[FIC] in my room : part X
posted on 08 Jun 2009 22:52 by zeazand in Fiction, SuJu, WonKyu
Title :: in my room
Author :: ZeA*
Couple :: Siwon x Kyuhyun ft (เยอะอ่ะ อย่าให้พล่าม คือ จริงๆ อยากแต่งคู่อื่นด้วยนะ..แต่ซอรี่ๆ เวลาไม่พอ)
Part :: X
Rate :: G (only!) <<ลบล้างช็อตฟิกเรื่องใหม่ของเดือนนี้
อิสระ....งั้นเหรอ?
..ต้องการสิ ผมต้องการ..ต้องการมัน..
เสียงวัตถุทรงกลมสีส้มกระแทกลงกับพื้นคอนกรีต..ตึง..ตึง..ครั้งแล้วครั้งเล่า
ผู้ชายแปดคนกำลังวิ่งวุ่นยกมือยกไม้ ก้าวเท้าซ้ายทีขวาที เล่นหูเล่นตา
อ้อมตัวดักซ้ายดักขวา วิ่งกันให้ทั่ว..เหงื่อแตกโทรมกาย
แต่จุดหมายเดียวกันก็เพียงเพื่อ..แย่งไอ้เจ้าวัตถุทรงกลมสีส้มนี่
ดวงตาสีนิลจับจ้องดูการเคลื่อนที่ของเจ้าลูกบาสสีส้มหม่นที่ผลัดเปลี่ยนไปอยู่
ในมือใหญ่ของผู้ร่วมทีม
ก่อนที่จะถูกส่งให้มาอยู่ในมือของเขา..อย่างจงใจให้รับมาได้อย่างสบายๆ
ดวงตาของคนสองคนเผลอสบกันราวกับตั้งใจ ชั่วอึกใจ..ที่เผลอหยุดการกระทำใดๆ ยืนนิ่ง จ้องลึกเข้าไปข้างในดวงตาสีเข้มนั่น
..ประกายมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้..
สิ่งที่ปรากฏในดวงตาคู่นี้ ทำเอาเผลอตัวเผลอใจจดจ้องเสียจนเสียงห้าวๆ
ของเพื่อนร่วมทีมอีกคนต้องส่งเสียงเรียก เผลอสะดุ้งร่างเฮือก
เดาะลูกบาสลงกับพื้นก่อนจะก้าวเท้าอีกสองสามก้าวหลบการ์ดตรงหน้า
แล้วจัดการชู้ทลูกบาสลงห่วง..อย่างพอดิบ..พอดี
"เฮ!! ชนะแล้ว"
เสียงเฮของเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนดังลั่นสนาม
ทั้งสองเดินมาสมทบกับอีกสองคนที่เป็นสองคนสุดท้ายที่ได้ครอบครองบอลก่อนจะ
เป็นฝ่ายชนะในคะแนน 50 แต้ม แมทช์เล่นๆ ง่ายๆ
ที่เดิมพันด้วยการที่ฝ่ายแพ้จะต้องเลี้ยงข้าวจบแล้วเรียบร้อย!
"เฮ้ย! คยูฮยอน.. นายไปทำไงมาวะ เรียกซีวอนมาเล่นกับพวกเราได้อ่ะ"
วงเหล้าเล็กๆ หลังจากจบมื้ออาหารหนักๆ ที่บรรดาผู้หิวโซทั้งแปดซัดกันจบไปยกหนึ่ง ถูกตั้งขึ้นอีกรอบด้วยไอ้หัวโจก..ที่ไม่ใช่ใครเลย!
แขนขาวๆ
ของปาร์คแทจุนยกขึ้นกอดคอผมแล้วส่งเสียงถามแข่งกับเสียงเพลงในร้าน..ที่
วันนี้มีร้องเพลงสดด้วย ก็เพราะยังงี้น่ะแหละ!
ไอ้พวกนี้ถึงได้ลากผมมานั่งแหมะอยู่ที่นี่น่ะ...เพราะเป็นวันพิเศษ..ของมัน
(จริงๆ เพื่อนของไอ้แทจุนมันจะมาส่องนักร้องหรอก)
แทจุนตบเข้าที่ไหล่ผมอีกป้าบ! เมื่อเห็นว่าผมเหม่อๆ เงียบ..แล้วยังไม่ตอบมันอีก
เหอะ! จะให้ตอบยังไงล่ะ!
ไม่ได้ชวนเลยครับผม!! ด้วยความสัตย์จริง! ให้โจคยูฮยอนคนนี้สาบานเลยเอ้า!
แค่ตกเย็นหลังจากนอนกลิ้งบนเตียง เปิดแอร์เย็นฉ่ำ
หมกตัวอยู่ในห้องส่วนตัวที่มีคนมาทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้ว
ผมก็แงะตัวเองขึ้นมา..จะหาเรื่องไปเสียเหงื่อสักหน่อย
ออกมาจากห้องก็เจอไอ้คนที่โดนพาดพิงถามนี่กลับเข้ามาถึงห้องพอดี
ไอ้จะให้เดินหนี เดินออกจากห้องแล้วไม่บอกอะไร..มันก็ได้แค่ฝันนี่แหละ
ไอ้หมอนี่จะอะไรนักหนา..กะอีแค่ คุณมารดาที่รักฝากฝังให้ดูแล แค่นี้!!! ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมาทำเป็นผู้ปกครอง...ขนาดนั้นเล้ย!!
