิ่งกว่าใคร ห่วงผม..กลัวผมเหงา แคร์ผม เทคแคร์ผมเกินใคร ให้ผมเป็นคนสำคัญ..เห็นผมเป็นอันดับแรกเสมอๆ

พี่จะกอดผม จะจับมือผม จะโอบไหล่ผม จะแกล้งเล่นอะไรผม...ผมไม่เคยว่า ไม่ใช่ไม่ถือ แต่เพราะผม...ผมชอบที่จะคิดเข้าข้างตัวเอง..คิดว่า ที่พี่ทำไปน่ะ เพราะพี่รักผม พี่ชอบที่จะอยู่ข้างๆ ผม พี่เอง..ก็คงมีความสุขที่เราได้อยู่ใกล้ๆ กัน เหมือนอย่างที่..ผมนั้นก็คิดแบบนี้

หรือว่า...มันก็แค่การโปรโมต?

ก็แค่ของเล่นสนุกๆ ที่ทำให้แฟนคลับเก็บเอาไปกรี้ด ไปเครซี่ ไปพีค ไปเพ้อกันเป็นตุเป็นตะว่าผมกับพี่นั้นรักกันมากขนาดไหน ขาดกันไม่ได้เลย..เราจะต้องสติ้กตัวติดกันตลอดเวลา..ต้องครองคู่ทูเกเตอร์ เสมอๆ ก็ออกจะแสดงออกกันมากมาย..ขนาดนี้

หรือผม..จะคิดไปเองนะ?

ตลอดมาที่พี่แสดงออกมานั้น.. นั่นคือการแสดงที่มาจากหัวใจของพี่.. ใช่ไหม?

เพียงแต่ตอนนี้ พี่ก็แค่..เลือกที่จะแสดงออกมาไม่ถูก...ใช่ไหม?

อะไรๆ ที่มันเคยๆ มันก็เริ่มจะชิน..เริ่มจะห่างเหิน ถูกละเลย ไม่ให้ความสำคัญ.. อย่างเรื่องการนอน..เรานอนกันบนเตียงเดียวกันออกบ่อย จะเป็นผมเองหรือจะพี่ที่เข้าไปหาอีกฝ่ายเพราะอยากนอนข้างกัน...กับเรื่อง เล็กน้อยแค่นี้ พี่ยังไม่รู้อีก ที่ผมขอให้พี่นอนด้วยกันในคืนนี้

เพราะอย่างน้อย..ผมจะได้นอนข่มตาหลับ มีพี่อยู่ข้างๆ มันน่าอุ่นใจ..สบายใจกว่า..เป็นไหนๆ

“พี่ครับ..”

ผมจัดของเสร็จอยู่นานแล้ว กว่าจะทำใจหันกลับไปเรียกพี่ที่นอนทอดตัวอยู่เตียงข้างๆ เปลือกตาหนางับปิดซ่อนด้วยดวงตาคู่สวยที่ทอประกายอ่อนโยนเสมอๆ ผมรู้ว่า..การปลุกคนที่กำลังหลับน่ะเป็นการทำบาป แต่ผมขอไม่สนใจมันล่ะ..ก็พี่ลืมตามาง่ายๆ เลยแบบนี้

“หืม? จะนอนแล้วเหรอ”

ผมพยักหน้านิดๆ ก่อนจะลุกขึ้นเอากระเป๋าไปวางไว้ข้างบนตู้เสื้อผ้าของผมแล้วเดินกลับมา..น่า แปลกใจที่อยู่ๆ พี่ก็มานั่งบนเตียงผม ผมเลิกคิ้วนิดๆ เดินเข้าไปยืนตรงหน้าพี่ก่อนที่จะถูกพี่แตะข้อมือเรียกให้นั่งลงข้างๆ

“จะให้พี่นอนด้วยกัน..หรือจะนอนคนเดียวน่ะ คยูฮยอน”

ผมรู้ว่าผมควรจะยิ้มดีใจ แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเรื่องนี้ ก็พี่ยังนอนสบายอยู่ที่เตียงของพี่ซองมินอยู่แท้ๆ ไหงถึงมาชวนผมนอนด้วยกันอีกล่ะ.. นี่ความคิดข้างในใจผมส่งผ่านถึงพี่งั้นเหรอครับ?