โตแล้ว..ดูแลตัวเองได้ ......เอ่อ..คงจะไม่ทำอะไรพลาดอีกแล้วล่ะน่า
ก็เพราะนั่นแหละ.. บอกว่าจะลงไปเล่นบาส
ก็แค่นั้นแหละ..ได้มาเลยไม่ทันจะเอ่ยอะไรสักแอะ
ปากหมอนั่นก็ขอตามมาเล่นซะเฉยๆ ดูเข้าสิ! คนเขาชวนเหรอ?
"เฮ้ย! เมาแล้วไงวะ? ได้ยินไหมเนี่ย? "
"..ป..เปล่าๆ ก็ไม่อะไรหรอก หมอนั่นขอมาเล่นด้วยเองอ่ะ"
ไอ้แทจุนฟังแล้วก็ตาโต ทำหน้าไม่อยากเชื่อ.. อะไรของมันเนี่ย? อย่างหมอนั่นน่ะ เรื่องหน้าด้านๆ ล่ะถนัดนัก..หรือไม่ใช่?
"บ้าน่ะ.. อย่างหมอนั่นน่ะนะ มีขอมาเล่นด้วยน่ะ..คือว่านะ
รอบที่แล้วที่ได้เล่นด้วยกันน่ะ
ถ้าไอ้ซีวอนไม่ว่างมากถึงขั้นไม่มีอะไรจะทำอย่างตอนนั้นนะ
อย่าหวังเลย...พูดก็พูดเหอะว่ะ แปลก! ยิ่งช่วงจะเปิดเทอมแบบนี้น่ะ...."
"ทำไมเหรอ? เปิดเทอมแล้วไงอ่ะ? ก็เห็นไอ้หมอนี่ลอยหน้าลอยตาอยู่เลย.."
ไอ้แทจุนส่ายหน้ามึนๆ ยกมือขาวๆ ของมันตบไหล่ผมอีกป้าบ ตาสว่างเลยล่ะ วางแก้วในมือไว้บนโต๊ะแล้วหันหน้าไปฟังมันต่อ
"ก็นะ.. หมอนั่นน่ะ คนดัง เคยบอกแล้วใช่มะ? ก็นั่นแหละ..หมอนี่ทำงานเยอะ
ยิ่งช่วงใกล้เปิดเทอมก็ต้องมีเตรียมรับน้อง เตรียมงานอีกโคตร..ของโคตรเยอะ
แปลกดีว่ะ! คนอย่างไอ้หมอนี่..ยังมาทำท่าสบายๆ เหมือนกับคนว่างๆ ได้ด้วย"
จะว่ามัน..ใช่ก็ไม่เชิง
ก็ว่า ทำไมเห็นไอ้หมอนี่เอะอะก็ไปทำธุระ ไปข้างนอก ไปหาเพื่อน ไปมหาลัยฯ
อ๋อ! ยังงี้เองหรอ.. เฮ้ย!! แล้วผมจะสนใจเรื่องหมอนี่ทำไมล่ะ
รู้ไปแล้วจะช่วยอะไร? ไม่ใช่เรื่องเลย..
"คยูฮยอน ไม่ต้องดื่มแล้วนะ..เราน่ะ"
ได้ยินเสียงทุ้มๆ ของไอ้รูมเมทหน้าหล่อเรียก
คิ้วก็ขมวดซะจนเป็นโบว์หันไปส่งสายตาเข่นเขี้ยวไม่ยอมแพ้
ยกแก้วบนโต๊ะขึ้นกรอกปากประชดมันซะเลย!
มีที่ไหน! มาทำเป็นสั่ง! มาทำเป็นห้าม! เหอะ!!
"เฮ้ย! พอๆ พอเลย.. ไม่เอา"
"ยุ่งน่า.. นายน่ะ ดื่มไปเงียบๆ ไป"
กระแทกคำใส่หน้า แล้วส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ยกแก้วในมือขึ้นดื่มอีกครั้งจนหมดแก้ว
วางแก้วลงบนโต๊ะ..แต่คิ้วยังไม่คลายลงสักเท่าไหร่
เหล้าที่นี่สมราคา..ไม่นุ่มคอเลยจริงๆ
กวาดตามองกลุ่มเพื่อนบางคนที่
ส่งสายตาแปลกๆ มาที่ผมกับไอ้บ้าหน้าหล่อ..ที่วันนี้มาบทแปลก..ทำมาห่วง
หันไปมองไอ้แทจุนมันก็ทำหน้าตกใจเล็กๆ
หันหน้ากลับไปดูนักร้องร้องเพลงแทน..อะไรของมัน
"คยูฮยอน.. กลับห้องเถอะ พี่ไม่อยากให้เราเมา"
นึกว่าจะจบแล้ว.. ที่ไหนได้ ก็ยังไม่วายวกกลับมาทำมาเรียกให้กลับน่ะ...เป็นพ่อ?
"ถ้านายรีบ..กลับก่อนเลย ผมมีกุญแจห้อง"
คราวนี้ไอ้ว่าที่พ่อคนที่สองขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งตามผมซะละ ลุกขึ้นจากเก้าอี้อีกฝั่งเดินอ้อมมายืนใกล้ๆ ส่งสายตาเป็นเชิงสั่งแกมบังคับ
เจอแบบนี้..มันหนาวๆ ร้อนๆ ชอบกลนะ หมอนี่.....ไม่เคยทำหน้าแบบนี้เลย ดูท่า..จะเอาจริง แล้วมีเรอะ? .....ผมคนนี้จะกลัวน่ะ
"นายกลับไปก่อนดิ.. ไม่ต้องลากไปด้วยหรอก ผมมีขา..กลับเองได้"
สุดท้ายแล้ว.. ที่ทำปากเก่ง ที่ทำอวดดี ที่ทำเป็นดื้อไม่ยอม
แล้วก็จนได้ ไอ้บ้าซีวอนดึงแขนให้ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้
บรรดาเพื่อนร่วมโต๊ะต่างหันหน้าจากหน้าของนักร้องมามองผมกับซีวอนกันแทบจะ
พร้อมกัน ไม่มีใครพูด..มีแต่มอง มอง มอง....มองกันทำไมวะ! ช่วยกันหน่อยดิ!!