“นอน..นอนด้วยกันนะครับ”

“คยูฮยอนไม่อยากนอนคนเดียวเหรอครับ จะได้นอนสบายๆ ไม่ต้องเบียดกันน่ะ”

ผมส่ายหน้าดิก กระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงตัวเองด้านริมในที่ติดกับผนังห้อง

“ผมนอนสบายกว่า...ถ้า..ถ้าพี่นอนข้างๆ ผม”

ผมไม่รู้ว่า..ตอนนี้พี่จะทำหน้าแบบไหน พี่จะอมยิ้ม หรือพี่จะทำหน้าเฉยๆ หรือพี่จะทำหน้าเบื่อๆ พี่หันหลังลุกขึ้นจากเตียงผมเดินไปล็อคห้องพร้อมกับปิดไฟห้อง จนเหลือแต่ไฟจากโคมไฟเล็กๆ ที่เตียงของผมสว่างพอให้มองเห็นทาง

“พี่..พี่ลำบากใจหรือเปล่าครับ?”

“ลำบากใจ..กับอะไรน่ะ?”

พี่เดินกลับมาทิ้งตัวลงข้างๆ สอดตัวเข้าไปนอนในผ้าห่มเดียวกัน ก่อนจะนอนตะแครงหันหน้ามาหาผมเองที่นอนตะแครงหันหน้าเข้าหากัน ผมกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ฝืนดึงความกล้าออกมาเพื่อจะเปิดปากพูดต่อ

“พี่ลำบากใจ..ที่จะนอนกับผมหรือเปล่า”

แสงไฟอันน้อยนิดของโคมไฟส่องมาอาบใบหน้าหล่อเหลาของพี่ พี่ส่งยิ้มอ่อนโยนระคนเอ็นดูให้ผมที่มารู้ตัวอีกที..ก็เผลอเขินหน้าแดง หากแต่ปากนั้นไม่ได้เลย..มันยิ้มตามเมื่อเห็นพี่ยิ้มแบบนี้ พี่ขยับเข้าใกล้ แตะริมฝีปากที่กลุ่มผมตรงส่วนที่ปกหน้าผากผมลงมา..ความอุ่นซ่านแผ่ออกมารอบ บริเวณ..แผ่ลามไปจนทั่วทั้งหน้า พาลไปยังตัว.. หัวใจเต้นโครมครามกับการกระทำอ่อนหวานเช่นนี้ของพี่

“ไม่ลำบากใจเลย..พี่ก็แค่ห่วงนาย กลัวว่านายจะนอนไม่สบาย.. เป็นอะไรหรือเปล่า? คิดมากจังนะ..ช่วงนี้น่ะ”

หัวใจของผม..มันถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นของพี่จนแทบทะลักอก ..พี่แคร์ผมขนาดนี้เลยงั้นหรือ?

คงเพราะเอาแต่คิดแต่เรื่องตัวเอง คิดไปเอง คิดมันอยู่คนเดียว คิดไปเรื่อย..คิดไป..ทั้งไม่ได้ถามอีกฝ่ายน่ะ.... ฟุ้งจริงๆ ผมนี่โง่จังนะ คิดมากจนลืมความห่วงใย ความหวังดีของพี่ไปได้น่ะ

พี่ชนหน้าผากตัวเองเข้ากับหน้าผากผมเบาๆ ก่อนจะผละออกมามองหน้ายู่ๆ ของผม...มองตากันอยู่แบบนั้น จนเป็นผมเองที่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

“หัวเราะอะไรเนี่ย พี่พูดอะไรผิดหรือเปล่า?”