"แทจุน ไปก่อนนะเว้ย พาไอ้เด็กนี่กลับก่อน.."
ไอ้แทจุนทำหน้าเอ๋อนิดๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ ทำท่าจะเอ่ยปากต่อ ไอ้คนข้างๆ ผมก็เอ่ยปากให้เสร็จสรรพก่อนจะลากผมเดินออกจากร้านเฉยเลย
"ไว้เดี๋ยวฝากคยูฮยอนมาจ่ายให้นะ.. ค่าเหล้าน่ะ"
"ยุ่งจริงเลย! "
ฮึดฮัดๆ ผมกำลังโมโห..โคตรๆ มีที่ไหน มาลากเดินออกจากโต๊ะแบบนั้นน่ะ
แล้วคราวหน้าเจอกับไอ้พวกนั้น...จะเอาหน้าไปไว้ไหนครับ? ก็ดูเข้าสิ! ทำยังกับ..ลูกหนีเที่ยวอ่ะ
"คยูฮยอนก็อย่าดื้อสิ ถ้าเราไม่ดื่มต่อ..นั่งคุยกันเรื่อยๆ พี่ก็คงไม่พากลับหรอก"
"หึ แล้วมันใช่เรื่องของนายไหม? ผมไม่ได้ขอร้องให้พากลับเลย..นี่มันเรื่องของผม ผมจัดการเองได้"
ผมว่าหน้ายุ่งแกะแขนออกจากการเกาะกุมของไอ้หมอนี่ได้
ก็กระแทกเท้าเดินเข้าห้อง คว้าหยิบผ้าขนหนูตรงดิ่งเข้าห้องน้ำ
ถอดชุดเปียกเหงื่อหน่อยๆ วางไว้ข้างๆ แล้วหมุนเปิดน้ำให้ไหลกระทบใบหน้า
กระทบหัว..เอาให้มันเย็นหน่อย! ดับอารมณ์เดือดปุดๆ นี่ลง..บ้าง
ทำใจ..ให้เย็นลงหน่อย เพราะ..ผมยังไม่อยากกัดกับคนครับ!
ออกมาจากห้องน้ำ..ด้วยสภาพล่อแหลมอีกเหมือนเคย สารภาพครับ!
อารมณ์ว่ามันกำลังเคืองๆ เดือดๆ เลย..จะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำลูกเดียว
ออกมา..ก็แบบนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจยั่วนะ!
แต่ก็ดีน่ะ หมอนั่นไม่อยู่น่ะ ผมจะได้ไม่ต้องมาเสียวว่า..เดินออกมาแบบนี้จะแล้วจะเจอ...แบบเมื่อวานอีก
ก้าวเท้าเดินตรงไปยังห้องของผม เปิดประตูเข้าไปควานหาเสื้อผ้าแต่งตัวเรียบร้อย
แต่ไอ้ครั้นออกมา..กะจะหาน้ำดื่มให้หายคอแห้งหน่อย กลับเจอไอ้หมอนี่ซะเฉย!
อยู่ที่ครัวนี่เอง..ดูเข้าสิ คุยโทรศัพท์ด้วยล่ะ...ยิ้มซะ
อย่าว่างั้นงี้เลยนะ.. มีไหม? คุยๆ กับผมแล้วจะทำหน้าตาแบบนี้น่ะ มีที่ไหน
เจอหน้ากัน คุยกันทีไร..เป็นต้องกวนประสาท ชวนให้ผมทะเลาะทุกที ..ยิ้มน่ะ หวานเกิ้นนน
ผมเดินกระแทกเท้าตรงเข้าไปในส่วนครัว
ทำเป็นไม่สนใจการมีตัวตนของหมอนั่นที่กำลังยืนพิงเคาเตอร์มือนึงถือโทรศัพท์
อีกมือถือแก้วที่บรรจุน้ำเปล่า
เดินตรงเข้าไปเปิดตู้เย็น..ถือวิสาสะหยิบน้ำขวดหนึ่งสภาพใหม่เอี่ยมออกมา
ตั้งท่าจะโกยกลับห้อง แต่มือหนาๆ ของหมอนั่นก็(ตะปบ)เข้าที่ไหล่
..มาเงียบๆ เล่นเอาซะผวา ..เผลอตัวสะดุ้งโหยง..
ตาย..ตายแล้ว โจคยูฮยอน นายกลายเป็นพวกขวัญอ่อนแต่ตอนไหนเนี่ย
"ม..มีอะไร? "
เก็กหน้านิ่ง ถามออกไปทั้งที่ยังหันหลัง พยายามจะสะบัดไหล่ให้มือใหญ่ๆ นั่นออก
แต่ดูเข้าสิ! เหมือนแกล้งอ่ะ.. ไอ้คุณเชวซีวอนจับไหล่ผมแน่นเลย
"เอาแก้วไหม? "
หา?
เรียกผมให้หยุด(แล้วขวัญผวา)...เพื่อสิ่งนี้?
หันหน้ากลับไปเลิกคิ้วมองซีวอนหน้ากวนๆ ปัดมือที่ไหล่ออก แล้วชูมืออีกข้างที่ถือขวดน้ำขึ้น
"ไม่เป็นไร.. นายคุยโทรศัพท์ต่อเหอะ"
แปลก..!
ซีวอนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ไม่ต่อความต่อ ไม่ยื้อ ไม่ตื้อ แปลก..จริงๆ นะ
ทุกทีเป็นอันต้องกวน ต้องแกล้ง ....คงเพราะปลายสายนั่นล่ะมั้งนะ คงจะสำคัญ
ช่างหัวมัน.. จะใส่ใจทำไม หมอนั่นจะคุยกับเพื่อน กับแฟน กับใคร...ก็ช่าง......สิ
มันน่ารำคาญตัวเองเป็นบ้าเลย! ทำไมจะต้องมาคิดสนใจไอ้คุณท่านซีวอนนั่นด้วยนะ... แย่ชะมัด!
ผมหันหลังให้เขา แล้วส่ายหน้าปลงกับตัวเอง
ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงกลับห้องตัวเอง
ปิดประตูแล้วลากขาตรงมาทิ้งตัวลงบนปลายเตียง
หมุนเปิดฝาขวดน้ำขึ้นแนบแตะปากขวดกับริมฝีปาก
ส่งน้ำลงคอไปหลายอึก...ก่อนจะเผลอสะดุ้ง สำลักไอจนหน้าแดง
วางขวดน้ำลงบนพื้น
ก่อนจะเด้งตัวขึ้นกวาดตาหาเจ้าของเสียงเพลงลั่นห้องไป..ไอค่อกแค่กไป
โทรมาได้จริงๆ โทรมาได้จังหวะ...สุดๆ
ไอ้เพื่อนรักสุดเลิฟ..เหอะ
ทันทีที่กวาดตามองเจอก็คว้าหยิบมาแนบหู
กรอกเสียงลงไปด้วยน้ำเสียงติดจะดีใจหน่อยๆ ด้วยเพราะ..ถ้ามันโทรมาตอนนี้
ก็แสดงว่าพรุ่งนี้มันคงจะไปเคลียร์เรื่องที่ซุกหัวนอนให้ผมแหงๆ
“ไง คิบอม”
ปลายสายหัวเราะในคอเบาๆ พอให้ได้ยิน
หากถ้าเป็นวันอื่น..ผมคงจะด่ากราดมันไปสักยก
แต่เพราะนี่มันเป็นอารมณ์ประมาณว่า ‘พรุ่งนี้ก็จะเป็นอิสระจะจากที่นี่’
เลย..ไม่ถือโทษโกรธให้เสียความ
“เออๆ ทักกูซะจนกูนึกว่าคนอื่นทักนะ.. หึ เป็นไงบ้างล่ะ? ”
“เป็นไง? ...กูก็สบายดีไง”
“ไม่ใช่ๆ กูถามถึงเรื่องมึง...กับไอ้รูมเมทมึงอ่ะ เป็นไง? ”
แทบอยากจะขอถอนคำพูดเมื่อตะกี้เลยครับ! ผมไม่สบายดีแล้วครับ!!
ผมกำลังปวดหัว..ปวดประสาทกับไอ้หมอนี่สุดๆ ..ไอ้บ้าที่วันๆ เอาแต่แกล้ง
เอาแต่แหย่ เอาแต่ปั่นหัว ปั่นป่วน..แม้กระทั่งอวัยวะในอกนี่
....แม่งวันนี้ผมเป็นไงวะ? ทำไมต้องคิดอะไรเรื่องหมอนั่น..บ่อยจริง
จะแคร์ทำไม? หมอนั่นจะอะไรกับใคร..น่ะ
“อะไรมึง? เงียบเลย...
เงียบนี่แปลว่า ดี..สนิทกันแล้วใช่ไหม? โอเค.....งั้นพรุ่งนี้กูก็สบาย
โล่งล่ะ..เอาเวลาไปเคลียร์กับคุณนายโจ
เปลี่ยนมาเป็นเดทกับแฟนดีกว่า...ดีไหม? ”
“เฮ้ย!! ไอ้คุณชายคิม..อย่าเพิ่งดิ! แม่ง..พูดเองเออเองเลยนะเว้ย! ช่วยกันก่อนดิ....นะ ไอ้เพื่อนรัก พรุ่งนี้นะ..ช่วยกูนะ”
ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ก่อนที่ไอ้เพื่อนรักจะกลอกสายกลับมา เผลอระบายยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปาก...หากอีกใจกลับรู้สึกขัดๆ
“โอเค พรุ่งนี้..มึงมาที่บ้านกูก่อน มาเตี๊ยมกันนะ แล้วเดี๋ยวค่อยไปบ้านมึงกัน...โอเคนะ”
เป็นบ้าอะไรเนี่ย!!
ตื่นก็สาย แถมต้องให้ไอ้คิบอมต้องโทรมาปลุกแบบนี้น่ะ
ผมกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียง ผ้าห่มผ้าอะไรไม่พับมันแล้ว
เร่งก้าวเท้าคว้าผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าตรงไปยังห้องน้ำ
เอื้อมมือคว้าลูกบิด หมุนแล้วปรากฏว่า..ล็อก..?
ยืนนิ่งฟังให้ดีๆ มีเสียงน้ำดังมาจากข้างใน..