ผมส่ายหน้าทั้งที่ยังขำอยู่.. ผมตอบตามจริง..จริงๆ นะ ไม่ได้ขำพี่..แต่ขำในความโง่งมของตัวเองต่างหาก บางทีนะ..การกระทำที่พี่ทำกับในตอนนี้น่ะ คงอาจจะเป็นอีกรูปแบบของคำว่า ‘รัก’ ของพี่ก็ได้ พี่แคร์ผม..ห่วงผม..จะตายไป

“นอนเถอะ..ปิดไฟนะ”

พี่ว่าจบก็จัดการปิดไฟที่โคมไฟ.. รอบตัวมืดสนิท หากรอบกายกลับไม่ได้ว่างเปล่า พี่ยังคง..อยู่ข้างๆ เพราะมีมืออุ่นๆ ข้างนี้..มือของพี่ที่ผมฉวยมากุมไว้แบบนี้

“ผมรักพี่นะ.. พี่ซีวอน”

“...พี่ก็รักนาย..คยูฮยอน”

ผมชอบที่จะพูดบอกรักพี่เบาๆ แบบนี้ บอกกับพี่..เมื่อครั้งที่พี่จะได้ไม่ได้ยิน หากครั้งนี้กลับแปลกออกไป พี่ยังไม่ได้หลับ..สินะ

“พี่ครับ.. กอดผมได้ไหม?”

ต่อให้มืดแค่ไหน แต่ถ้ามีช่องเล็กๆ ที่พอให้แสงลอดผ่านเข้ามาได้น่ะ มันก็ยังไม่ถือว่ามืดหรอก.. โครงหน้าของพี่ขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับอ้อมกอดอบอุ่นที่โอบรอบกายผม ความอบอุ่นจนแทบเรียกได้ว่าร้อนผ่าวแผ่ซ่านจากทุกสัมผัสที่กายเราแนบชิดกัน ผมขยับเข้าไปอีกนิด ฝังใบหน้าลงกับซอกคออุ่นของพี่ เป่าลมหายใจเข้าออกแก้อาการประหม่าที่แม้จะอยู่ในความมืด หากก็ยังไม่เคยหาย เอื้อมมือโอบกอดพี่ตอบพรึมพรำเบาๆ ว่าขอบคุณ

“วันนี้อ้อนพี่จังนะ..คยูฮยอน”

พี่เอ่ยพูดเบาๆ กระชับอ้อมกอดให้ไม่แน่นจนเกินไป หากแต่เป็นผมเองที่เป็นฝ่ายโอบกอดพี่แน่นเสียเอง คำพูดที่พี่ทงแฮทิ้งไว้ก่อนที่จะเดินออกไปเที่ยวนั้นลอยซ้ำวนไปวนมาในหัว.. ผมไม่เคยเข้าใจถึงความหมายของประโยคที่พี่ทงแฮว่าเลยสักนิด ซ้ำยังคิดต่อต้าน..ด้วยเพราะไม่เคยคิดว่า ความรักกับsexนั้นจะต้องเคียงคู่กันเสมอไป

“พี่รู้ไหมครับ.. ที่พี่ทงแฮกระซิบกับผมน่ะ เขาบอกผมว่าอะไร”

ถ้าเปิดไฟคงจะเห็นหน้าร้อนๆ ของผม หากเพราะตอนนี้มันมืดเสียจนแยกไม่ออกว่าผมหน้าแดงหรือหน้าสีอะไร ผมขยับเข้าใกล้พี่เข้าไปอีก กระซิบบอกถ้อยคำที่ว่า..ก่อนที่พี่จะเผลอผลักผมออกจากอ้อมกอด

..พี่เป็นอะไร..

ผมยันตัวลุกขึ้นนั่ง เช่นเดียวกับที่พี่เองก็ลุกขึ้นนั่งมองมาที่ผม แสงจันทร์จากข้างนอกยังพอมีให้ลอดผ่านม่านของห้องเข้ามาบ้าง เราปรับสายตาจนชินกับความมืดของห้องได้พอสมควร จนผมพอมองเห็นพี่ได้ชัดผมในระดับนึง..หากแต่ภาพก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกับภาพ ขาวดำ

“พี่..พี่ผลักผม...ทำไม”

เสียงผมมันสั่นเอาซะได้.. ผมกำลังเป็นอะไร ก็แค่..แค่ถูกผลัก ไม่ได้ไปซีเรียส ไปจริงจังกับเรื่องที่บอกพี่ไปสักหน่อย หรือว่า..พี่จะคิดมาก...งั้นเหรอ?