แค่ได้ยินก็เผลอจินตนาการล้ำไกลไปจนถึง....ภาพเมื่อครั้งแรกที่เจอ
เลยไปยัง...อะไรมีมากเทียบเท่าที่ได้ฟังจากปากคนข้างในนั้น
แค่คิดหน้ามันก็ร้อน มือมันก็สั่น กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ตั้งใจจะก้าวเท้าถอยหลัง หากขามันก็ไม่ยอมทำตาม บานประตูห้องน้ำถูกเปิดออก
ดวงตาที่หรุบลงต่ำเผลอเลื่อนมองปลายเท้าเปลือยเปล่าที่มีน้ำติดอยู่
เท้าทั้งสองกำลังก้าวออกมาจากห้องน้ำ..ตรงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า
มืออุ่นแตะเข้าที่ไหล่เรียกให้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ลอบถอนหายใจเบาๆ
ด้วยเพราะ..สภาพของคนที่ออกมาจากห้องน้ำ อยู่ในสภาพปกติดี
ซีวอนแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
หาก..มันจะคงดี
ถ้าคนตรงหน้าไม่สังเกตเห็นท่าทีเวิ่นเว้อ งกๆ เงิ่นๆ
ของผมที่ดูตลกพิลึก..ในเวลามองเขา
ไอ้คุณซีวอนกระตุกยิ้มกว้าง..ที่หากใครมองคงคิดว่า โคตรจะดูดี
แต่สำหรับผมน่ะ..มองแล้วรู้สึกโคตรจะกวนประสาท หมอนั่นส่งยิ้มมาให้
แต่มีเรอะ! ผมน่ะจะยิ้มกลับน่ะ ก็เล่น..เจอพูดแบบนี้น่ะ
“มองพี่แบบนี้...คิดอะไรอยู่ครับ? ”
“..ป..เปล่าเว้ย! หลีกทางผมเลย เกะกะ! ”
อีกแล้ว..มันแกล้งผม! ทันทีที่รู้สึกร้อนๆ ที่ใบหน้าก็ร้องโวยเอะอะ(กลบเกลื่อน)
ใช้มือยันไหล่หมอนั่นให้พ้นทาง แล้ววิ่งปรู้ดเข้าห้องน้ำเร็วไว
ด้วยเพราะว่า...กลัวที่หมอนั่นจะพูดอะไรให้ชวนรู้สึกแปลกๆ
ในใจมากไป..กว่านี้
ออกมาจากห้องน้ำ ก็ได้กลิ่นหอมๆ
มาจากทางห้องครัว เผลอปล่อยตัวเดินทางกลิ่นมาจนถึงส่วนครัวของห้อง
ยืนขืนตัวเองด้วยเพราะเห็นแผ่นหลังคุ้นเคยของหมอนั่น
ที่แลดูเหมือนว่ากำลังทำอะไรบางอย่างที่เตาแก๊ส ...แต่มองไม่เห็น
ซีวอนตัวใหญ่อ่ะ..บังซะมิด เล่นเอาผมมองไม่เห็นว่าทำอะไร
นานจนกระทั่งซีวอนหันกลับมา เผลอจ้องสบตากัน ก่อนที่จะรีบเบนสายตาหนี
แสร้งทำเป็นมองจอโทรทัศน์ที่เปิดไว้ราวกับว่าน่าสนใจเสียเหลือเกิน
ครั้นพอได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มๆ มาจากคนที่กำลังจัดโต๊ะทานข้าวอยู่
ก็รีบตวัดตากลับมามอง คิ้วเผลอขมวด เมื่อเห็นจานที่วางบนโต๊ะมีอยู่สองจาน
“ทานด้วยกันสิ พี่ว่างๆ ก็เลยทำให้ทานด้วยกันตอนเช้า”
ซีวอนว่ายิ้มๆ ผมจับจ้องมองสีหน้าท่าทาง น้ำเสียง
..ไม่ได้เจอความรู้สึกอื่นใด มากไปกว่า ความจริงใจ.. คิ้วเผลอขมวดมุ่น
ไม่เข้าใจคนตรงหน้า...หากเป็นตัวผมมากว่าที่น่าจะรีบถามตัวเองเอาคำตอบให้
ได้สักที! ทำไมผมถึงได้มานั่งตรงนี้แล้วล่ะ
แถมมือยังใช้ส้อมม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เตรียมส่งเข้าปากแล้วอีก....... งี่เง่าสุด!
“อร่อยไหม? ”
จะแกล้งตอบไปว่า.. ‘ไม่อร่อย’
ก็ไม่ได้อีกล่ะ! อร่อย...ใช่ครับ มันอร่อย เส้นหอมๆ กับกลิ่นเนยจางๆ
แล้วยังซอสที่ใช้ผัดรวมถึงราดไว้ข้างบนอีก..ปฏิเสธไม่ได้ว่า อร่อย!
แต่ถ้า...ชมไป มันก็เสียฟอร์ม ถูกไหม? เพราะงั้นนะ อย่าตอบ
เงียบเข้าไว้ กินๆ ให้หมด...แล้วจะได้ไปหาไอ้คิบอม.....สักที เฮ้ย!
มัวแต่มานั่งกินสบายใจแบบนี้ได้ไงเล่า!?
ผมสะดุ้งตัววางส้อมในมือลง
บนจานสปาเก็ตตี้ที่พร่องไปเกือบจะหมด ปากเคี้ยวเส้นสปาเก็ตตี้หยับๆ
จนละเอียดพอก่อนจะกลืนลงคอ เอื้อมมือหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดปาก
กล่าวคำขอบคุณสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหนีเข้าห้อง
ฉวยหยิบข้าวของติดตัวตามปกติก่อนจะออกมาอีกที
ใบหน้าหล่อสว่างของซีวอนก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าห้องเสียอย่างนั้น
“..ม..มีอะไร? ”
ซีวอนกระตุกยิ้มกวนได้โล่ ขยับเคลื่อนใบหน้าเข้าหา
เป่าลมหายใจออกปะทะใบหน้าผม เจอแบบนี้แล้ว..ขมวดคิ้ว นิ่วหน้า หน้าร้อน
ขาแข็ง...โอย ผมมันจะเป็นอะไรเนี่ย!!?? เจอแบบนี้ทีไร
ทำไมมันต้อง..ตัวแข็งทื่อ ทุกทีวะ!