ถ้าพี่คิดจริงๆ แล้วที่พี่ถึงกับทำแบบนี้กับผม... พี่รังเกียจผมหรือครับ?

“พี่..พี่ขอโทษ พี่..พี่ก็แค่ตกใจ”

“พี่ตกใจ หรืออะไรกันแน่..ครับ”

พี่ขยับเข้ามาหาผม เมื่อผมเริ่มขยับถอยหลัง..จนกระทั่งแผ่นหลังผมชิดไปกับผนังห้อง ตัวพี่ก็อยู่เสียแทบจะชิดไปกับตัวผม ฝ่ามืออุ่นที่ผมชอบนักชอบหนาพยายามยื่นมาแตะมือผม หากเพราะผมอยู่ในอารมณ์ที่ไม่เหมือนก่อน ผมพยายามปัดป่ายสัมผัสของพี่..จนกระทั่งพี่เอ่ยปากพูด...ผมถึงกับสงบ แต่ก็ได้ไม่ถึงสองวิครึ่งหรอก เพราะตาผมเบิกกว้าง..กว้างพอๆ กับที่ปากตัวเองก็อ้าค้างอย่างตกใจ

“พี่ตกใจ..พี่ตกใจที่อยู่ๆ นายก็พูดเรื่องนี้ ตลอดมา..ที่เราอยู่มาด้วยกัน โดยที่ไม่เคยมี..เอ่อ..เรื่องพรรค์นั้นเลย นั่นไม่ใช่ว่าพี่จะไม่คิดนะ พี่น่ะคิด..คิดมาก..เพราะรู้ รู้ว่า..คยูฮยอนน่ะยังไม่พร้อม ถึงต้องอดทน..ต้องห้าม ต้องระงับใจ”

“.พ...พี่ซีวอน”

เห็นว่า..จะเป็นอย่างที่พี่ทงแฮว่า แม้กระทั่งพี่ของผม..เขาก็ยังคิด แล้วผมล่ะ..?

ผมคิด..คิดยังไงกับเรื่องนี้? มันควรแล้ว..มันดีแล้ว งั้นหรือ?

“คยูฮยอน..”

ผมยังคิดไม่ตก ในขณะที่พี่รวบตัวผมเข้าไปกอด สัมผัสปลายนิ้วที่อบอุ่น กลิ่นกายที่คุ้นเคย สัมผัสที่ทะนุถนอมราวกับตัวผมนั้นเปราะบางล้ำค่าเสียเหลือเกิน....พี่ซีวอน

..ผมควรจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี.. ในเมื่อความตะขิดตะขวงข้างในใจ ความไม่เข้าใจ ความลังเล ความสับสน ความว้าวุ่น วุ่นวายข้างในอกนั้น...ยังจัดการไม่จบสิ้นเสียที

“นอนเถอะนะ..พี่ขอโทษ ขอโทษที่ทำแบบนี้กับนายนะ..คยูฮยอน”

ผมปิดเปลือกตาลงช้าๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบกอดร่างของพี่ ลูบปลายนิ้วที่แผ่นหลังกว้าง เช่นเดียวกับปลายนิ้วของพี่ที่ลูบเส้นผมของผมอย่างอ่อนโยน..พี่กำลังขอโทษผม ได้อย่างอ่อนหวานจริงๆ

“รักผม..พี่รักผม..ใช่ไหม?”

“อื้ม..รัก.. พี่รักคยูฮยอน”

“งั้น..รักผม..รักผมให้มากกว่านี้....รัก..รักให้มาก..มากขึ้นเรื่อยๆ ได้ไหมครับ”

เราจูบกันแทบนับครั้งได้ และครั้งนี้..คงจะเป็นจูบที่ผมจะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ พี่จูบผมอย่างอ่อนหวาน อ่อนโยน ใช้จูบหวานๆ นี้ตอบคำถามที่ผมถาม ก่อนที่จะเอนกายผมลงนอนบนเตียงโดยที่กายของพี่คร่อมทับอยู่ข้างบน พี่จูบปรนเปรอผมจนแทบจะสำลักตายไปกับรสจูบที่มากมายมหาศาลจากที่อ่อนหวานกลับกลายเป็นจูบที่ถูกเพิ่มดีกรีความร้อนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ เสื้อผ้าของเราค่อยๆ ถูกปลดออกช้าๆ จากทั้งตัวผม..และจากตัวพี่

“สัญญานะครับ.. พี่ต้องสัญญานะครับ..ต้องรักผม..รักผม...รักผมให้มาก..ห้ามหยุดรัก”

“พี่สัญญา..สัญญาครับ....พี่รักคยูฮยอน..รัก..”

น้ำเสียงของเราแม้จะติดขัด..แม้จะฟังยากเท่าไร แต่มันกลับตราตรึงเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจ ซึมลึกเข้าไปข้างในสมอง..ถูกบันทึกไว้แน่นหนา.. จะจำไว้ไม่ลืม..ครั้งแรกของเรา..ครั้งแรกของผมกับพี่

ความอ่อนโยน ความอ่อนหวาน ความใจดี ค่อยเป็นค่อยไป การถูกเอาใจ การเอาแต่ใจ ความเร่าร้อน ความวาบหวาม..ทุกอย่าง ทุกสัมผัส ทุกการกระทำ ทุกสิ่งทุกอย่างในคืนนี้....ผมจะจำ จำและไม่มีวันลืม..






รุ่งเช้า.. ผมตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวแล่นไปทั่วทั้งกาย เผลอกัดปากกั้นเสียงร้องเจ็บเมื่อขยับกายพลิกเปลี่ยนท่านอนแล้วพาลทำให้ รู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งส่วนล่าง พี่ของผมยังคงนอนอยู่ข้างๆ ดวงหน้าคมคายที่มอบความหมายของคำว่า ‘รัก’ ในอีกรูปแบบหนึ่งให้กับผม.. พี่ของผมกำลังหลับอย่างสบาย เปลือกตาหนาปิดงับดวงตาคู่สวย ริมฝีปากคมระบายยิ้มบางๆ ประดับบนริมฝีปาก..พอให้รู้ว่าเจ้าตัวเขานั้นคงจะฝันดีเป็นแน่ รวมทั้งแผ่นอกเปลือยเปล่าที่กระเพื่อมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ

ผมมองอยู่นานจนเผลอยกมือขึ้นไล้ลูบกรอบหน้าหล่อเหลาอย่างเบามือ ลากปลายนิ้วแตะคิ้วเข้ม เปลือกตา จมูกโด่ง จนมาจรดลงที่ริมฝีปากหยักสวย ลากปลายนิ้วที่ริมฝีปากล่างตามที่ริมฝีปากวาดเป็นรอยยิ้มก่อนที่จะละปลาย นิ้วออก แล้วแทนที่ด้วยริมฝีปากของตัวเอง แตะริมฝีปากลงเบาๆ ก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็ว นอนลงอย่างเดิมแต่หันหลังให้ ยกฝ่ามือทั้งสองขึ้นลูบแก้มตัวเองเบาๆ ด้วยมาระลึกได้ถึง ความน่าไม่อายของตัวผมเอง..

แต่คงจะ..เทียบไม่ได้กับ..คืนนั้นของเราหรอก......แค่คิดก็อายไปถึงไหนแล้ว

เตียงขยับนิดๆ ตามที่อีกคนที่ร่วมแชร์เตียงกันขยับกาย เสียงงึมงำเบาๆ ดังมาจากพี่ที่ผมนอนหันหลังให้ ผมขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่แน่ใจของหูตัวเอง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันระงับอาการปากสั่น กลั้นใจค่อยๆ หันไปหาพี่ที่เหมือนกับกำลังสะลึมสะลือ ตายังไม่ทันเปิดดี แต่มือน่ะไปก่อนแล้ว มือสอดเข้ามาทางเอวเกี่ยวผมให้ตัวแนบชิด หากแต่....ถ้าผมจะไม่ได้ยินประโยคงึมงำๆ นั้นชัดเจนเข้าไปอีก

ภาษาจีน.. ชื่อใครสักคน..