ตั้งสติเซ่! ตั้งสติ!!
นายจะกลัวอะไร..กับอีแค่คนพรรค์นี้ ถ้ามันทำ...ก็ทำไปแล้ว
ไม่มายืนลอยหน้าอยู่แบบนี้หรอก ตั้งสติ! ผลักหมอนี่! ผลักหมอนี่ออกสิ!
ตั้งสติในใจเป็นผลสำเร็จ ออกแรงผลักไหล่คนตรงหน้าไปสุดแรง
จนเขาต้องหลีกให้พ้นทาง ผมถอนหายใจออกอย่างโล่งอก พลางปลอบใจตัวเองเบาๆ
ว่า “ไม่เป็นไร..แล้วนะ” แอบเหล่ตามองซีวอนที่ตีหน้าสงสัยมองมาที่ผม..เขาที่ครั้งนี้ไม่ยักกะพูดไม่ยอมโวย แต่กลับเงียบ
ผมก็แปลกใจตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ แต่เหนือสิ่งอื่นใด..
ผมหันหน้ากลับย่ำเท้าเดินตรงไปยังประตู ก้าวเท้าติดจะรีบ
หมายจะเร่งหนีให้พ้นจากสถานการณ์ชวนปวดอกแบบนี้..เสียที
แต่ดูท่า...จะไม่ทันซะแล้ว
“จะไปไหนเนี่ย? ไปข้างนอกหรอครับ คยูฮยอน”
ซีวอนวิ่งมาดักอยู่ตรงหน้า ในมือมีกุญแจรถอยู่ด้วย แค่ปลายตามองเห็น
หัวใจก็หล่นวูบ...ไม่ดีแน่! ผมส่ายหน้ารัวๆ
ก้าวเท้าถอยหลังรักษาระยะห่างออกมานิดหน่อย ก้าวไปได้แค่ก้าวเดียว
แขนใหญ่ๆ
ของหมอนั่นก็ยื่นเข้ามาล็อกคอดึงตัวผมให้กลับมายืนใกล้เขา..มากเสียกว่าเดิม
“ปล่อยผมดิ! ”
ผมโวยทั้งที่หน้าร้อน จะบ้าตาย...ไอ้บ้านี่! จะแกล้งกันไปไหน! รู้ไหม?
ผมจะบ้าตาย..จะบ้าตายกับไอ้ท่าทีของคุณนั่นแหละ จะทำแบบนี้ทำไมครับ?
ใช่เพื่อนเล่น? ใช่คนสนิทสนมหรือไงครับ?
ซีวอนไม่สนใจท่าทีโมโหของผม
เลยสักนิด มืออีกข้างของเขาหมุนลูกบิดเปิดประตูห้องออกซะเฉย
แค่มองก็รู้...หมอนี่ตั้งใจจะเป็นคนดีไปส่งผมน่ะ! แต่ขอร้องเหอะนะ...อย่าเสร่อได้ไหมครับ!
“อย่ายุ่งน่า...ผมจะไปหาเพื่อน ไม่ต้องไปส่งหรอก”
ซีวอนมองหน้าผม ฟังผม แล้วก็หัวเราะออกมา... ดูมันทำเข้า! ขำผมทำไม? มีอะไรน่าขำนักหนา??
“ใครว่าจะไปส่ง.. พี่จะไปข้างนอกต่างหาก”
“แล้วไงล่ะ? จะมาลากคอผมไปด้วยเหรอไง? ”
ผมตอนนี้หน้าบูดสนิท พยายามแงะมือที่ล็อกคออกเท่าไหร่ ก็ดูท่าจะไม่ได้ผลเลย! นี่มันแขนหรืออะไรเนี่ย? หนีบซะแน่นเลย!!
“ก็..เปล่า แต่จะไปด้วยกัน..ก็ดีนะ”
อะไร? ไปด้วยกัน? ไปทำไม? ดีเหรอ?
“ไปไหนน่ะ? ....เฮ้ยๆ อย่ามองกันแบบนั้นดิ! ไม่ได้อยากไปด้วยเลยนะ ผมแค่จะถามว่าไปไหนหรอก”
ซีวอนขำพรวดเมื่อเห็นท่าทีร้อนรนเร่งแก้ตัวปฏิเสธเกินหน้าเกินตาของผม
ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะหมอนี่ผมยิ่งเดือด เม้มปากอย่างเก็บอารมณ์
กลอกตาคิดหาวิธีแก้แค้น
ก่อนจะนึกอะไรได้..เสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
ผมอาศัยช่วงนี้ที่ไอ้คุณซีวอนที่รักยิ่งกำลังเผลอ เหยียบ(กระทืบ)
เท้าตัวเองลงที่เท้าเขา
ไม่ยืนรอฟังเสียงร้องเจ็บของคนโดนประทุษร้ายรวมทั้งหัวเราะให้สะใจ
รีบก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้อง ตรงเข้าลิฟท์ไปอย่าง....เฉียดฉิว
“ไอ้ชายโจ มาสายนะมึง..นัดกี่โมงหะ! ”
“เออๆ กูผิดเอง..มีอุบัติเหตุนิดหน่อย”
ยกมือปัดไปปัดมาปฏิเสธ ก่อนจะสะบัดลมหายใจทิ้ง
แล้วทิ้งตัวลงนั่งพิงหลังบนเก้าอี้โต๊ะทำงานในห้องของเพื่อนสนิท
เพ่งสายตามองตรงไปยังใบหน้าคมคายของเพื่อนรักที่ฉายประกายกรุ่นหน่อยๆ
หากถ้ามองให้ดีๆ ...คงจะไม่ใช่เรื่องที่มาสาย
หากแต่เป็นเรื่องที่นัดมาคุยนี่มากกว่า!