พี่ของผมกำลังพูดภาษาจีนโดยที่คิดว่าผมเป็นใครสักคน พี่กระชับกอดผมแน่นเข้าไปอีกจนกลายเป็นว่ากายผมไปเกยอยู่บนตัวพี่แล้ว พี่กระซิบคำแว่วหวานภาษาจีน หัวเราะแผ่วๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาทำท่าจะจูบที่หน้าผากผม หากแต่...ผมในตอนนี้ คงจะทนรับมันไม่ไหวอีกแล้ว.. ผมผลักพี่สุดแรง จนพี่ต้องลืมตาขึ้นมา ยกมือขยี้ตา กระพริบตาหลายต่อหลายครั้ง..จนรู้ว่าคนอ้อมกอดที่พี่กอดอยู่นานสองนานนั้นหา ใช่คนที่พี่กำลังคุยอยู่ไม่... หากแต่เป็นผม

หัวใจผมแตกร้าว.. แตกสลาย..แตกไม่มีชิ้นดี..แตก..ละเอียด..

คำว่า ‘รัก’ ที่พร่ำพูดมาค่อนคืนนั้นหมายความว่าอย่างไร? มันไม่มีความหมายเลยงั้นหรือ?

คนที่พี่รักน่ะ...ผมหรือใครคนนั้น

ที่พี่กอดอยู่น่ะ..ผมนะ ผม...คยูฮยอน ไม่ใช่คนจีนคนนั้น..

ที่พี่จะจูบที่หน้าผากน่ะ...ไม่ใช่ผู้ชายคนที่พี่คุยด้วย แต่เป็นผม..

ผม... ผม...โจคยูฮยอน..

ผมเป็นผม..ผมไม่ใช่ใครคนอื่น

ที่พี่ทำกับผมแบบนี้..มันหมายความว่าอย่างไร?

พี่รักผม? ...พี่รักผม..งั้นเหรอ?

คำว่า ‘รัก’ ของพี่ที่พร่ำบอกผมน่ะ...คำมั่นสัญญาที่ย้ำนักย้ำหนา..

ทุกอย่าง..มันไม่มีความหมายเลยใช่ไหม?






LOVE is…nothing



user posted image



ขออภัยในความฟิต เขียนสั้น ลงเร็ว ตอนละนิดๆ จะได้ไม่เหนื่อย (เหรอ?)
อยากเขียน day3 อยากทำ เด็กของซี(วอน)ให้จบ อยากเขียน กิ้ก
ฮ่วย.. ทำอะไรทีเดียวพร้อมกันได้ไหม???

ตอนที่แล้วลงตอนตี2มั้ง
ตอนนี้ 5 โมงเย็นเกือบๆ 6 โมงแล้ว
แอบเหนื่อย...ไม่ได้กลับบ้าน T T
เลยอยู่ปั่นฟิค อยากทำสถิติเดิม เดือนนึง 8-9 ตอน โอ้ว! ฟิตมาก
ตอนนี้แก่.......ไม่ไหว

ได้ฟิคมาตอนนี้..มันสดไปหน่อย
แต่พล็อตก็ใกล้ๆ นี้
มาทายกันดีกว่า
ตอนหน้าจะเป็นตอนชื่ออะไรดี
LOVE is...??
user posted image



ps1 ย้ำ FIC for HBD นะ55+
ps2 เรทตอนนี้คือ....???
ps3 ตอนหน้าเดี๋ยวจะพาไป fantasy แบบมึนๆ ละ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอ่อ..

คนจีนคนนั้นเป็นใครรึ??

จะเป็นฮันเกิงรึป่าว

หรือว่าโจวหมี่

หรือจะเป็นเฮนรี่ -*-

อ่อยไม่อยากเดาเลยนิ sad smile

สงสารน้องคยูอ่า

คิดมากเลย..

แล้วที่นี้จะทำยังไงหล่ะวอน angry smile

น้องทั้งน้อยใจ แล้วก็ทั้งโกรธเลยนะเนี่ย

#1 By mhoomin (58.9.101.84) on 2009-08-16 23:45

วอน..
ละเมออารายยย..
คนจีนที่หนายยยย..
กี้เสียใจนะเนี่ย..
ทำงี้..
มันน่านักอ่ะ..

#2 By zzna on 2009-11-07 23:02