“คยูฮยอน แน่ใจนะ? ”
“ก็เออดิ! แน่เสียยิ่งกว่าแน่!! ว่ามาเลยน่า..จะให้ทำไงบ้าง”
คิบอมยังคงหน้าเครียดเหมือนเดิม เห็นแล้วรู้สึกขัดหูขัดตา
ผมเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้มาทิ้งตัวนั่งบนเตียงใกล้ๆ กับมัน
แล้วแถมโปรโมชั่นพิเศษอย่างตบไหล่พ่วงตบหัวมันไปอย่างละที
“ทำไรกูเนี่ย! กูจะช่วยมึงนะ... ไอ้บ้านี่! ”
“เฮ้ย! อย่าเครียดดิ.. เดี๋ยวแก่เร็วนะเว้ย มา..เล่ามาๆ มึงอ่ะจะทำอะไร แล้วกูด้วย..กูต้องพูดอะไรไหม? ”
เห็นคิบอมคลายคิ้วลงบ้างแล้ว ผมถึงค่อยสบายใจ หัวเราะออกมาเบาๆ
ก่อนจะดึงหัวมันให้หันมา
เริ่มฟังเริ่มเล่าแผนการที่ฝากฝังให้คิบอมมันช่วยเหลือ..และหวังว่า
นี่คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ.....ขอให้เป็นแบบนั้นเหอะ!
ขอให้สำเร็จ... ผมไม่อยากจะร่วมห้องกับคนแปลกพิลึก ชวนอกสั่นขวัญแขวน..อีกแล้ว!!
ตกลงบทกันเสร็จสรรพ คิบอมก็เตรียมอุปกรณ์เสริมมาแล้วด้วย เราเดินทางไปที่บ้านของผมด้วยรถของไอ้คิบอม คือตอนแรกผมชิ่ง(หนี)
มาด้วยแท็กซี่น่ะนะ.. และมาถึงที่บ้านผมโดยที่เราไม่ได้แวะทานอะไรเลย
เพราะคิบอมให้เหตุผลว่า เจรจากันตอนกินข้าว..มักจะประสบความสำเร็จมากกว่า
และอีกอย่างนึง..ที่จริงว่า ผมก็ทานมาแล้วด้วย.....พูดแล้วก็..เฮ้อ เหมือนจะดีใจ แต่ก็แอบใจหาย..แฮะ
“คุณแม่ครับ สวัสดีครับ”
“อ้าว.. ลูกคิบอม วันนี้ลมอะไรหอบมาจ้ะเนี่ย..มาพร้อมกับลูกแม่เลย”
“คิดถึงน่ะครับ.. อ้อ ผมซื้อเค้กร้านโปรดของคุณแม่มาฝากด้วยนะครับ”
คุณแม่ของผมยิ้มกว้างเลย เจอเพื่อนสนิทผมมาเยี่ยมบ้านแบบนี้
เราสามคนเดินตรงเข้าไปในบ้าน แล้วก็ถือว่า..เลือกวันถูกครับ
วันนี้วันเสาร์ คุณแม่ที่รักไม่มีงานครับ เพราะงั้นก็เลยอยู่เฝ้าบ้านน่ะ
และเพราะตอนนี้ก็ยังเช้าอีกต่างหาก..เป็นไปตามที่คิบอมคาด
คุณแม่ชวนทานข้าวเช้าด้วยกัน
แต่แอบดีใจหรือเสียใจไม่รู้น่ะ...คุณพ่อมีธุระต้องบินไปทำที่ต่างประเทศอีก
แล้ว กว่าจะกลับคงอีกสองวันนู่นน่ะ..แบบนี้ก็....ดูเหมือนว่าจะได้เปรียบ
หรือว่าเสียเปรียบหว่า? ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะเข้าข้างไหน..ผม..หรือว่า..คุณแม่
“อร่อยมากเลยนะครับ คุณแม่”
คิบอมนั่งกินข้าวอยู่ข้างๆ ผมที่เขี่ยข้าวในจานตัว ตักเข้าปากคำสองคำ
ก็นะ..กินมาแล้วนี่ ออกจะอิ่มจนถึงขึ้นอืดแล้วล่ะมั้ง
ผมน่ะ..กินเยอะกว่านี้มีหวัง....
“คยูฮยอน ไม่กินข้าวล่ะลูก”
“อ.. เอ่อ กินมาแล้วนิดหน่อยน่ะครับ”
ผมตอบพร้อมกับหัวเราะเฝื่อนๆ
เมื่อเผลอนึกถึงอาหารมื้อเช้า..ฝีมือรูมเมทสุดหล่อ แสนจะใจดี โอบอ้อมอารี
น้ำใจล้นเหลือ....คนๆ นั้น หึ ประสาทจริง! จะคิดถึงหมอนั่นทำไมเนี่ย..เสียอารมณ์กินข้าวพอดี!
“เป็นไงบ้างจ้ะ? อยู่ได้หรือเปล่าน่ะ..พี่เขาดีกับเราไหม? ”
ถึงกับสำลักอากาศ ไม่ทันจะได้ลบประเด็นออกจากหัว
คุณแม่ก็ขุดมันขึ้นมาอีกแล้ว.. เอาสิ! ดีซะอีก
ผมหันไปสบตาคิบอมส่งซิกส์ให้ ก่อนที่จะผมจะอ้าปากตอบ
“คุณแม่ครับ.. ผมเกรงว่า ผม..จะอยู่ไม่ได้แล้วล่ะ”
“ทำไมล่ะจ้ะ? ”
คุณแม่ทำสีหน้าวิตก เร่งเร้าถามผมยกใหญ่ ผมต้องกระชับหน้ากากที่สวมไว้แล้วพูดต่อ
“คือ.. ผม....เข้ากับพี่เขาไม่ได้น่ะ เราคุยกันไม่รู้เรื่อง..ทะเลาะกันบ่อย .....มันไม่ดีเลยนะครับ คุณแม่ ..คือ ผมเครียด”
ผมตีหน้าเศร้า..เล่าความเท็จ ทำเป็นก้มหน้า
แต่ตาก็แอบชำเลืองมองดูท่าทางของคุณแม่ ที่ดูท่าจะคิดหนัก
เธอมองมาที่ผมไม่ได้พูดอะไร นอกจากวางมือทาบทับหลังมือผมเบาๆ
เห็นแบบนี้แล้ว...ผมก็แย็บต่ออีกยก!
“คุณแม่ครับ... ผมคิดว่า
มันไม่ดีเลยจริงๆ ..ขืนผมกับพี่เขา ยังอยู่กันแบบนี้ต่อไปอีก....ผมเกรงว่า
มันอาจจะไม่ดี...ต่อทั้งสองฝ่าย ผมว่า....”
“ลูกจะย้ายออก? ”
ผมเม้มปาก พยักหน้ารับเบาๆ ทั้งที่ก้มหน้า ..เป็นไปตามแผน..
แอบยื่นเท้าไปสะกิดเท้าไอ้คิบอม เตรียมให้สัญญาณ
ก่อนที่ผมจะเงยหน้าขึ้นมองหน้าคุณแม่แล้วพูดต่อ
“ครับ.. ผมเครียดมาก ก็เลยไปคุยกับไอ้คิบอมน่ะครับคุณแม่ ผมว่าจะขอ...”
“ถ้าลูกย้ายออก ลูกจะย้ายไปไหนล่ะ? ”
“ไปอยู่กับผมน่ะครับ.. คุณแม่”
คิบอมเอ่ยขึ้นมาตามสคริปท์เป้ะๆ ผมฟังแล้วก็แอบลอบยิ้มพอใจ... ในใจแทบลิงโลด
เพียงแค่คิดว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ผมจะได้รับ ‘อิสระ’ คืนมา..
หัวใจก็เตรียมพร้อมจะเต้นแรงๆ ให้กับความน่าดีใจครั้งนี้แล้ว
.......แต่ไม่รู้ทำไมนะ จู่ๆ ในส่วนลึกข้างในมันกับร้องขัด
...เหมือนกับว่า มันต้องการที่จะไม่ให้ผมได้ในสิ่งที่..ต้องการ
เป็นบ้าอะไรนะ.. เพราะหมอนั่น งั้นเหรอ??
.
.
เชวซีวอน.... หมอนี่เนี่ยนะ?
to be continued...
************************************************************
/zea*
>W<'' สวัสดีค่ะ! ออกเรื่องนี้มา..ซะอย่างนั้นอ่ะ แบบคั่นอารมณ์
ประมาณว่า มันส์มืออ่ะค่ะ เล่นเขียนเป็น pov ของซีวอนมานาน...เลย (หลังจากที่บรรเลงสคูลบอยจบไปแล้วน่ะนะ ก็ไม่ได้แต่ pov ของโจเลย)
ตอนนี้คิดถึง...โจ เลยเล่นเป็นโจบ้าง แกล้งโจบ้าง
(เมื่อวานคุยเอ็มกับน้องเน น้องเขาบอกให้วอนแหย่โจเยอะๆ ....อยากจะบอกว่าไม่ทันแล้วไง พี่แต่งมาจะจบแล้วนี่)
กว่าจะได้ลง T Tนานมาก.. คือไปนอน แล้วอ่านแล้วอ่านอีก ทวนไปแล้วทวนอีก.. กว่าจะได้ลง
แอบขอโทษ..กลัวว่า ทุกๆ คนคงจะจำไม่ได้
(จริงๆ
เราจำไม่ได้เองนี่แหละ..ขอออกตัวไว้ก่อนเลย เมื่อวานกับวันนี้ไปบิ๊วอารมณ์
นั่งอ่านตอนแรกยันตอนจบ..แบบข้ามๆ เก็บมาเป็นอารมณ์หน่อยๆ)
ขอบคุณมากๆ นะคะ^^
สำหรับการติดตาม และคอมเมนท์ฟิกน่ะคะ
ปล ต่อไปเรื่องไรดี? ออกแนวเหนื่อย = =''' เปิดเทอม...นรก
ปล2 จะรวมเล่มฟิคขายด้วยนะ เดี๋ยวมาแจ้ง เผื่อๆ ไว้


น้องคยูรู้สึกไม่อยากจากเฮียซะแล้วชิมิ
ประมาณว่าถ้าขาดวอนไปคงรู้สึกแปลกๆแล้วชิมิ 55+
#1 By mhoomin (61.90.94.81) on 2009-06-09 22:22